http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  บทความ รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 14/06/2017
สถิติผู้เข้าชม6,672,526
Page Views8,327,156
« June 2017»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(save the forest green)
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
เรื่องสั้น/เรื่องยาว - สกู๊ปพิเศษ -บทบรรณาธิการ
นานาอาชีพ-เบ็ดเตล็ดเกร็ด..น่ารู้
ซือวานโฮมสเตย์ที่พักคีรีโฮมสเตย์
กาแฟชะมด
กิตตินันท์รีสอร์ท อ.นาน้อย จ.น่าน

ร้านรักษ์ผ้าไทยบายรัชนี
 

นกแสก กำแพงแสน กับหนูท้องขาว

นกแสก กำแพงแสน กับหนูท้องขาว

นกแสก กำแพงแสน กับหนูท้องขาว

นวัตกรรมธรรมชาติรักษาสมดุล

โดย ธงชัย เปาอินทร์ เรื่อง-ภาพ

            รองศาสตราจารย์ ดร.วรวิทย์ วัชชวัลคุ หน.ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะสัตว์แพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ได้แนะนำให้ผมได้รู้จักกับ น.สพ.เบญจพล หล่อสัญญาลักษณ์ หน.หน่วยสัตว์ป่าและคลินิกสัตว์เลี้ยงพิเศษ รพ.สัตว์ ม.เกษตร กำแพงแสน เพื่อจะได้รับฟังเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับนกแสกและหนูท้องขาวในสวนปาล์มน้ำมัน โชคดีจริงๆ

 

รศ.ดร.วรวิทย์ วัชชวัลคุ

            อาจารย์ได้เล่าให้ฟังว่า นกแสกเป็นสัตว์คุ้มครองของไทย มีนกในตระกูลเค้าแมวในประเทศไทยทั้งหมด 19 ชนิดจากทั้งโลกที่มีถึง 134 ชนิด มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tyto alba   อยู่ในวงศ์นกแสก TYTONIDAE มีชื่อสามัญในภาษาอังกฤษว่า Bam Owl, Common bam owl แต่ในภาษาไทยเรียกกันว่า นกแสก,นกแฝก หรือบางทีก็เรียกนกเค้าแมว

 

น.สพ.เบญจพล หล่อสัญญาลักษณ์

     นกแสกมีใบหน้ารูปหัวใจ ตาใหญ่ ตั้งอยู่ทางด้านหน้าของหัว คอสั้น ปีกยาว หางค่อนข้างสั้น ขาและนิ้วแข็งแรง มีขนปกคลุมแข้งเกือบถึงนิ้ว ปลายนิ้วเป็นกรงเล็บ โดยกรงเล็บของนิ้วที่ 3 มีลักษณะหยักคล้ายซี่หวีทางด้านขอบด้านใน ตัวผู้กับตัวเมียมีลักษณะเหมือนกันจนแยกแยะด้วยตาเปล่ายาก คะเนกันว่าเพศเมียจะมีขนาดใหญ่กว่า

กรงใหญ่ให้เขาบินได้มากๆ

              หน้าอกท้องและใต้ปีกขนสีน้ำตาลอ่อนเกือบขาว จุดกลมสีเทากระจายไปทั่ว  ด้านบนลำตัวและขนปกคลุมปีกสีเหลืองทอง มีจุดสีน้ำตาลเข้มกระจายอยู่ทั่วไปเช่นเดียวกัน   บริเวณใบหน้ามีสีขาวรูปใบโพธิ์  มีขนสีน้ำตาลเข้มเป็นขอบอยู่รอบนอก ม่านตาสีดำ ปากเรียวแหลม และมีจะงอยปากเป็นปากขอ  ชอบหากินในเวลากลางคืน สายตาดีกว่าคน 100 เท่า หูใหญ่ฟังเสียงได้ชัดเจน มากกว่าคน 4 เท่า ขนนกแสกบางเบาและนุ่มเวลาบินจึงเงียบไม่มีเสียงใด ชอบอาศัยอยู่ตามมุมหรือซอกหลังคาโบสถ์หรือบ้านเรือน

   

กรงเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์

              พฤติกรรมการกินอาหารของนกแสก จะจับหนูท้องขาวกินทั้งตัวลงไปในทันที ไม่ฉีกเหยื่อ เว้นแต่ตอนป้อนอาหารให้ลูกนกเดือนแรกๆ แต่เมื่อแข็งแรงและรู้จักการจับเหยื่อแล้วจึงจับหนูท้องขาวกินไปทั้งตัว  เมื่อกินลงไปแล้ว ส่วนไหนไม่ย่อยสลายไปก็จะสำรอกออกมาเป็นกองๆ เหมือนก้อนผมกองไปทั่วบริเวณที่อยู่อาศัย

