http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 16/09/2021
สถิติผู้เข้าชม11,413,313
Page Views13,554,381
« September 2021»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  
lifestyle & review
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
 

ธุรกิจการเมือง ธุรกิจการสื่อ

ธุรกิจการเมือง ธุรกิจการสื่อ


จำลอง บุญสอง

                                                       ธุรกิจการเมือง ธุรกิจการสื่อ

                เมื่อสื่อพูดถึงนัก “ธุรกิจการเมือง” หรือนักการเมืองเอาการเมืองไปทำ “ธุรกิจ” เพื่อตัวกูของกูได้ สื่อก็ต้องพูดถึง “นักธุรกิจการสื่อ” หรือนักการสื่อสารมวลชนที่นำสื่อไปทำธุรกิจเพื่อตัวกูของกูได้เช่นเดียวกัน

                 ในอดีตสื่อถูกตั้งขึ้นมาด้วยการรวมตัวของนักแสวงหาความเป็นธรรม ใครทำสื่อในยุคโน้นมักจะยากจน จนถูกเรียกว่าพวก “ไส้แห้ง”

แต่หลังจากสังคมคลี่คลายเข้าสู่ทุนนิยมมากขึ้น โฆษณากลายเป็นธุรกิจสำคัญที่ทำให้ผู้ทำงานสื่อมีชีวิตที่ดีขึ้น  ครั้นมีการเปิดตลาดทุนตลาดหุ้นทำให้สื่อหลายรายก็นำองค์กรสื่อของตนเข้าไปแสวงหากำไรจากกลไกดังกล่าวไปพร้อมๆกับการได้ “นาย” “นอกวงการ” เข้ามามีอิทธิพลต่อความเป็นสื่อไปโดยปริยาย

.................................................................................................................................................

การเมืองของไทยแม้จะใช้ “วิธีการประชาธิปไตย” (Democratic Mean) คือการ “เลือกตั้ง” เพื่อให้ได้มาซึ่ง “อำนาจอธิปไตย” มาปกครองประเทศ แต่ไม่ว่าจะเลือกตั้งกันสักกี่ครั้งด้วยรัฐธรรมนูญฉบับใด ผู้แทนราษฎรกลับกลายเป็นของ “คนส่วนน้อย” คือทั้งของ “ชนชั้นสูง” และ “ชนชั้นนายทุน” ตลอดมา

เรียกในทางวิชาการว่า “ระบอบเผด็จการ ระบบรัฐสภา”   สภาที่หลายคนเรียกกันว่า “สภาผัวสภาเมีย” หรือ “สภาโคตรตระกูล”

หลังความขัดแย้งของกลุ่มผลประโยชน์ใหญ่ในรูปของขบวนการเหลืองแดงหรือพูดง่ายๆว่าเผด็จการสู้กัน ทำให้มรการใช้การสื่อสารเป็น “เครื่องมือ” ในการโฆษณาชวนเชื่อให้กับแต่ละฝ่าย จนนำมาซึ่ง “สื่อเหลือง” “สื่อแดง” แม้บางครั้งจะมีการกล่าวหากันว่าสื่ออีกฝ่ายเป็น “สื่อเทียม” แต่ข้อเท็จจริงก็คือเป็นสื่อจริงทั้งคู่ต่างที่ “ขบวนการทางการเมืองใด” เป็นเจ้าของหรือสื่อใดไปทำแนวร่วมกับขบวนการเมืองใดต่างหาก

การที่ “บรรษัทการเมือง” ยักษ์ใหญ่ 2 บรรษัท หรือขบวนเผด็จการ 2 ขบวนเผด็จการกระทำต่อกันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่จะส่ง “คลื่นแห่งความแตกแยก” ไปยังถึงกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆในสังคมเท่านั้น แต่ยังได้สร้างความแตกแยกในวงการสื่อที่ต่าง “จุดยืน” “ทัศนะ” และ “แนวทาง” อีกด้วย

........................................................................................................................................................... 

