http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  บทความ รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 30/04/2017
สถิติผู้เข้าชม6,531,050
Page Views8,158,412
« May 2017»
SMTWTFS
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031   
สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(save the forest green)
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
เรื่องสั้น/เรื่องยาว - สกู๊ปพิเศษ -บทบรรณาธิการ
นานาอาชีพ-เบ็ดเตล็ดเกร็ด..น่ารู้
ซือวานโฮมสเตย์ที่พักคีรีโฮมสเตย์
กาแฟชะมด
กิตตินันท์รีสอร์ท อ.นาน้อย จ.น่าน

ร้านรักษ์ผ้าไทยบายรัชนี
 

มรดกโลก มรดกคนไทย

มรดกโลก มรดกคนไทย

มรดกโลก มรดกคนไทย

โดย อึ้งเข่งสุง เรื่อง-ภาพ-ณิชา เปาอินทร์

          หัวหน้ากลุ่มเสื้อแดง ผู้ใหญ่บ้านศุภกฤต สุภัทธนิกกุล อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม มาชวน "ไปกัมพูชาไหม 1,000 บาท อาหารการกินช่วยตัวเอง" เพื่อไปรดน้ำดำหัวนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2555 ผมเงยหน้าแล้วตอบเต็มเสียง"ไปครับ" เท่านั้นเองผมก็นั่งรถบัสติดแอร์สองชั้นไปจากกำแพงแสนกับเสื้อแดงอย่างภาคภูมิ นึกในใจ เข้าไม่ถึงตัวหรอก แต่ก็อยากไป ด้วยว่า มันมีมิติที่ทำให้คิดลึก ผมจะได้ไปเยี่ยมยามตามชมมรดกโลกนครวัต-นครธม ล้ำค่าและผมจะไปตามชมมรดกคนไทยคนเดียวในดวงใจให้พบ

 

          สี่ทุ่มเศษๆ ล้อหมุนไปด้วยความเร็วกว่า 110 กม.ต่อชั่วโมง มุ่งหน้าไปยังโรงเกลือ หรือด่านอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว หลับตื่นๆไปด้วยความเมื่อยขบตามประสาคนแก่ชรากว่า 64 ปี

          เช้ามืดที่ชายแดน ผู้ใหญ่มีน้ำใจเลี้ยงอาหารเช้าข้าวราดแกงคนละ 1 จาน อิ่มพอดี และนั่นก็เป็นอาหารเช้ามื้อเดียวทางฝั่งไทย ต่อจากนั้นผ่านกรรมวิธีทางการตรวจคนเข้าเมืองพักใหญ่แล้วจึงเดินทางกันต่อไปยัง   เมืองเสียมเรียบ หรือเสียมราฐ อันเป็นเมืองที่เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรกัมพูชา สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

 

แดงไปทั้งบางกลางเมืองเสียมเรียบ

           อีกทั้งเป็นที่ตั้งของปราสาทนครวัต-นครธม ซึ่งเป็นมรดกโลกที่คนทั่วโลกเฝ้าระวังและทะนุถนอมให้คงอยู่ เป็นมรดกทางวัฒนธรรม สถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์  ที่โลกต้องตกตะลึงจังงังเมื่อได้เปิดโฉมออกมา ความยิ่งใหญ่อลังการของปราสาททั้งสองหลังนี้หาคำเปรียบเปรยได้แสนยากแล้วก็ต้องยอมศิโรราบกับความสามารถของคนโบราณ เขาทำได้อย่างไร เขาทำกันนานสักแค่ไหน เขาทำไว้เพื่ออะไร อะไรมันจะยิ่งใหญ่ปานนี้ นั่นคือความคาดหวังว่าจะได้มีโอกาสไปชม อันเป็นการยิงนกโป้งเดียวได้นกสองตัว

 

สวยสดด้วยเสื้อสีแดงๆ

         โป้งแรกได้ไปชมมรดกโลกของกัมพูชา และโป้งที่สอง ก็ได้ไปพบหน้าตามหามรดกคนไทยที่ชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีตลอดกาลของคนไทย

 

พลังศรัทธาที่หาได้ยากในยุคสมัยแห่งความโกหก

                   ระหว่างเส้นทางที่ไปเมืองเสียมเรียบนั้นมีแต่รถคนเสื้อแดงวิ่งตามกันไปเป็นขบวนใหญ่ อย่างกับยกทัพโยธายังไงยังงั้น แต่ว่าการบุกกัมพูชาครั้งนี้เพียงเพื่อจะได้พบหน้า ได้ฟังเสียง ได้พูดคุยผ่านสายตา ได้สมใจที่ไม่เคยได้พบกันมานานกว่า 5 ปีแล้ว ได้ยินแต่เสียงและภาพผ่านการวิดีโอลิงค์เมื่อชุมนุมเสื้อแดงอยู่ที่ราชประสงค์