  

บ้านนกแสกเสาเดียว

               ฤดูผสมพันธุ์อยู่ระหว่างเดือนกันยายน จะเป็นเดือนที่เขาจะจับคู่กัน เดือนตุลาคมจะเป็นเดือนที่วางไข่ครั้งละ 4-7 ฟอง เปลือกไข่สีขาว ขนาดเล็ก ไข่ออกมาไม่พร้อมกัน นกแสกจะเริ่มฟักไข่ตั้งแต่ใบแรกจนถึงใบสุดท้ายรวม 32-34 วัน  ลูกนกแสกจึงออกมาไม่พร้อมกันและตัวไม่เท่ากัน  ระหว่างที่แม่นกฟักไข่ นกตัวผู้จะเป็นผู้หาอาหารมาป้อนให้ทั้งแม่และลูกๆ ช่วงนี้แหละที่นกแสกต้องฉีกเหยื่อเป็นชิ้นเล็กๆจนกว่าจะโตพอก็จะให้เหยื่อเป็นๆเพื่อฝึกลูกกิน

 

บ้านนกแสก

                อาจารย์เล่าว่านกแสกเกือบสูญพันธุ์ เพราะว่าการกินหนูที่อาจไปกินยาเบื่อมา นกแสกก็พลอยตายไปด้วย ทุกวันนี้แหล่งที่อยู่อาศัยเช่นต้นไม้ใหญ่ๆมีโพรงน้อยลง และบ้านเรือนหรือหลังคาโบสถ์เก่าๆก็ลดน้อยลงไป  นกแสกบีบตัวหลบภัยในมุมมืดหรือซอกลืบหรือเกาะหลบๆตามพุ่มไม้ มีพฤติกรรมป้องกันตัวเองโดยการทำเสียงขู่ หรือไม่ก็โยกตัวไปมา ท่าคล้ายๆนักเลง

 

เจาะรูระบายอากาศร้อน

                 หลังจากนั้นจึงพาไปชมกรงเพาะพันธุ์นกแสก ในแต่ละกรงมีบ้านหรือกล่องขนาดกว้างราวๆ 1-2 ศอก มีช่องประตูเจข้าออก มีชานหรือระเบียงให้ออกมาเกาะยืน ไม่มีการทำรัง ถ้าจะไข่ก็ไข่พื้นบ้านน้อย แล้วก็ชี้ให้ดูว่าตัวที่ใหญ่กว่านิดๆนั่นแหละน่าจะเป็นตัวเมีย นกแสกแยกแทบไม่ออก จึงใช้วิธีตรวจดีเอ็นเอ ตัวผู้หรือตัวเมีย

 

                นกแสกเหล่านี้เพาะขยายพันธุ์ไว้เพื่อสนองความต้องการของเกษตรกรผู้ปลูกสวนปาล์มน้ำมัน แต่มีเงื่อนไขในการรับนกแสกไปเพาะเลี้ยงต่อในสวนปาล์มนั้นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด มิเช่นนั้นการใช้นกแสกกำจัดหนูท้องขาวก็จะไม่ได้ผลตามความคาดหวัง กฎกติกาคือเจ้าของสวนปาล์มต้องปฏิบัติดังนี้

 

               1.ต้องหยุดการเบื่อหนูด้วยสารเคมีทุกชนิด เพื่อให้หนูปลอดพิษจากสารเคมีที่เป็นยา

               2.ก่อนการมารับนกแสกไปปล่อยต้องสร้างบ้านนกแสกให้เรียบร้อยตามแบบที่กำหนดไว้

               3.ต้องจับหนูท้องขาวไว้เป็นอาหารให้นกแสกวันละ 2 ตัวต่อนก 1 ตัว นก 2 ตัว ก็ต้องมีหนู วันละ 4 ตัว เป็นอย่างน้อย เอให้เขากินหนูท้องขาวและรู้จักเหยื่อที่ต้องล่า หนูต้องให้แบบเป็นๆ

               4.เมื่อฝึกการอยู่และการกินอาหารแล้ว นกแสกจะไล่จับหนูในสวนปาล์มกินเองได้อย่างเชี่ยวชาญ จนตกไข่และเลี้ยงลูก 4-7 ตัว พ่อนกแม่นกยิ่งต้องจับหนูมาป้อนลูกๆมากขึ้น   