ถามว่านักข่าว “รู้” ว่าการปกครองแบบเผด็จการเป็นปฐมเหตุแห่งปัญหาชาติหรือไม่ คำตอบก็คือ “ส่วนใหญ่” ไม่รู้! ที่ไม่รู้ก็เพราะผู้สื่อข่าวเหล่านั้นทำงาน “เพื่อเลี้ยงชีพ” ไปวันๆ เหมือนกรรมกรตามโรงงานทั่วๆไป แม้ว่าจะมีโอกาสสัมผัสกับข่าวสารมากกว่าประชาชนทั่วไปก็ตาม แต่ความไม่รู้ในวิชาการเมืองก็ทำให้พวกเขากลายเป็น “ปลาที่ไม่รู้จักน้ำ”  “ทัพพีอยู่ในแกง แต่ไม่รู้รสแกง” ดังนั้น แต่ละวันเราจึงเห็นนักข่าวตีปิงปองข่าวทุกวัน หลายคนไม่เข้าใจ Concept ของคำว่าประชาธิปไตย คอมมิวนิสต์หรือเผด็จการว่าคืออะไร ไม่เข้าใจเรื่องลัทธิ ระบอบ การปกครอง ระบบหรือ วิธีการประชาธิปไตย ด้วยเหตุนี้การทำข่าวของพวกเขาจึงสะละวนอยู่ในวงไพ่เผด็จการสร้างหลอกประชาชน

เป็น “อุปสรรค” ต่อการปฏิวัติ น้องๆพวก Counter Revolutionary ทีเดียว 

แม้ว่าผู้ทำงานสื่อ (นักข่าว นักเขียน) จะ เป็น “กรรมกร” แต่เป็นกรรมกรที่ “เป็นได้” แค่ “เครื่องมือ” ของ “นายทุน” ไม่ใช่สื่อที่ทำหน้าที่เป็น “ผู้แทน” หรือ “เครื่องมือ” ให้ชนชั้น (กรรมกร) ของตนเองไม่

การไม่ “หลุด” ออกจาก “กะลาครอบ” ทางการเมืองของระบอบเผด็จการทำให้สื่อกลายเป็น

“ส่วนหนึ่งของปัญหา” แทนที่จะช่วย แก้ไข ปัญหา

ทำงานกันอย่างหามรุ่งหามค่ำให้เป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของ “นายทุน” และ “ชนชั้นสูง” กันอย่างหน้ามืดตามัว 

ในเมื่อเราไม่สามารถทำให้คนในชาติเป็นอรหันต์ได้ทุกคน ดังนั้นถ้าจะทำให้สังคมเสถียรหรือสั่นไหวน้อยที่สุด เราจำเป็นต้องทำอำนาจอธิปไตยระหว่าง “ชนชั้นสูง” “ชนชั้นกลาง” และ “ชนชั้นล่าง” ให้เกิดความสมดุล แล้วนำความสมดุลในอำนาจที่ได้มาทำสมดุลของผลประโยชน์เพื่อทดแทนการผูกขาดอำนาจทางการเมือง “ของกลุ่มทุนผูกขาด” “โดยทุนผูกขาด”และ “เพื่อทุนผูกขาด” ที่สร้างทุกปัญหาชาติในทุกวันนี้

                ปล.จะ “เลือกตั้ง” กันไปทำไม ถ้าเลือกตั้งแล้วได้มาซึ่งการ ขูดรีด ของนายทุน จะยอมให้ “ทหาร” ทำการรัฐประหารกันไปทำไม ถ้าการรัฐประหารแล้วนำมาซึ่ง การ กดขี่ ของชนชั้นสูง

หันมาสนใจการสร้าง อำนาจอธิปไตยปวงชน เพื่อให้ได้มาซึ่งการเมือง ของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชนกันไม่ดีกว่าหรือ?

ปล.ไม่ว่ารัฐบาลไหนๆที่ผ่านมาก็เล่นไพ่กัมพูชาตามสนธิสัญญาไทย-ฝรั่งเศสกันทั้งนั้นไม่มีรัฐบาลใดชวนกัมพูชามาเล่นไพ่ที่ไทยได้เปรียบตามสนธิโตเกียวเลย สหประชาชาติเขาให้ประเทศที่รุกรานคืนดินแดนที่ยึดคืนไปให้กับประเทศแม่ (ที่เป็นรัฐชาติมาก่อน) เขมรกับลาวเป้นรัฐชาติมาก่อนหรือ?

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี 

ฝ่ายการตลาด คุณ บุณย์วรางค์ มนตรีพิศาล โทร.081-4971702  

ประจำกองบรรณาธิการ สาวดอนเมือง มณี บันลือ  อินทรีดำ ธงชัย อึ้งเข่งสุง

 
view