http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 03/10/2019
สถิติผู้เข้าชม7,811,470
Page Views9,769,412
« October 2019»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  
สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(save the forest green)
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
เรื่องสั้น/เรื่องยาว - สกู๊ปพิเศษ -บทบรรณาธิการ
นานาอาชีพ-เบ็ดเตล็ดเกร็ด..น่ารู้
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42350726
http://www.thongthailand.com/articles/42028136/แก่นจันทน์พรรณไม้-บทพิสูจน์อดีตนักวิชาการป่าไม้-เพาะกล้าไม้
ซือวานโฮมสเตย์ที่พักคีรีโฮมสเตย์
 

ค่ายหลวงบ้านไร่ ศูนย์พักพิงน้ำท่วมปีพ.ศ.2554 โดยธงชัย เปาอินทร์ เรื่อง-ภาพ

ค่ายหลวงบ้านไร่ ศูนย์พักพิงน้ำท่วมปีพ.ศ.2554 โดยธงชัย เปาอินทร์ เรื่อง-ภาพ

ค่ายหลวงบ้านไร่ ศูนย์พักพิงน้ำท่วมปีพ.ศ.2554

โดยธงชัย เปาอินทร์ เรื่อง-ภาพ

                น้ำท่วมปีพ.ศ.2554 คราวนี้ สร้างความเดือดร้อนและความเสียหายมหาศาล แต่บนความยุ่งยากและวุ่นวายเหล่านั้น กลับทำให้คนไทยได้พิสูจน์หัวใจแก่กันและกันว่า ยามเมื่อมีภัยมานั้น คนไทยรักกันเพียงใด ผมตามไปดูน้ำท่วมหลายแหล่งแห่งที่ ได้พบความจริงที่อยากร้องตะโกนบอกต่อๆกันว่า คนไทยไม่ทิ้งกัน แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมีคนดีมีน้ำใจ ก็ย่อมต้องมีคนไม่ดีไร้น้ำใจปนอยู่ด้วย

                เรื่องเช่นนี้ เหมือนขนมผสมน้ำยา ใครทำอะไรอย่างไรวันหนึ่งก็จะได้ผลตอบแทนอย่างนั้น สาธุ

 

ค่ายลูกเสือหลวงบ้านไร่

                พอน้ำท่วมพิษณุโลกแล้วไหลลงมากระแทกจนชอกช้ำที่บางระกำ ที่ระกำสมชื่อ ระกำซ้ำซากมานับร้อยๆปี แต่ก็ไม่เคยมีใครคิดแก้ไขให้หมดปัญหา หรือแก้วิกฤติเป็นโอกาสสักที ปีนี้นิมิตดีที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ประกาศให้ทำการศึกษาบางระกำโมเดล เพื่อวางรากฐานการแก้ไขที่ส่อว่าจะทำได้อย่างยั่งยืน ถ้าประเทศไทยยังมีนายกรัฐมนตรีที่เป็นชายแท้ ชายเทียม ชายปนหญิง และชายสองเพศ บางระกำโมเดลจะเกิดไหม? 

เรือนนอนสองชั้นของค่าย

                น้ำไหลหลั่งลงมาถึงอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง แล้วเลยทะลุพรวดไปพระนครศรีอยุธยา ถาโถมเข้าใส่ปทุมธานี นนทบุรี แล้วก็กรุงเทพมหานคร ผมตามไปถ่ายรูปมาลงเว็บไซต์ได้ตามห้วงเวลาที่เหมาะสม แม้ผมโชคดีที่ไม่ได้รับผลกระทบกับเขาเลย แต่ภายในจิตใจก็รู้สึกเศร้าสะเทือนใจ เมื่อได้เห็นคนอ่างทองต้องยืนเกี่ยวข้าวล้มอยู่กลางน้ำที่ท่วมถึงหน้าอก น้ำตารวงข้าวไหลพราวพราย ถ่ายรูปมาก็ดูสวยดี มีความหมาย แต่ในหัวใจมันบอกว่า ทำไมชาวนาต้องมาช้ำน้ำตาหนองหน้าทุกที 

