http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 24/06/2022
สถิติผู้เข้าชม12,589,985
Page Views14,785,791
« June 2022»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  
lifestyle & review
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42365202
 

วิสัยทัศน์และการจัดการน้ำของกรมชลฯ

วิสัยทัศน์และการจัดการน้ำของกรมชลฯ

เรียนพี่ชัยวัฒน์ และทุกท่านที่สนใจร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ขอบอกตรงๆ ว่า การที่พี่เอาแต่โทษ สส.พรรคเพื่อไทยแต่ฝ่ายเดียว พี่ก็มีมุมมองไม่ต่างจากเสื้อเหลือง และเหตุผลของพี่ข้างล่าง โดยเฉพาะตรงที่น้องไฮไลท์มา
 
[ปริมาณน้ำในสองวันแรกที่ผมประเมินคือ 20 - 30 ล้าน ลบ.ม. โดยน้ำเอ่อแต่ละรอบน้ำขึ้นลง ประมาณ 10 - 15 ล้าน ลบ.ม. ข้อสรุปตอนนี้คือ ผลงานสส. เพื่อไทย ในการกดดันให้เปิดประตูน้ำพลเทพประสบผลสำเร็จ และน้ำท่วมบางบัวทอง แล้ว สส.เพื่อไทยไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลยหรือ ขอคิดไปไกลหน่อยแบบ conspiracy ว่ามีแผนขยายผลน้ำท่วมให้ทั่วถึงและเลวร้ายมากขึ้น จึงเป็นเรื่องไม่อาจยอมรับได้ ทำให้ประชากร 500,000 คนของนนทบุรีตะวันตกต้องเสียหายไปด้วย]
 
 บอกตรงๆ ว่า Unreasonable เพราะไม่มีเหตุผลเลยว่า พรรคเพื่อไทยทำไปแล้วจะได้ประโยชน์อะไร มีแต่เสียกับเสีย อีกอย่างพี่ไม่ได้อยู่วงใน แต่เอาแต่โทษพรรคเพื่อไทยอยู่อย่างนี้ ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น เข้าไปเสนอแนะสิ่ เมื่อวานน้องโทรไปหาอ.ดร.สุทัศน์ วีสกุล ตอน 2-3 ทุ่ม  ฟังน้ำเสียงอาจารย์แล้ว พูดอะไรไม่ออก ได้แต่พูดให้กำลังใจ เพราะเข้าใจว่าอาจารย์และทีมที่ปรึกษารัฐบาลเรื่องแก้ปัญหาน้ำท่วมยังประชุมกันอยู่ที่ ศปภ. ทุกคนทำงานหนัก อาจจะไม่ได้ดังใจผู้ชมทุกคน เพราะเป็นการแก้ปัญหาที่มันเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องยากเนื่องจากเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ
 
น้องคงได้แต่แนะนำว่า ถ้าพี่ไม่พอใจการทำงานของ สส. พรรคเพื่อไทยคนไหน โปรดระบุ อย่าเหมารวม น่าจะดีกว่าไหม แทนที่จะด่าทางอีเมล์อย่างนี้ ซึ่งไม่เกิดประโยชน์อะไรมาก ลองทำหนังสือร้องเรียนเป็นเรื่องเป็นราวไปยื่นให้พรรค หรือรัฐบาล เพื่อนำไปแก้ไขปัญหา ไม่ให้เกิดขึ้นอีก ครั้งนี้ไม่ทัน แต่ปีหน้ายังมี (รับรองเราต้องเจอน้ำท่วมอีก อาจมากน้อยต่างกันไป) ขอให้เป็น Instructive comments  เพื่อให้รัฐบาลเอาไปพิจารณาปรับปรุง
 