 

หลวงพี่หลวงพ่อมาด้วยใจ

           พอรถปรับอากาศสองชั้นของเราไปถึงเมืองเสียมเรียบ พวกเราร้อยกว่าชีวิตเดินลงไปพร้อมกระเป๋าเดินทาง หอบกันพะรุงพะรังน่าดูชม มีเต็นท์กางไว้มากมายหลายร้อยเต็นท์ แต่ก็เต็มไปด้วยผู้คนเสื้อแดงที่จับจอง เราต้องเดินลึกเข้าไปท่ามกลางแดดร้อนจัดและฝุ่นฟุ้งกระจาย เหงื่อไหลไคลย้อยไปตามๆกัน ทุกคนอดทนและไม่บ่นว่าเลยสักคำ พอใจที่ได้มา พึงใจที่ได้เห็นและขะมักเขม้นที่จะเข้าไปให้ถึง

 

เขาทำเพื่ออะไร ใครตอบได้

                  มีทหาร ตำรวจ กัมพูชาถือปืนยืนถมึงทึงรายล้อมพื้นที่ เฝ้าระวังอย่างเข้มแข็ง เพื่ออารักขาบุคคลสำคัญจากประเทศไทย คนเสื้อแดง โดยเฉพาะบุคคลสำคัญคนเดียวมรดกคนไทย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่จะมาร่วมงานตอนค่ำ การตรวจตราแต่ละคนเป็นไปตามหลักการรักษาความปลอดภัยสากล คนหลายหมื่นคนไม่รู้ว่าใครเป็นใคร หากประสงค์ร้ายแอบแฝงมาจะยุ่งยากได้ คนเสื้อแดงให้ความร่วมมืออย่างดีเยี่ยม รวมทั้งผมด้วย

 

เป็นไปได้หมดหากมีความรักและความศรัทธา

                     เมื่อเดินเข้าไปในภายในบริเวณที่หน้าเวที มีเก้าอี้สีแดงสีน้ำเงินตั้งเรียงรายมากมายหลายหมื่นตัว 5-6 หมื่นเห็นจะได้ เลือกนั่งได้ตามใจชอบ กลุ่มแฟนพันธุ์แท้จะแต่งแต้มสีสันพราวพรายให้ดูแปลก โดดเด่น  คนเสื้อแดงกลุ่มนี้มีให้เห็นทุกครั้งที่มีการชุมนุม ถือเป็นสีสันที่ขำขันสำหรับหมู่เรา นึกไม่ถึงว่ามาไกลถึงประเทศกัมพูชา เหล่าดาราเสื้อแดงก็ยังมา

ร้อนเหงื่อโทรมกาย แต่ก็ทนได้

                       ผมเดินถ่ายรูปไปทีละจุดๆ เล็งเอาไว้ว่าถ้านากยกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เข้ามาผมจะไปยืนถ่าย ณ จุดใด ผมเก็บภาพบรรยากาศทั่วไปได้มามากเกินกว่าที่จะโพสท์ลงในเรื่องนี้ สะสมไว้ดูเล่นก็ได้นิ แต่พอถึงคราวที่พิธีกรเริ่มประกาศว่า ท่านายกทักษิณมาถึง เสียงเกรียวกราวดังไปทั่ว เสียงปรบมือ เสียงโห่ร้อง เสียงแสดงความรักและคิดถึง เสียงและภาพที่ได้เห็นสำแดงชัดว่า นายกทักษิณมีคนรักสักเพียงใด เหมือนวีรบุรุษ เหมือนจอมทัพผู้ยิ่งใหญ่เหมือนดาราผู้โด่งดัง

 

ดูเขาและเธอคู่นี้ซี ทำไม

                       ท่านนายกรัฐมนตรีตลอดกาลของคนไทย ทักทายด้วยประโยคแรกว่า สวัสดีครับ เท่านั้นเสียงโห่ดังอึงมี่ โบกมือ กระโดดโลดเต้น ร้องเรียก และหัวเราะกันเริงร่าหน้าบานกันเป็นจานเชิง เป็นความสุขสมที่เขาได้พบคนที่เขารักและเทิดทูน คนที่เขาคิดถึง คนที่เขาเชื่อมั่น คนที่เขาไว้วางใจ คนที่เขาฝากอนาคตลูกหลานไว้ได้ คนที่เขารักและเคารพ มันไม่ผิดใช่ไหมที่คนคนหนึ่ง  จะมีคนรักมากมายหลายสิบล้านคน

