http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 16/11/2017
สถิติผู้เข้าชม6,981,565
Page Views8,681,182
« December 2017»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      
สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(save the forest green)
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
เรื่องสั้น/เรื่องยาว - สกู๊ปพิเศษ -บทบรรณาธิการ
นานาอาชีพ-เบ็ดเตล็ดเกร็ด..น่ารู้
พท.โฆษณา
http://www.thongthailand.com/articles/42028136/แก่นจันทน์พรรณไม้-บทพิสูจน์อดีตนักวิชาการป่าไม้-เพาะกล้าไม้
ซือวานโฮมสเตย์ที่พักคีรีโฮมสเตย์
กาแฟชะมด
กิตตินันท์รีสอร์ท อ.นาน้อย จ.น่าน

 

แคชเมียร์ตอน4.ทัฃมาฮาล วิมานรักหลังความตาย โดยอึ้งเข่งสุง เรื่อง/ภาพ-เข็มชาติ เปาอินทร์

แคชเมียร์ตอน4.ทัฃมาฮาล วิมานรักหลังความตาย โดยอึ้งเข่งสุง เรื่อง/ภาพ-เข็มชาติ เปาอินทร์

แคชเมียร์ตอน4.

ทัชมาฮาล  วิมานรักหลังความตาย

โดยอึ้งเข่งสุง เรื่อง/ภาพ-เข็มชาติ เปาอินทร์

           เรื่องราวความรักของพระเจ้า ชาร์ จาฮัน(Shah Jahan)  กษัตริย์องค์ที่ 5 แห่งราชวงศ์โมกุล กับพระนางมุมตัช มาฮาล ดุจเทพนิยาย แต่โลกรับรู้กันทั่วไปว่าเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น      ทัช มาฮาล อนุสรณ์สถานแห่งรักอมตะนิรันดรกาล ได้ไปชมสักครั้งก่อนตายไม่เสียดายเลย

 

           ย้อนไปเมื่อปีพ.ศ.2069(คศ.1526) ที่เมืองซามาคานต์(Samakand)ในเอเซียกลาง บาร์บู ผู้นำเชื้อสายมองโกล-เตอร์ก ได้เข้ายึดครองแผ่นดินอินเดียตอนเหนือลุ่มแม่น้ำคงคาทั้งหมด ทิศตะวันออกจรดอัสสัม  ทิศใต้ถึงเทือกเขาวินชัย และทิศตะวันตกถึงเอเซียกลาง เมืองสำคัญมีอยู่ 2 เมืองคือ เดลี และอักรา(Agra) ถือเป้นต้นราชวงศ์โมกุล(Mughul Empire)มีประชากรในปกครองประมาณ 110-150 ล้านคน พื้นที่กว้างขวางถึง 3.2 ล้านตารางกิโลเมตร

อักรา ฟอร์ท

             พระราชโอรสของบาร์บู ชื่อหุมายัน(Humayun) ขึ้นปกครองแทน แต่ถูกเชอร์ชาห์(Sher shah)บุกยึดบัลลังก์จนต้องระเห็จออกนอกประเทศถึง 15 ปีโดยหลบไปอยู่แถวๆเปอร์เซีย  จึงสามารถยึดบัลลังก์คืนมาได้ แต่โชคร้ายไม่นานพระองค์ก็สิ้นพระชนย์  ราชการบ้านเมืองยุ่งเหยิงและลำบากไปทั่ว

 

             ปีพ.ศ.2099 ราชโอรสของพระเจ้าหุมายัน คือ จาลา ลุดดิน โมฮัมหมัด อัคบาร์(Akbar) ได้ขึ้นครองราชย์เมื่อพระชนน์มายุเพียง 13 พรรษา ทรงอ่านและเขียนหนังสือไม่ได้ แต่ปราชญ์เปรื่องเรื่องการปกครองและการรบ โดยโปรดให้มีการถกเถียงและเสนอเรื่องราวต่างๆจากมุขมนตรี

 

                ในยุคสมัยของพระเจ้าอัคบาร์  ทำให้บ้านเมืองรุ่งเรืองด้วยศาสนามากมาย สถาปัตยกรรม ศิลปะ วัฒนธรรมต่างๆ ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขด้วยยุทธวิธีในการบริหาร 2 รูปแบบคือ ขุนนางฝ่ายปกครองให้มีอำนาจบริหารการปกครองบ้านเมืองให้สงบสุขได้ แต่ไม่ได้บริหารงบประมาณ ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งให้ดำเนินการจัดเก็บภาษีแต่ไม่มีอำนาจใช้จ่ายงบประมาณ   ทั้งสองฝ่ายจึงคิดการกบฎไม่ได้              