ส่วนประเด็นใครดี ใครชั่ว น้องเฉยๆ เพราะสัฐธรรมก็คือ ไม่มีใครดี 100 เปอร์เซนต์ หรือเลว 100 เปอร์เซนต์ แม้แต่พี่หรือน้องเองก็มีส่วนที่เลวด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นการไปเที่ยวว่าคนอื่นเลว ก็ไม่ได้ทำให้ตัวเองดูดีขึ้น และอย่าใช้อารมณ์มากนัก ให้ยึดข้อมูลและข้อเท็จจริงเป็นหลัก และต้องยอมรับความจริงด้วย ว่าไม่มีใครเอาชนะธรรมชาติได้ และทุกคนทำผิดพลาดได้ทั้งนั้น น้องเองก็จบด้าน Aquatic science และ Water System Engineering มา เคยมีส่วนทำงานบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลอเมริกา-แคนาดา อยู่พักหนึ่ง ยังยอมรับเลยว่า การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุของวิกฤตน้ำท่วมประเทศไทยขณะนี้ เป็นโจทย์ที่ยากมาก เทวดาก็แก้ไม่ได้ ถ้าจะแก้ให้ได้ผลต้องแก้ที่ต้นเหตุ (คือระบบบริหารจัดการน้ำ Water budget allocations จากเขื่อนต่างๆ และการจัดการพื้นที่ต้นน้ำแบบบูรณาการ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ท้ายน้ำ ครอบคลุม 25 ลุ่มน้ำหลักของประเทศ 48 น้ำนิ่ง (surface water) น้ำใต้ดิน และน้ำทะเล ฯลฯ  คงต้องคุยกันยาว ถ้าพี่สนใจจริงๆ
 
[อย่างโชคร้าย เผอิญประเทศไทย ในช่วงที่ผ่านมา เราไม่มีแผนแม่บทในการบริหารจัดการน้ำระดับประเทศ และยังไม่มีแผนประกันภัยและป้องกันภัยพิบัติต่างๆ ที่รอบด้าน น้องและทีมอาจารย์อีกกลุ่มหนึ่ง กำลังขอทุนฯ ทำวิจัยเรื่องนี้กันอยู่]
 
ตอนนี้ สิ่งที่รัฐบาลต้องมองข้ามช็อตไป (ซึ่งรัฐบาลก็ทำอยู่) คือ การฟื้นฟู (Restolation) ให้ประเทศหลังน้ำท่วมฟื้นตัวได้เร็วและมากที่สุด และใช้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ประเมินและจัดทำแผนรองรับความเสี่ยงจากภัยน้ำท่วมในปีถัดไป (2555) ซึ่งก็เหลืออีกไม่กี่เดือน หลังจากน้ำแล้ง ที่กำลังจะมายืนในอีก 3-4 เดือนข้างหน้า
 
ด้วยความนับถือ
 
น้อง

วิสัยทัศน์​และการจัดกา​รน้ำของกรม​ชลฯ

ตอบ |N.Singkran ถึง ajarnlek, ananya558, anuthee_sk124, arinwan, bhantesuthep, chaiwattr, chaturon99, chinhed, comradevi, devacash, dr_pongsak, hs.alfa3, ivoryrach, ji.ungpakorn, jkuldiloke, Julong999, kanoktat, karnt19, khemanij.fcb, kiangdin4ever, kik110, Kjclone, krisanapong.sat, lek_hijac, mosquito_kae, nattamonc
แสดงรายละเอียด 12:47 (5 ชั่วโมงที่ผ่านมา)