 

คำแรกสวัสดีครับก็กรีดกันสนั่น

                      แต่ด้วยความคิดถึงซึ่งกันและกัน กลับทำให้การพูดจาเป็นไปด้วยความติดขัด นึกคำพูดแทบไม่ออกอยากจะบอกกล่าวกันและกันว่า รักและคิดถึงสักเพียงใด ก็ทำได้เพียงการใช้ปฏิกิริยาทางกายให้เห็น มันเป็นภาพที่ผมคนแก่อายุ 64 ปี เพิ่งเคยได้เห็น ว่าครั้งหนึ่งประเทศไทยเคยมีนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีประชาชนคนไทยรักมากที่สุด ทำประโยชน์ให้กับประชาชนคนรากหญ้ามากที่สุด เท่าที่เคยมีนายกรัฐมนตรีมา

 

สุดอารมณ์เหนือคำพรรณนา

                      ดึกดื่นค่อนคืน น้ำค้างหยดแมะๆ จนเก้าอี้ที่ว่างเปล่าเปียกชื้น แต่ผู้คนเสื้อแดงก็ยังนั่งฟังการปราศรัยและการร้องรำทำเพลง ดูให้ชื่นใจ ดูให้คุ้มกับความคิดถึง ดูให้สมใจอยากที่ดั้นด้นเดินทางมาไกลแสน ฟังเสียงแหบๆ ไม่มีเล่ห์กระเท่ และร้องเพลงได้ “ห่วย” สุดๆ แต่ทุกคนก็อยากฟัง เป็นนักร้องกิตติมศักดิ์คนเดียวที่ร้องเพลงแล้วได้รับเสียงปรบมือมากที่สุดดุจ “ขวัญใจ”

 

ยิ้มพิมพ์ใจให้น้องสาว

                    แล้วเวลาต้องจากกันก็มาถึง เมื่อร้องเพลงอำลาอาลัยกันแล้ว ก็แยกย้ายไปเข้าเต็น?นอน นอนกลางดิน กินกลางทรายเหมือนเมื่อมาถึง เตรียมกำลังไว้ทำบุญใหญ่ที่หน้าปราสาทนครวัต ปราสาทมรดกโลกที่ยิ่งใหญ่

                    เมื่อเดินทางไปถึง ผู้คนเสื้อแดงแต่งตัวกันด้วยชุดใหม่เป็นเสื้อยืดสีขาว แปะใบหน้าทักษิณที่อก ส่วนผู้ที่ไม่ได้รับแจกก็ใส่เสื้อแดงตัวเก่ง ก่อนเข้าถึงหน้างานก็ต้องตรวจตรากันอีกรอบ เพื่อความปลอดภัยของคนสำคัญ

 

เป็นงานเป็นการ

                    พระสงฆ์กัมพูชานับหลายร้อยองค์ นั่งรอพิธีการ ตักบาตรทำบุญแผ่ส่วนกุศลของพี่น้องเสื้อแดง ปีนี้เป็นปีที่ยิ่งใหญ่ของคนเสื้อแดง ได้ทำบุญร่วมกับคนที่เขารักและคิดถึง ได้มาทำบุญถึงปราสาทนครวัต มรดกโลกสำคัญและยิ่งใหญ่ ได้เที่ยวต่างประเทศ

                    นับว่าเป็นมิติแห่งความเท่ห์ของชาวเสื้อแดงเขาเลย

 

คนดีที่อยู่ห่างไกล แต่มีคนรักเยอะมากๆ

                   หลังจากตักบาตรทำบุญกันแล้วนายกรัฐมนตรีตลอดกาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ร่วมเล่นรดน้ำดำหัวกับพี่น้องเสื้อแดงอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางน้ำตาที่ไหลพรากจนอาบหน้าของท่านและคนเสื้อแดง ทุกคนเดินเข้าไปรดน้ำท่านแล้วก็พร่ำบอกด้วยวลีเดียวกัน

                   “อยากให้นายกกลับบ้าน”

                   เพียงเท่านี้ทั้งคนพูดและคนฟังก็น้ำตาไหลย้อยทั่วหน้า

 