     

พระราชวังอักรา  

               พระเจ้าชาร์ จาฮัน เป็นพระราชโอรสพระเจ้าชาร์ ฮัลกีร์ ผู้เป็นกษัตริย์ราชวงศ์โมกุลองค์ที่ 4 ประสูติเมื่อปีพ.ศ.2135 เดิมพระองค์ชื่อ ฆุราม  ช่วงวัยเยานี้เองที่พระองค์ออกศึกปราบกบฏที่เดคข่านสำเร็จ จึงได้รับการขนานนามว่า ชาร์ จาฮัน ต่อมาพระองค์ได้ประสบพบกับนางอรชุนต์ พาโน เพคุม  รูปร่างหน้าตาสุดสวย กริยามารยาทตราตรึงใจ และงามสง่ายิ่ง  นางเป็นธิดาของรัฐมนตรี อาซาฟ ข่าน

 

               พระเจ้าชาร์ จาฮัน หมดเพชรไปถึง 10,000 รูปีเพื่อขอแต่งงาน ปีพ.ศ.2155 หลังการแต่งงานของพระเจ้าชาร์ จาฮัน ปีพ.ศ.2171 พระองค์ก็ได้เสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติเป็นพระเจ้าแผ่นดินสืบต่อจากบิดาของพระองค์  ทรงครองรักกับพระนางและโปรดให้เรียกพระนางว่า มุมตัช มาฮาล ด้วยความรักและความสุข ทรงมีโอรสธิดาถึง 14 พระองค์

 

ทัจ  มาฮาล ด้านหน้า

               ในการคลอดพระราชบุตรองค์ที่ 14 นี้เอง พระนางมุมทัช ได้สวรรคตไปในปีพ.ศ.2174  ยังความเศร้าโศกเสียพระทัยแก่พระเจ้าชาร์ จาฮัน เป็นยิ่งนัก  พระเจ้าชาร์ จาฮัน จึงทรงโปรดให้สร้างอนุสรณ์สถานเพื่อบรรจุศพพระนางพระองค์นี้ นั่นคือ ทัชมาฮาล (Taj Mahal) ในเมืองอัครา (ปัจจุบันนี้อยู่ใน รัฐอุตรประเทศ  ประเทศอินเดีย)  

 

               ด้วยความเศร้าโศกเสียพระทัยกับการจากไปของพระนางมุมตัช มาฮาล พระทรงทุ่มเททรัพย์สินของแผ่นดินเพื่อสร้างอนุสรณ์สถานรักอันยิ่งใหญ่ เพื่อบรรจุพระศพของพระนางมุมตัช  สถาปนิกผู้ออกแบบชื่อ อุสตาด ไอซา(Ustad Isa) ช่างเขียนลวดลาย ช่างอิฐ ช่างปูน ช่างประดับลวดลาย ช่างกระเบื้อง ช่างแกะสลัก ช่างตกแต่งภายใน และคนงานต่างๆรวมกว่า 20,000 คน โดยลงมือสร้างระหว่างปีพ.ศ.2173-2191 รวมเวลา 23  ปี

 

               ศิลปะสถาปัตยกรรมเปอร์เซีย วัสดุที่ใช้เป็นหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์จากเมืองมะครานา หินอ่อนสีแดงจากเมืองฟาตีปุระ หินอ่อนสีเหลืองจากฝั่งแม่น้ำนรภัทฑ์ เพชรตาแมวจากกรุงแบกแดด ปะการัง หอยมุกจากมหาสมุทรอินเดีย หินอ่อนสีฟ้าจากเกาะสังขะ หมดเงินค่าก่อสร้างไปทั้งสิ้น 50,000,000 USD ประชาชนเดือดร้อนไปทั่ว

 

ทัช มาฮาล ด้านติดแม่น้ำยมุนา

               ในที่สุด พระราชโอรสของพระองค์ เจ้าชาย ออรังแซบ(Aurungzab) ได้จับพระองค์ขังไว้ถึง 8 ปี จึงสวรรคต พระเจ้าออรังแซบครองราชย์ปีพ.ศ.2201-2240  ได้นำพระบรมศพของพระราชบิดาไปฝังเคียงคู่กับพระบรมศพของพระราชมารดา พระนางมุมตัช มาฮาล สมความปรารถนาของทั้งสองพระองค์ที่ทรงมีความรักดูดดื่มนิรันดร์กาล