ขอนำผลงานมองการณ์ไกลของ เจ๊ ชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน
มาให้ คนไทย นายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร์
คณะรัฐมนตรีชุด นายกปู (ขาเก) และ ส.ส. พรรคเพื่อไทยได้ชื่นชม
*****ข่าวนี้ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2554*********
ได้เตรียมรับมือภัยแล้งด้วยการให้อ่างเก็บน้ำในพื้นที่ 17 แห่งเก็บกักน้ำไว้สูงกว่าระดับเก็บกัก (เกิน 70%)
นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในแหล่งกักเก็บน้ำทั่วประเทศ ว่า
ขณะนี้ในแหล่งกักเก็บน้ำ ขนาดกลางและขนาดใหญ่ทั่วประเทศกว่า 400 แห่ง
มีปริมาณน้ำอยู่ประมาณ 34,000 ล้านลูกบาศก์เมตร และทางกรมชลประทาน
ได้เตรียมไว้ใช้ในฤดูแล้งปีนี้ 20,000 ล้านลูกบาศก์เมตร และอีก 14,000 ล้านลูกบาศก์เมตร
ก็เตรียมไว้ใช้สำหรับปี 2554 จึงขอเตือนเกษตรกรงดปลูกข้าวนาปรัง
โดยกรมชลประทานได้ขอความร่วมมือจากเกษตรกรที่ปลูกข้าวนาปรังให้ลดจำนวน
การปลูกข้าวนาปรังลง และไม่ควรขยายพื้นที่เพาะปลูก เพื่อกรมชลประทานจะได้จัดสรรน้ำให้เพียงพอ
http://thainews.prd....0122&tb=N255301
******ข่าวนี้เมื่อ 18 พฤษภาคม 2554******
ด่วน!! ลานินญ่ากลับมาอีกแล้ว
ทีวี360องศาวันนี้มาติดตามข่าวร้ายของชาวโลก “ลานิญญ่า” ที่ป่วนโลกหนักกว่า 1 ปีที่ผ่านมา
กำลังจะกลับมาอีกแล้ว
ความเข้าใจง่ายๆสำหรับลานิญญาคือ จะทำให้ประเทศในภูมิภาคบ้านเราอ่วมฝนหนัก
ขณะที่ฝั่งอเมริกาใต้ก็เกิดความแห้งแล้ง
ศูนย์บริการด้านอากาศของสหรัฐอเมริกา
เตือนว่าปรากฎการณ์ลานินญ่าที่หยุดลงเมื่อต้นปีที่ผ่านมา จะกลับมาอีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้
http://tv360.krobkru...com/?page_id=98
******ข่าวนี้เมื่อ พฤศจิกายน 2553******
คำเตือนเรื่องฝนหนัก น้ำท่วม ฤทธิ์ลานินญาทำไทยเผชิญภัยพิบัติเพิ่ม
"ไทยไม่เคยมีการทำแผนที่เสี่ยงภัยไว้เลย จึงแก้ปัญหาน้ำท่วมไม่ได้
การเตือนภัยและการพยากรณ์อากาศจึงยังล้าหลังกว่าเวียดนาม
ที่มีการพยากรณ์อากาศแม่นยำมากในภูมิภาคอาเซียน ติดอันดับต้นๆ
ในระดับเดียวกับญี่ปุ่น อังกฤษ หรือสหรัฐ" นายธนวัฒน์ กล่าว
http://www.ftawatch.org/all/news/20993
******ส่วนข่าวนี้เมื่อ เมษายน 2554********
กรมชลประทานวางแผนสู้ภัยแล้ง ปีนี้มีน้ำต้นทุนไว้จัดสรร 31,000 ล้าน ลบ.ม.
พร้อมกันสำรอง เชื่อยังรับมือไหว ขณะที่ปริมาณน้ำใช้การได้ในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศยังลดลงอย่างต่อ เนื่อง
อ่างแก่งกระจาน กับปราณบุรีวิกฤตสุด 2 อ่าง รวมกันเหลือน้ำใช้แค่ 200 ล้าน ลบ.ม.เท่านั้น
นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ"
ถึงการจัดสรรน้ำและมาตรการป้องกันปัญหาภัยแล้งปี 2554
ว่า ขณะนี้แหล่งกักเก็บน้ำขนาดกลางและใหญ่มีปริมาณน้ำใช้ได้ประมาณ 31,000 ล้าน ลูกบาศก์เมตร
โดยกรมชลประทาน ได้จัดสรรการใช้น้ำให้กับการอุปโภคบริโภคเป็นอันดับแรก
รองลงไปได้แก่ การรักษาระบบนิเวศวิทยา และการใช้น้ำเพื่อการเกษตร
ทั้ง นี้ในจำนวนปริมาณน้ำ 31,000 ล้าน ลบ.ม.
กรมชลประทานได้สำรองไว้จำนวน 11,000 ล้านลูกบาศก์เมตร
เพื่อใช้สำหรับต้นฤดูฝน กับหลังช่วง ฤดูฝน อีกจำนวน 20,100 ล้าน ลบ.ม.
โดย น้ำสำรองจำนวน 20,100 ล้าน ลบ.ม.ได้วางแผน
การใช้น้ำในพื้นที่เพาะปลูกด้านการเกษตรทั่วประเทศประมาณ15. 29 ล้านไร่
ในจำนวนนี้เป็นแผนสำหรับการปลูกข้าวประมาณ 12.6 ล้านไร่
http://www.ftawatch.org/all/news/22775
อันสุดท้ายเป็นคลิปข่าว ภัยแล้ง (แล้งสุด ๆ นะ เธอว์)
http://www.youtube.c...h?v=UgmTjoEOQQw
La nina กลับมาอีกแล้ว