เปาอินทร์คนไหนทรหดเท่า 555

                   ผมเห็นท่าว่า ถ้ารอการรดน้ำดำหัวเสร็จ รถปรับอากาศประจำของเราจะออกเดินทางกลับ ก็เลยตัดสินใจไปเที่ยวชมความยิ่งใหญ่ของปราสาทนครธมเสียก่อน เพื่อจะได้ไม่เสียโอกาสที่อยากมาชม

                   จะได้ภาพไปอวดเพื่อนๆและแฟนๆเว็บไซต์ทองไทยแลนด์ดอทคอม  ก็เลยนั่งสามล้อมอเตอร์ไซต์ไป เที่ยวละ 100 บาท จอดถึงหน้าปราสาทเลยทีเดียว

 

ปราสาทนครธมอันยิ่งใหญ่ ก่อนตายได้ไปสักครั้ง

                   เป็นภาพความยิ่งใหญ่อลังการสมกับที่เขาร่ำลือ และได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ได้เคยเห็นสารคดีทางทีวีบ้าง หนังสือพิมพ์สี่สีท่องเที่ยวบ้าง และได้เห็นในหนังเรื่องที่ แองเจลิน่า โจลี่ แสดงนำ สมใจที่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้ดูต่างหน้า

                   ได้เก็บไว้อวดเพื่อนๆและพี่น้องว่าได้ไปมาแล้ว ไปเที่ยวกับทักษิณ ชินวัตร

 

ใบหน้าที่แย้มยิ้ม พระอวโลกิเตศวร

                   ปราสาทนครธมสร้างขึ้นเมื่อพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ขึ้นครองราชย์ระหว่างปีพ.ศ.1724-1762 บนพื้นที่กว้างขวางถึง 9 ตารางกิโลเมตร มีกำแพงสูง 7 เมตรล้อมรอบ ชั้นนอกมีคูน้ำกว้าง 80 เมตร ปราสาทนั้นแกะสลักด้วยหินทรายเป็นรูปใบหน้าพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ 4 ทิศ ลดหลั่นสามชั้น แต่ละชั้นเป็นปรางค์ 54 ปรางค์ เท่ากับ 54 เมืองของเขมรในสมัยนั้น แต่ละทิศมีใบหน้าของพระอวโลกิเตศวร 4 ใบหน้า รวมทั้งหมด 216 ใบหน้า

                   แต่ละใบหน้าแย้มยิ้ม ต้องเรียกว่าปราสาทยิ้มแย้ม

 

                  ผมออกจากปราสาทนครธมแล้วก็เลยไปปราสาทนครวัต แต่ก็ถึงเวลาต้องเดินทางกลับกันพอดี จึงไม่ได้เข้าไปเยี่ยมยามตามทำนอง เมื่อนั่งในรถยนต์ระหว่างการเดินทางจึงได้คุยกันว่า ใครได้เข้าไปชมปราสาทไหนมาบ้าง ต่างก็บ่นเสียดาย เอาเถอะ ไม่ตายก็มาใหม่ได้ และก็ใช่ว่าจะไกลอะไรกันนักหนา แค่นี้เองข้ามรั้วบ้านเราก็เข้ากัมพูชาแล้ว ฮา      

เด็กๆชาวกัมพูชาน่ารัก แต่ดูไม่ค่อยร่าเริง

เหลี่ยม

คิวรอ..ฉี่

คุณยายเสื้อแดงพนมมือไหว้พระสงฆ์กัมพูชา

พระสงฆ์รอบิณฑบาตรหน้าปราสาทนครวัต

เสื้อแดงเดินหาอาหารกินกันตามร้านค้า

นอนกลางดินกินกลางทราย

เหนื่อยยากก็ยอมทนคนเสื้อแดง

22.00 นล้อหมุนติ้ว มุ่งสู่ดินแดนเมืองเสียมเรียบ

สองเสือเฒ่าบุกกัสพูชาจากปอยเป็ต

แดดแผดเปรี้ยง สยายไอร้อนไปทั่ว แต่เสื้อแดงก็ทน

เติมพลัง สู้ สู้

Tags : กัมพูชา ตอน4.ตะลึงเมืองนครธม

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก เดือนละ 30,000 บาท ปีละ 300,000 บาท

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 10,000 บาท ปีละ 100,000 บาท

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 1,000 บาท ปีละ 10,000 บาท

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี ครั้งละ 3,000 บาท

E-mail:thongchai_paoin@hotmail.com

E-mail:thongchai.paoin@gmail.com

Mobile:081-9416364 

facebook/ธงชัย เปาอินทร์

 
view