เรือนนอนแบบบังกาโล

                ต่อเมื่อน้ำโหมเข้าเขตเมืองใหญ่ ฐานเศรษฐกิจของบรรดาอำมาตย์ นายทุน ขุนศึก ผมสาสมใจ มันควรต้องได้รับผลกระทบเหมือนๆกัน ยิ่ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประกาศก้องว่า จะปกป้องคนกรุงเทพไม่ให้น้ำท่วม ผมบอกตรงๆนะครับว่า ผมเกลียดคนที่เห็นแก่ตัวและเห็นแก่พวกเช่นนี้ที่สุด ด้วยว่า คนกรุงเทพรวยล้นฟ้า แย่งทรัพยากรทุกอย่างไปจากคนบ้านนอกมากมายเพียงใด หนีภาษีมากกว่าคนบ้านนอกไหม แต่เมื่อถึงคราวต้องเดือดร้อน เหมือนว่าจะเป็นจะตายเสียให้ได้

น่าพักจริงๆ มีเครื่องออกกำลังกายด้วย

                ความเท่าเทียมกันของมนุษย์ทุกผู้ต้องเท่ากัน ไอ้ที่กล่าวกันมานานแสนนานว่า คนเราเกิดมาไม่เท่ากัน และแม้แต่ฝ่ามือเดียวกันก็ยังมีนิ้วมือยาวสั้นไม่เท่ากัน วันนี้ มันกลายเป็นข้อความที่แอบอ้างเพื่อกดขี่ บีทาให้คนที่ด้อยโอกาสมากกว่า เพื่อให้ยอมรับสภาพเช่นนั้นแหละ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วเป็นความเห็นแก่ตัวของชนชั้นสูงที่เคยแต่เหยียบย่ำไปบนซากศพของคนชั้นที่ด้อยกว่า เสียเปรียบกว่า แม้ว่า รัชกาลที่ 5 จะทรงพระกรุณายกเลิกทาสไปแล้ว แต่ทายาทอสูรยังอยู่เกลื่อนกล่น

นายสมเกียรติ ตันติเอมอร รองนายก อบต.คลองตาคต

                ดังนั้น น้ำท่วมกรุงเทพคราวนี้ จึงได้ความรู้สึกกลับคืนมาว่า เท่าเทียมกัน (ในฐานะคนบ้านนอก) แต่เมื่อเห็นพี่น้องพ้องเพื่อนเดือดร้อนกับน้ำท่วมกรุงเทพ ก็เศร้า บ้านน้องชายผมต้องวิดน้ำทุกชั่วโมงเพื่อป้องกันท่วมถึงพื้นชั้นล่าง บ้านพี่สาวจมน้ำไปแถวๆบางบัวกว่าเมตร พี่เขยพี่สาวและหลานๆต้องอพยพหนีน้ำไปอยู่ระยองบ้าง เชียงใหม่บ้าง บ้านอดีตผู้บังคับบัญชาอยู่ใกล้แยกรัชโยธิน ต้องรีบซื้อรองเท้าบูท เรือยาง และเรือไฟเบอร์ ญาติอีกกลุ่มอยู่แถวพุทธมณฑลสายสี่ เผ่นไปไกลถึงสวนผึ้ง โชคยังดีที่ไปกันได้ไม่เดือดร้อน แต่เมื่อน้ำลดหมดแล้ว ตั้งท่ากันว่าจะหมดเงินซ่อมบำรุงมากน้อยแค่ไหน  ได้รับความโกลาหลกันไปทั่ว  เสมอภาคกันดี

กลุ่มจิตอาสาบ้านคลองตาคต

                ผมตามไปดูเพื่อนๆจากกรุงเทพอพยพครอบครัวไปพักพิงที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน นครปฐม ต้องนอนในเต็นท์เล็กๆ เรียงกันเป็นแถวๆ โชคดีที่ใช้โรงยิมหลังคาสูงเป็นที่รองรับ ก็เลยไม่อึดอัด แต่ก็ขาดความเป็นส่วนตัว