(ถ้าท่านดูที่ภาพ จะเห็นได้ว่า ประเทศไทยอยู่ในโซนสีแดงเถือกซึ่งหมายความว่าโซนนี้
จะพบกับพายุ และฝนตกชุก โดย ศูยน์บริการด้านอากาศของ สหรัฐอเมริกา
ได้ออกเตือนประเทศต่าง ๆมาตั้งแต่เดือน เมษายน 2554)
(แต่เป็นที่น่ายินดีที่ว่า กรมชลประทาน ของ เจ๊ชลิต ทำหูแชแหมกับคำเตือน
โดยยังเก็บน้ำไว้ในเขื่อน (บางแห่งมากกว่า 70%) ไม่ยอมปล่อยออก
โดยมั่นใจว่า เทวดา แน่กว่า ศูยน์บริการด้านอากาศของสหรัฐ
แถมพกด้วย ความมั่นใจของกรมอุตุนิยมวิทยาที่คิดว่า ไม่เท่าไหร่หรอก)
ความเข้าใจง่ายๆสำหรับลานิญญาคือ จะทำให้ประเทศในภูมิภาคบ้านเราอ่วมฝนหนัก
ขณะที่ฝั่งอเมริกาใต้ก็เกิดความแห้งแล้ง
ศูนย์บริการด้านอากาศของสหรัฐอเมริกา (เตือนมาตั้งแต่ เมษา 54)
เตือนว่าปรากฎการณ์ลานินญ่าที่หยุดลงเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
จะกลับมาอีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้ หรือตั้งแต่ในช่วงเดือนหน้าเป็นต้นไป
การกลับมาของลานิญญา พบโดยแบบจำลองการคาดการณ์อากาศ
ที่พบรูปแบบของชั้นบรรยากาศโลกกำลังกลับเข้าสู่สภาวะแบบลานิญญาเมื่อปีที่แล้ว
ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า ลานินญ่ารอบสอง
จะซ้ำเติมปัญหาภัยแล้ง ทำลายผลผลิตข้าวสาลีในที่ราบทางใต้ของสหรัฐอเมริกา
ขณะที่ออสเตรเลียฝั่งตะวันออกจะเจอฝนหนัก
แต่ได้ประโยชน์จากผลผลิตข้าวสาลีและข้าวบาร์เล่ย์เติบโตดี
ส่วนอาร์เจนติน่าและบราซิลจะเจอกับความแห้งแล้ง
และเสียเปรียบที่ผลผลิตข้าวสาลี ข้าวโพดและถั่วเหลืองจะลดลง
เวลาติดตามตรวจสอบลานิญญา เขาจะดูกันที่ความผิดปกติของอุณหภูมิน้ำทะเล
กรมอุตุนิยมวิทยาของไทย รายงานว่า
อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรยังใกล้เคียงค่าปกติ
แต่ระบบบรรยากาศยังคงมีบางส่วนที่สอดคล้องกับภาวะลานิญญา
โดยเฉพาะด้านตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตศูนย์สูตร
มีการยกตัวของอากาศอย่างต่อเนื่อง เพราะมีมวลน้ำอุ่นสะสมอยู่และอุณหภูมิสูงกว่าโดยรอบ
ทำให้มีความชื้นมากรวมตัวกันเป็น
เมฆฝนทำให้มีฝนตกมากในเดือนที่แล้ว
ปัจจัยที่สนับสนุนเรื่องนี้คือ การเกิดพายุนกเตน
ที่มีความรุนแรงและสร้างความเสียหายให้กับเวียดนาม ลาว และไทยนั่นเอง
อย่างไรก็ตามโดยรวมถือว่ามีเพียงความผิดปกติของชั้นบรรยากาศเท่านั้นที่ดูเหมือนลานิญญายังอยู่
และแบบจำลองคาดการณ์อากาศก็พบว่า
หากลานิญญากลับมาจริง ก็จะไม่รุนแรงเหมือนปีที่แล้ว
ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2554 หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ 3
ซึ่งมาตั้งฐานปฏิบัติการในกองบิน 21 กองพลบินที่ 2 กองบัญชาการยุทธทางอากาศ
จังหวัดอุบลราชธานี ได้นำเครื่องบินรุ่นกาซ่าจำนวน 2 ลำ ขึ้นบินปฏิบัติการโปรยสารเคมีน้ำหนักรวม 10 ตัน
เหนือพื้นที่แหล่งใช้เก็บกักน้ำเพื่อทำฝนเทียมเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อน
ฝนตกหนักตั้งแต่ต้นปีเลยสงสัยว่ามันทำฝนเทียมกันอีกทำไม
นอกจากน้ำท่วมเกือบทั่วประเทศแล้วตอนนี้ยังเกิดอาการน้ำท่วมปากกันเป็นแถว
http://www.ryt9.com/...04-09-00:00:53/
ก.เกษตรฯเผยตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงครอบคลุมพื้นที่ 11 จังหวัดแล้ว
แม้แต่ “เดลินิวส์” ยังทนไม่ได้ น่าแปลกใจ ที่น้ำท่วมเต็มเมือง
แต่สถานีสูบชายทะเลกลับว่างงาน เหมือนมีการ “วางยา”
เจ้าหน้าที่สถานีทุกแห่งมีข้อสงสัยตรงกันว่า “พร้อมสูบทุกวัน รอให้น้ำเหนือมา ก็ยังไม่มาสักที”
ถามไปที่กรมชลประทาน ก็ไม่มีคำตอบให้เข้าใจ แต่กลับมีผลให้น้ำท่วม ปทุม-นนทบุรี และ กทม.
มีใครกั๊กอะไรไว้ตรงไหนหรือเปล่า??.
http://www.dailynews...ontentId=168946

