http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 16/09/2021
สถิติผู้เข้าชม11,409,706
Page Views13,550,649
« September 2021»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  
lifestyle & review
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
 

รวมศูนย์ทุนVSกระจายทุน โดยนิรกาย

รวมศูนย์ทุนVSกระจายทุน โดยนิรกาย

รวมศูนย์ทุนVSกระจายทุน

โดย นิรกาย

                ดูรายการข่าวเมื่ออาทิตย์ก่อนเรื่องคนๆหนึ่งหมดความหวังที่จะมีชีวิตอยู่นอกคุกด้วยการไปปล้ำสาวลูกอ่อนเพื่อให้ตัวเองติดคุกแล้วก็สะท้อนใจ ดูข่าวการจับผู้ค้าผู้เสพยาเสพติดทุกๆวันแล้วก็สะท้อนใจ อ่านข่าวระเบิดรายวันใน 3 จังหวัดภาคใต้แล้วก็สะท้อนใจ ดูการต่อสู้ชิงอำนาจของผู้ปกครองเหลือง-แดง ทั้งในสภาและนอกสภาในท่ามกลางกองทุกข์ของคนจนไทยทั้งประเทศแล้วก็สะท้อนใจ ดูข่าวนักเรียนตีกันชนิดที่ไม่เคยเกิดที่ไหนในโลกแล้วก็สะท้อนใจ สะท้อนใจว่าก็มีแต่การปกครองแบบเผด็จการไทยเท่านั้น ที่สามารถทำให้ประชาชน “ตกนรก” ได้

                ผมเขียนเรื่อง “ทุน” ในการเดินทางของความคิดลงในฉบับก่อนๆไปแล้ว วันนี้ก็ขอขยายความเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความเข้าใจในความต่างของนโยบายทางเศรษฐกิจของขบวนการทางการเมืองที่ดำรงอยู่ในประเทศไทยในดังนี้

                1.นโยบาย “รวมศูนย์ทุน” เป็นนโยบายเศรษฐกิจของขบวนเผด็จการ ขบวนเผด็จการใช้นโยบายนี้ไปเพื่อตอบสนองนายทุนผูกขาดและชนชั้นสูงที่ถืออำนาจอธิปไตยคนส่วนน้อย ผู้ถืออำนาจอธิปไตยคนส่วนน้อยมักจะมีวิธีหาเงินที่แยบยลด้วยการใช้นโยบาย “กระจายรายได้” นโยบายกระจายรายได้เป็นวิธีการผันเงินภาษีประชาชนในคลังไปซื้อของของกลุ่ม “ทุนผูกขาด” โดยมีประชาชนเป็น “ทางผ่าน” นโยบายนี้อาจจะเรียกว่านโยบาย “เงินผัน” บ้าง นโยบาย “ประชานิยม” บ้างตามแต่จะเรียก วิธีการดังกล่าวนอกจากทุนผูกขาดจะมีรายได้เพิ่มมากขึ้นแล้ว รัฐบาลผู้ออกนโยบายยัง สามารถ “ตกเบ็ด” คะแนนเสียงประชาชนที่มีเงินผ่านมือได้อีกด้วย จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมารัฐบาลไม่ว่าเหลืองหรือแดงก็ล้วนแต่ใช้นโยบาย “กระจายรายได้” เพื่อการผันเงินไปให้ทุนผูกขาดไทยและเพื่อการ “ตกเขียวคะแนนเสียง” ประชาชนด้วยกันทั้งนั้น

                2.นโยบาย “กระจายทุน” เป็นนโยบายด้านเศรษฐกิจของฝ่ายประชาธิปไตย เป็นวิธีการ ให้ “เบ็ด” ไม่ให้ “เหยื่อ” การกระจายทุน (ซึ่งหมายรวมไปถึงที่ดิน) เป็นการสนับสนุนให้ประชาชนผู้อ่อนแอ “แข็งแรง” ขึ้นด้วยการสนับสนุนจากรัฐจุดประสงค์คือไม่ให้ประชาชนตกอยู่ในอำนาจทุนผูกขาดหรือกิน “เหยื่อพิษ” ที่ผู้ปกครองตกเขียว ผัน (เงินภาษีของประชาชนผ่านมือประชาชน) ไปให้ทุนผูกขาด (ทั้งเหลืองและแดง) ดังที่รัฐบาลของระบอบเผด็จการในอดีตและปัจจุบันทุกๆรัฐบาลกระทำ

                 วิธีการดังกล่าวเป็นวิธีการ “ลดช่องว่าง” ที่สร้างปัญหาให้คนไทยบ่นอยู่ในขณะนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม

การทำให้บริษัทผูกขาดของนายทุนกลายเป็นบริษัทมหาชนคือการทำให้กรรมกรผู้ลงแรงเป็น Partner กับนายทุนผู้ลงทุนก็เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายนี้ด้วย ที่เราต้องทำเช่นนี้ก็ด้วยเพราะระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม สร้างสังคมตัวใครตัวมันหรือสังคมใครมือยาวสาวได้สาวเอา ถ้ากรรมกรดีใจไปกับค่าจ้างขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้นโดยไม่คำนึงถึง “มูลค่า” ของสินค้า ที่ “ลดลง” (เดิมเงิน 100 บาทซื้อของได้ 10 ชิ้นแต่ระยะต่อมาเงิน 100 บาทซื้อของได้ 8 ชิ้น 6 ชิ้นหรือรัฐบาลคุมราคาสินค้าได้แต่มูลค่าของสินค้าที่ลดลงคุมไม่ได้) กรรมกรก็ต้อง “ตายอย่างเขียด” 

                 นโยบาย “ทำลายทุน” เป็นนโยบายของขบวนการคอมมิวนิสต์ นโยบายนี้คอมมิวนิสต์ซ้ายจัดในอดีต (ยุคเหมาและเขมรแดง) ใช้เป็นนโยบายทางเศรษฐกิจของเขา คอมมิวนิสต์ไร้เดียงสาเหล่านี้ไม่เข้าใจเลยว่า “ทุน” มีทั้งดีและไม่ดี  คอมมิวนิสต์ซ้ายจัดจึงพังไป

วันนี้ประเทศไทยได้ตกอยู่ในสถานการณ์ปฏิวัติกระแสสูงแล้วอย่างสิ้นเชิง (ดรรชนีชี้วัดก็คือ 1.ประชาชนไม่ยอมรับการปกครอง 2.ผู้ปกครองหมดความสามารถในการปกครอง 3.ประชาชนล้าหลังตื่นตัวการตื่นตัวของประชาชนนำมาซึ่ง 4.พรรคปฏิวัติที่เข้มแข็ง) หลังจากประชาชนเข้ามหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้มากขึ้น สามารถเรียงโมเลกุลเหล็กให้มีเอกภาพกลายเป็นขั้วแม่เหล็กได้แล้ว ประชาชนก็จะเชิญผู้ปกครองทั้งเหลืองและแดงลงจากเวที

                  ปล.1.แม้การเลือกตั้งที่ผ่านมา “ชี้วัด” ได้ว่าการเมืองของฝ่ายอนุรักษ์นิยมต่ำลง ฝ่ายเสรีนิยมมีกำลังมากขึ้น แต่ด้วยความเป็นเผด็จการของฝ่ายเสรีนิยมที่ไม่เอากรรมกรซึ่งเป็นกำลังทางยุทธศาสตร์ชี้ขาด จึงทำให้ฝ่ายเสรีนิยมไม่สามารถเอาชนะฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่ “ซ้อนอำนาจ” อยู่อย่างลับๆได้

                 2.อองซานซูจีมีอนาคตทางการเมืองมากกว่าใครเพราะเดินทางมาเอากรรมกรไปเป็นกำลัง รวมทั้งเดินทางไปเยือนองค์การกรรมกรระดับโลกคือ ILO ปัญหาของอองซานซูจีมีอยู่อย่างเดียวคือมีแนวทางในการสร้างประชาธิปไตยทางการเมืองและประชาธิปไตยในทางเศรษฐกิจ (คือการกระจายทุน) หรือไม่ ถ้าไม่มีก็เกิดปัญหาแน่เพราะเสรีภาพกับการเลือกตั้งเป็นประชาธิปไตยที่กินไม่ได้ ดูไทยเป็นตัวอย่าง

                 3.การล่มสลายของยุโรปเกิดจากวิกฤติทั่วไปของระบบทุนนิยมตามกฎของทุนนิยมไม่ใช่เรื่องการใช้จ่ายเกินตัว

ทุนนิยมอยู่ได้เพราะมีนายทุนกับกรรมกรถ่วงดุลกันและกัน วันนี้ทุนผูกขาดโลกกระชับมากขึ้นส่งผลทำให้กรรมกรไม่มีกำลังซื้อระบบทุนนิยมจึงพังดังที่เห็น

 

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี 

ฝ่ายการตลาด คุณ บุณย์วรางค์ มนตรีพิศาล โทร.081-4971702  

ประจำกองบรรณาธิการ สาวดอนเมือง มณี บันลือ  อินทรีดำ ธงชัย อึ้งเข่งสุง

 
view