                ผมตามไปดูหมาเพื่อนรักที่ได้รับการรองรับจากโรงพยาบาลสัตว์กำแพงแสน เสียงเห่าเสียงหอนดังขรม กลิ่นเฉพาะของเขากระจายไปทั่ว สำหรับคนรักหมาจะชาชิน แต่คนที่ไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกับหมาก็จะเดินเอียงเลี่ยงหนีไปไกลๆ เห็นแล้วก็รู้สึกว่า คนเรานั้นแม้ตัวเองลำบากเพียงใด แต่ทนไม่ได้ถ้าเพื่อนสี่ขาเดือดร้อนไปด้วย

ผัดไทยอร่อย ฝีมือกลุ่มจิตอาสาคลองตาคต

                 วันนี้ ผมตัดสินใจเดินทางไปเยี่ยมศูนย์พักพิงที่ค่ายหลวงบ้านไร่ ตำบลคลองตาคต อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี  ซึ่งเป็นค่ายลูกเสือเก่าแก่มาแต่ครั้งรัชกาลที่ 6 ร่องรอยที่เห็นว่าเป็นป่าดงพงไพรมาก่อนคือต้นยางนาขึ้นกันอยู่กลาดเกลื่อน ต้นโตหลายคนโอบ และไม้ป่าอีกหลากหลายชนิด สมกับเป็นค่ายลูกเสือหลวงทีเดียว  ในบริเวณกว้างขวางนับร้อยๆไร่นี้ ตบแต่งสวยงาม มีบ้านพักแบบเรือนนอนเป็นแถว ยังกับนอนโรงแรม เรือนเป็นหลังๆคล้ายๆบังกาโล และก็มีพื้นที่ให้กางเต็นท์นอน

                  เต็นท์ใหญ่ขนาดนอนได้ทั้งครอบครัว 5-6 คน เลยทีเดียว เหมือนมีคนมาปิกนิค

ผู้สูงอายุผู้พักพิง

                ผมได้พบกับรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองตาคต นายสมเกียรติ ตันติเอมอร โทร.081-6364593 ท่านได้เล่าให้ฟังว่า  ศูนย์พักพิงค่ายหลวงบ้านไร่แห่งนี้ ทางอำเภอโพธารามและอบต.คลองตาคต รับผิดชอบทั้งหมด โดยได้อำนวยการให้เกิดความเรียบร้อยดังนี้คือ  กลุ่มทะเบียนประวัติ  กลุ่มดูแลเรื่องสถานที่ที่จะรองรับผู้พักพิง  กลุ่มสาธารณสุขและอนามัย กลุ่มรักษาความปลอดภัย กลุ่มทำอาหาร น้ำ เครื่องดื่มและเตรียมการ กลุ่มสันทนาการและกีฬา  กลุ่มผู้ประสานงาน กลุ่มซ่อมบำรุง และกลุ่มอำนวยการ

ตากผ้ากันกลางแดด

                ลำพังเจ้าหน้าที่ของค่ายและอบต.ไม่พอเพียงที่จะรองรับผู้พักพิง 759 คน (เข้าๆออกๆ ประมาณ 1,000 คน) จึงได้ชวนเชิญพี่น้องคลองตาคตมาช่วยกัน เป็นกลุ่มจิตอาสาที่ไม่มีค่าจ้างเป็นเงินหรือเกณฑ์กันมาแต่อย่างใด

                ในขณะเดียวกันผู้พักพิงเองก็เป็นจิตอาสามาช่วยกันด้วย  ดูที่แปลงปลูกผักซีครับ ช่วยกันปลูก บางคนก็เดินถือถุงดำเก็บขยะ เศษไม้ใบหญ้า เศษถุงพลาสติก ขวดน้ำ