 


น่าแปลกใจ!น้ำท่วมเต็มเมือง แต่สถานีสูบชายทะเล'ระดับน้ำต่ำ'
“เราสูบทุกวัน ติดต่อกันมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม เพื่อพร่องน้ำ
รอให้น้ำเหนือมา ก็ยังไม่มาสักที” เจ้าหน้าที่ประจำสถานีทุกแห่งบอกตรงกัน
- เม.ย. 54 ปริมาณน้ำในเขื่อน 50.21% แต่กลับปล่อยน้ำออกเพียง 7.0 ล้านลบม.
ในขณะที่ปี 53 ปริมาณน้ำ 37.95% ระบายน้ำถึง 12 ล้านลบม.
- พ.ค. 54 ปริมาณน้ำในเขื่อน 52.63% แต่กลับปล่อยน้ำออกเพียง 7.5 ล้านลบม.
ในขณะที่ปี 53 ปริมาณน้ำ 36.90% ระบายน้ำถึง 8.3 ล้านลบม.
- มิ.ย. 54 ปริมาณน้ำในเขื่อน 60.27% แต่กลับปล่อยน้ำออกเพียง 0.0 ล้านลบม.
ในขณะที่ปี 53 ปริมาณน้ำ 34.10% ระบายน้ำถึง 11.0 ล้านลบม.
พอเริ่มปล่อยน้ำออกมาก็พอดีกันกับที่ฝนตกชุก
พอน้ำจากเขื่อนสิริกิตติ์ปล่อยลงสู่แม่น้ำน่านก็ส่งผลให้เกิดน้ำท่วม
สมัยปลายรัฐบาลอภิสิทธิ์และส่งกระทบเป็นโดมิโนไปยังทุกๆเขื่อน
เครดิต Leverage