              ความสวยงามอลังการยิ่งของทัจ มาฮาล โด่งดังไปทั่วโลก จนในที่สุดปีพ.ศ.2526 องค์การยูเนสโกจึงได้ประกาศให้ทัจมาฮาลเป็นมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรม เป็นหนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก นี่คทออนุสรณ์สถานแห่งความรักหลังความตายที่บรรลือโลก เป็นมรดกล้ำค่าที่ประเทศอินเดียภาคภูมิใจ และเป็นทรัพยากรท่องเที่ยวที่ขายไม่มีวันจบสิ้น

 

              ประตูทางเข้าทัจมาฮาลสร้างด้วยหินทรายสีแดง ขอบประตูทางเข้าทั้งด้านนอกและด้านในมีตัวอักษรภาษาโกรานจารึกไว้ เป็นบทสวดมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ ตัวอักษรได้รับการคำนวนอย่างดีเยี่ยม จึงสามารถมองเห็นได้เท่ากันและชัดเจน  ด้านหลังของทัจมาฮาลตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา ด้านหน้ามีสวนหย่อมที่ตกแต่งอย่างวิจิตรพิศดาร และงดงามมาก

 

              มีถนนตรงไปสู่ตัวอาคารประมาณ 4 ทาง เมื่อมองในระยะไกลเหมือนกับถนนนี้เป็นแนวรัศมีของทัชมาฮาล ถนนเทพื้นด้วยคอนกรีตและคั่นด้วยสนามหญ้า มีพุ่มไม้จำพวกไม้สนปลูกเรียงรายกันเป็นแถวตลอดแนว ระหว่างตรงกลางมีสระน้ำซึ่งมีหัวทำท่องเป็นน้ำพุเรียงรายตลอดแนว ส่วนตอนหน้าเป็นน้ำพุขนาดใหญ่อยู่ในสระที่ถนนทุกสายมาเชื่อมถึงกัน

 

 

                      ภายในทัชมาฮาล จะเห็นการแกะสลักลวดลายประดับเป็นลายดอกไม้นานาชนิด ผนังห้องและพื้นห้องมีการตกแต่งโดยใช้หินสีชนิดต่างๆ ตัดและเจียระไนเป็นชิ้นเล็กๆ ทำเป็นรูปกลีบดอกไม้ ก้านดอก ใบไม้ แล้วฝังลงในเนื้อหินอ่อนทีละชิ้นๆ ไล่โทนสีของหินจากสีอ่อนไปยังสีแก่ ลวดลายประดับนั้นดูอ่อนช้อยราวกับภาพที่จิตรกรวาดเป็นลายเส้นด้วยมือทีเดียว หินเหล่านี้เมื่อถูกแสงไฟกระทบจะเกิดการสะท้อนแสงและสีออกมาสวยงามยิ่ง

 

                       ตรงกลางห้องโถง มีหีบพระศพจำลองของพระนางมุมตาสกับหีบพระศพของพระเจ้าชาห์ชาฮันวางคู่กัน (หีบพระศพจริงอยู่ในห้องลึกลงไปด้านล่างประมาณ 10 เมตร) รอบๆ มีฉากกั้นทั้งสี่ด้าน ตัวฉากกั้นเป็นหินอ่อนฉลุลวดลายเครือไม้และไม้ดอกที่งามวิจิตรโปร่งตา ภายในห้องโถงใหญ่มีแสงสว่างส่องจากภายนอกเข้าไปได้ตามช่องแสงที่ติดกระจกสีไว้

 

                    ส่วนที่มีชื่อเสียงที่สุด คือ หลุมศพของพระนางมุมตัซ มาฮาล ซึ่งถูกสร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ได้รับคำรับรองว่าสร้างขึ้นด้วยสัดส่วนที่วิจิตรและงดงามที่สุด เป็นมรดกโลกด้วยความงดงาม ละเมียดละไม เปี่ยมด้วยความอัจฉริยะภาพและความปรารถนาในความรักมั่นดุจนิยาย

สีสันแห่งการท่องเที่ยว

ความสุขของต่อสุข

 

Tags : แคชเมียร์ตอน3.ขี่ม้าตูดแหก

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก เดือนละ 30,000 บาท ปีละ 300,000 บาท

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 10,000 บาท ปีละ 100,000 บาท

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 1,000 บาท ปีละ 10,000 บาท

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี ครั้งละ 3,000 บาท

E-mail:thongchai_paoin@hotmail.com

E-mail:thongchai.paoin@gmail.com

Mobile:081-9416364 

facebook/ธงชัย เปาอินทร์

 
view