                งานนี้ ที่หนักมากก็เรื่องอาหารครับ วันละ 3 มื้อ แต่โชคดีที่จิตอาสามากันไม่ขาดเลย ซึ่งผมต้องกราบขอบพระคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย

นายวีรกิตติ์ ทวีศักดิ์วิชิตชัย

               ผมเดินแยกจากท่านรองนายก ไปทางเต็นท์ที่ตั้งกางอยู่ไกลๆ เป็นเต็นท์ใหม่ สีขาว นายวีรกิตต์ ทวีศักดิ์วิชิตชัย อายุ 59 ปี นั่งกินข้าวต้มอยู่บนเก้าอี้สนาม มีหมาน่ารักอยู่ใกล้ๆ 3 ตัว สอบถามได้ความว่า บ้านอยู่ที่ 486/160 หมู่บ้านพฤษภาวิลล์ 4 แขวง-เขตหนองแขม กรุงเทพฯ บ้านถูกน้ำท่วมหมดเกือบถึงครึ่งชั้นล่าง พื้นชั้นล่างพังหมด โชคดีที่รถยนต์ได้ขับกันออกมาก่อนแล้ว มีลูกชายหญิงรวม 3 คน สำเร็จปริญญาตรีมีงานทำกันหมดแล้ว ได้อพยพมาอยู่ที่นี่ก็เหลือแต่เต็นท์ให้นอน รวม 5 คน หมา 3 ตัว

เหมือนไปพักแรมในป่า ฮุฮุ

               นายวีรกิตต์เล่าว่า วันนี้ เมียไปจ่ายตลาดเพื่อหาซื้อของใช้ส่วนตัว ส่วนลูกๆขับรถไปทำงานกันทั้งสามคน ค่ำลงก็จะกลับมา สภาพความเป็นอยู่ที่นี่ ดีมาก อากาศดี หายใจสบาย มีอาหารให้กินวันละ 3 มื้อ โชคดีครับที่ได้มาพักพิงที่นี่ มีคนที่อพยพไปเชียงใหม่โทรมาถามหาที่พักพิง โดยเห็นจากทีวีที่ถ่ายทอด อยากมาอยู่บ้าง แต่ก็เต็มเสียแล้ว ที่นี่ไม่ไกลกรุงเทพนะครับ ห่างแค่ 85 กิโลเมตร

               ตอนกลางวันถ้าว่างผมก็ไปช่วยจิตอาสาครับ ทำอะไรได้ก็ช่วยเขาไป เขาไม่ใช่ญาติยังดูแลเราดีอย่างนี้

กางเต็นท์กันเยอะ แต่น่าจะยังมีที่ให้กางได้อีก

               ผมเดินจากไปถ่ายรูปหญิงสาวยืนตากผ้ากลางแจ้ง แล้วก็เดินไปถ่ายรูปบ้านแบบบังกาโล บ้านตึกสองชั้น ชั้นเดียว รวมที่กางเต็นท์กระจายไปทั่วค่าย ผมยังคิดเอาเองว่า ยังมีที่ว่างให้กางเต็นท์ได้อีกเยอะ หากมีผู้พักพิงขอเข้ามาอีกก็น่าจะรับได้

                ที่ใต้ร่มเงาแมกไม้หลังพระบรมรูปรัชการที่ 6 มีรถยนต์คันใหญ่จอดอยู่ ป้ายเขียนว่า ศูนย์อาสาดูแลเด็ก โดย Ronald Mcdonal Care Mobile โทร.02-6964900 ต่อมูลนิธิหรือคุณอีฟ เด็กๆกำลังนั่งกันเป็นกลุ่มๆ ทุกคนกำลังวาดรูป ระบายสี กันอย่างสนุก ดูตั้งใจ และทุ่มเทความสนใจให้กับกิจกรรมที่กำลังทำอยู่