Democracy Networks] ความจริงเปิดเผย !!! สาเหตุน้ำท่วมครั้งนี้ ตัวการคือรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ที่มาจาก FB‏

จาก: democracy-networks@googlegroups.com ในนามของ jeadtanadee p. (kik110@hotmail.com)
ส่งเมื่อ: 16 ตุลาคม 2554 2:13:14
ถึง: kik110.kik@gmail.com; หนิง Choensawat (nattamonc@hotmail.com); ลูกพระธรรม นำทาง (lek_hijac@hotmail.com); .จรัล ดิษฐาภิชัย (ditjaran@gmail.com); .จรัล ดิษฐาภิชัย (ditjaran@gmail.com); chaiwattr@yahoo.com; chaeam11111@hotmail.com; n.singkran@gmail.com; nokkok (nokkok45@gmail.com); DNs (democracy-networks@googlegroups.com); พาย (radatorn@acth.co.th); พี่นัน (mahakun@yahoo.com); maxover007@gmail.com; คุณแหม่ม ฮ (mamm456m@googlemail.com)
สำหรับข้อมูลของคุณ คุณได้เพิ่มผู้ส่งรายนี้ลงในรายชื่อที่ปลอดภัยของคุณแล้ว ซึ่งคุณจะสามารถมองเห็นสิ่งที่พวกเขาส่งมาให้คุณได้เสมอ


[ภาพ: 309785_278779412143069_111052175582461_9...2159_n.jpg]


ได้
ได้ตัวต้นเหตุ ที่ทำเกิดน้ำท่วมรุนแรงที่สุดในปีนี้แล้ว

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี และนายธีระ วงศ์สมุทร บังคับชาวนาให้่ลดการทำนาปรัง

ชาวนาคนไหนไม่ร่วมมือ รัฐบาลจะ ***ไม่ปล่อยน้ำให้***

และจะลงโทษซ้ำด้วยการ ตัดสิทธิ์เข้าร่วมโครงการประกันรายได้เกษตรกร ของรัฐบาล

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=...e=1&ref=nf


การบังคับใช้มาตรการ "ไม่ปล่อยน้ำให้" ให้ทำกรมชลประทาน ไม่ปล่อยน้ำออกจากเขื่อนในหน้าแล้ง

ทั้ง ๆ ที่ฝนเริ่มตกมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2554




กราฟแสดงปริมาณเก็บกัก ในเขื่อนภูมิพล

จากเว็บ ศูนย์ปฏิบัติการจัดสรรน้ำ สำนักอุทกวิทยาและบริหารน้ำ กรมชลประทาน

http://www.thaiwater.net/DATA/REPORT/php...p?dam_id=1

วันที่ 20 เม.ย. 2554 6,055 ล้าน ลบ.ม. สูงกว่าของปีที่แล้ว 20 เม.ย. 2553 (5,007) กว่าพันล้าน ลบ.ม.

วันที่ 30 พ.ค. 2554 6,899 ล้าน ลบ.ม.

นี่หรือภัยแล้ง ที่กรมชลประทาน แจ้งงดจ่ายน้ำจากเขื่อนภูมิพลอย่างเด็ดขาด ทั้ง ๆ ที่มีปริมาณน้ำมากกว่าปีที่แล้ว

ซึ่งถ้าเทียบกับปี 2552 (เส้นสีเขียว) จะเห็นว่ากราฟลดลงจนถึงระดับต่ำสุด วันที่ 15 พ.ค. แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ

แต่เส้นสีแดง ปี 2554 ต่ำสุดคือวันที่ 19 เม.ย. ต่อจากนั้นก็เพิ่มขึ้นตลอด

ยิ่งเดือน พฤษภาคม 2554 ที่ว่าแล้งกันฉิบหายนั่นนะ ปริมาณน้ำในเขื่อนกลับเพิ่มขึ้นจนน่าตกใจ

นี่หรือภัยแล้ง

ความจริงเรื่องพวกนี้ ผมว่าหลายๆคนก็รู้ข้อมูลการบริหารเรื่องน้ำสำหรับปีนี้อย่างคร่าวๆกันอยู่แล้วนะครับ จากที่มีคนนำมาเปรียบเทียบ อย่างความเห็นของคุณ Leverage ในกระทู้เก่าของผม

http://board.banrasdr.com/showthread.php?tid=37224

แต่ FB อันนี้เขามีกราฟเปรียบเทียบให้เห็นชัดเจนดี ก็เอามาแชร์กันครับ

แล้วก็เห็นเขาอ้างอิงข่าวเก่านโยบาย " งดทำนาปรัง " ของรัฐบาลมาร์ค ซึ่งผมก็คลับคล้ายคลับคลา ซึ่งพอไปค้น google ดูก็เจอจริงๆครับ...

อ้างอิง:ย้ำงดทำนาปรังรอบ 2

http://www.khaosod.co.th/view_news.php?n...B4Tnc9PQ==

นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปีนี้ยังคงยืนยันที่จะขอความร่วมมือให้เกษตรกรงดทำนาปรังรอบที่ 2 เหมือนปีก่อน เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำยังน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ขณะที่มีเกษตรกรทำนานอกเขตชลประทานแล้ว 5.5 ล้านไร่ ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ 3.6 ล้านไร่ ในเขตชลประทานวางเป้าหมายทำนา 8.91 ล้านไร่ เกษตรกรปลูกข้าวแล้ว 9.58 ล้านไร่ และจากการสำรวจพื้นที่ที่น่าจะประสบปัญหา ภัยแล้งปานกลางถึงรุนแรงขณะนี้มี 22 จังหวัด และประสบภัยแล้งแล้ว 14 จังหวัด 1.9 หมื่น หมู่บ้าน พื้นที่ 1.7 แสนไร่

ว่าแต่ไอ้ชื่อ ธีระ วงศ์สมุทร นี่ ตอนนี้มันทำมาหากินอะไรอยู่เหรอครับเนี่ย ไม่รู้เลยจริงจริ๊ง [ภาพ: MSN_Emoticons_j161.gif]


ผมว่าหลังจากจบเรื่องนี้ นอกจากฝ่ายการเมืองที่เกี่ยวข้องแล้ว คงต้องมีการสังคายนาวิธีการคาดการณ์ปริมาณน้ำใหม่หมด ให้มีหลักเกณฑ์ที่แน่ชัด และแม่นยำกว่านี้

เพื่อเป็นหลักประกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่รัฐบาลไก่อ่อนแบบชุดที่แล้วทำพลาด จนส่งผลเสียหายระดับประเทศเช่นนี้อีก... 

Tags : เมื่อน้ำท่วมแหล่งท่องเที่ยว

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี 

บรรณาธิการ  จำลอง บุญสอง

บรรณาธิการภาพ  ชัยวัฒน์ เดชพุ่มพวง

ฝ่ายการตลาด คุณ บุณย์วรางค์ มนตรีพิศาล โทร.081-4971702  

ประจำกองบรรณาธิการ สาวดอนเมือง มณี บันลือ  อินทรีดำ ธงชัย อึ้งเข่งสุง ติ่ง พงษ์ไทย

 
view