สุวัชร สีนวล บอย

               "ในบรรดาเยาวชนเล็กๆเหล่านั้น มีอยู่สองกลุ่ม คือกลุ่มหนึ่งเป็นนักเรียนระดับอนุบาลของโรงเรียนอนุบาลคลองตาคต เสื้อสีม่วง และอีกกลุ่มหนึ่งเป็นบุตรธิดาของผู้พักพิงเสื้อหลากสี นำมาฝากเรียนหนังสือด้วย เมื่อมูลนิธิเข้ามาเสริม จึงยกขบวนกันมาทั้งหมด" ครูประจำการเล่าให้ฟัง 

               มีหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่ง ชื่อบอย สุวัชร สีนวล โทร.081-9382342 เล่าให้ฟังเพิ่มเติมว่า มูลนิธิดำเนินการด้านตรวจวัดสายตาฟรี แต่คราวนี้มาเสริมพลังใจให้กับเด็กๆผู้พักพิงที่ค่ายหลวงบ้านไร่ ด้วยการให้เล่นกับงานศิลปะ ศิลป์เปรอะ เกมส์สันทนาการต่างๆ ชมวิดีโอ สารคดีน่ารักและการ์ตูนตามแต่โอกาส เพื่อให้เด็กๆได้เรียนรู้และเพลิดเพลิน 

กลุ่มเสื้อหลากสีและสีม่วง น่ารักทุกคน

                มองในภาพรวมแล้วจะเห็นว่าทั้งผู้พักพิงและผู้อำนวยการต้อนรับผู้พักพิง ล้วนช่วยกันทำด้วยใจ มีความปรองดองที่หาดูได้ยากในพศ.นี้ ก็อย่างที่ผมว่า มีน้ำท่วมท้นแต่ก็มีน้ำใจท่วมใจ นอกนั้นยังได้เห็นความร่วมแรงร่วมใจจากกลุ่มดาราศิลปิน(ช่อง3)ที่วนเวียนไปให้ความบันเทิงกับผู้พักพิงทุกแห่ง ไปไม่ไปเปล่ามีของมาฝากเพียบทุกที

สายตาที่บริสุทธิ์วัยที่น่ารัก

                แต่ละคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแต่อย่างใด นี่คือคนไทย หากมีใครเดือดร้อนมาพึ่งพิงก็จะออกมาช่วยกันผ่อนเพลาให้คลายทุกข์ ได้เห็นความมีน้ำใจไมตรีเอื้ออารีย์ต่อกันและกันแล้วซึ้งครับ 

                โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินแล้วยิ่งไม่ยอมให้อดอยากปากแห้งไปได้

ได้เพื่อนร่วมชะตากรรมเยอะเลย มีลูกอมแจกพร้อมนมกล่อง

                ผมว่าความเดือดร้อนจากน้ำท่วมกรุงเทพคราวนี้ พิสูจน์ได้เลยว่า

                ผู้ให้สุขใจ ผู้รับซึ้งใจ คนไทยต้องเท่าเทียมกัน  และไม่เคยทอดทิ้งกัน  

งานศิลปะที่ได้อวด ดวงตาที่ใสซื่อบริสุทธิ์ของเด็กๆ

แฝดเท่สองหนุ่ม

อยากให้ไปที่มูลนิธิสมเพิ่มกิตตินันท์ นาน้อย น่าน บ้างเน๊าะ

นึกว่าดาราที่แท้ตาบอยรูปหล่อ

พี่น้องจิตอาสาคลองตาคต

ช่อง3 แจกของ

 

               

Tags : คืนคนดีสู่สังคม

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก เดือนละ 30,000 บาท ปีละ 300,000 บาท

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 10,000 บาท ปีละ 100,000 บาท

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 1,000 บาท ปีละ 10,000 บาท

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี ครั้งละ 5,000 บาท

ฝ่ายการตลาด จิราภรณ์ ขจรศักดิ์สุเมธ "เจี๊ยบ" 086-669-6018 

E-mail: jeabaod@gmail.com 

 
view