               5.ห้ามให้เนื้อหมูหรือไก่แก่นกแสกเด็ดขาด มิเช่นนั้นเขาจะหากินหนูท้องขาวไม่เป็น หนูท้องขาว(rattus rattus)เป็นตัวทำลายทะลายปาล์มน้ำมันมาก

 

นกแสกคู่ผัวเมีย

                นกแสกไม่ชอบอยู่เป็นฝูงใหญ่แต่ชอบอยู่เป็นคู่ๆหรือเป็นครอบครัว พ่อแม่และลูกๆ   พฤติกรรมการออกหากินกินพื้นที่ถึง 40 ตารางกิโลเมตร ในสวนปาล์มน้ำมันแต่ละแห่งกว่าพันไร่ จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่เกินกำลังการจับหนูกินของนกแสก แต่อย่างไรก็ตาม ต้องปฏิบัติตามกติกา ทางมหาวิทยาลัยได้เพาะเลี้ยงไว้ถึง 700 ตัว และกำลังจะออกมาอีกจำหนวนหนึ่ง

 

ทำขู่ โยกตัวไปมา

                  ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่าก็คือ เพื่อนบ้านที่เกลียดชังนกแสกจะยิงทิ้งไปเสียเมื่อได้พบปะกันเข้าหรือไปบินผ่านบ้านของเขาเข้า ด้วยความเชื่อมาแต่โบราณกาลว่า หากนกแสกบินผ่านบ้านใดแล้วบ้านนั้นจะมีคนเสียชีวิตตามมา พอเห็นและได้ยินเสียงจึงมักจะไล่ยิงเสีย เพื่อว่าจะได้ไม่มีภัยพาลมาระราน อันเป็นความเชื่อกันมานานเนกาเลมาแล้ว

 

                  โรมันและโรมาเนียเชื่อว่าสกแสกเป็นยมทูตแห่งวิญญาณ ชาวไอริชถือคติว่าถ้านกแสกบินเข้าบ้านต้องช่วยกันตีหรือยิงนกแสกให้ตายเพราะว่าหากปล่อยให้บินออกไปก็หมายว่าจะมีคนตายตามไป ชาวอินเดียนแดงเชื่อว่าเป็นพวกเวทมนต์แห่งปีศาจ ชาวแอสเทก ชาวมายาและชาวเมโสโปเตเมีย มันคือนกที่จะทำลายล้างและความตาย

 

อาหารไม่ย่อยถูกสำรอกออกมา

                   มีเพียงไม่กี่ชนชาติที่เชื่อว่า นกแสกเป็นนกดี เช่น ชาวฮินดู ถือว่าเป็นพาหนะของเจ้าแม่ลักษณ์มีเทวี เมียของพระนารายณ์  ชาวกรีกโบราณเชื่อว่านกแสกเป็นสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับเทพีอธีน่า 

                   เกรียงศักดิ์ ทำมะฤทธ์   กลุ่มกีฎะและสัตว์วิทยา สำนักวิจัยพัฒนาอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร พบว่า สวนปาล์มถูกทำลายทะลายผลไปถึง 6-36% ความเสียหายประมาณ 580 ล้านบาท/ปี จึงต้องเพิ่มศักยภาพการกำจัดหนูท้องขาว และการสร้างบ้านน้อยบนเสาเดียวให้นกแสกอยู่ในสวนปาล์มน้ำมัน หากปฏิบัติตามกติกา นกแสกจะเพาะขยายเผ่าพันธุ์ได้มากขึ้นๆ ทรงประสิทธิผลแห่งนวัตกรรมการอารักขาพันธุ์พืช เช่นนี้แล   

                   สนใจติดต่ออาจารย์ทั้งสองได้ที่ภาควิชาพยาธิ รพ.สัตว์ กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม 73140  ประการสำคัญ ท่านมั่นใจแค่ไหนว่าจะจ้างจับหนูท้องขาวไว้เป็นเหยื่อล่อเพียงพอกับความต้องการหรือเปล่า หากปฏิบัติครบถ้วนตามกติกา เชื่อว่าจะขยายเผ่าพันธุ์นกแสกได้มากขึ้น

                   ด้วยความตั้งใจที่จะเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์นกแสกเพิ่มขึ้น ถึงกับต้องหาเงินมาสร้างกรงเพาะฟักและกรงฝึกบิน ส่วน"บ้านนกแสก"นั้นมูลค่าราคาประมาณ 1,000 บาท ได้แค่เสาเดียวนะครับ หากท่านที่สนใจจะส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเพื่อนำไปสู่แนวทางการปฏิบัติ ลดปัญหาการทำลายทะลายปาล์มน้ำมันอันเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญและทำเงินให้กับประเทศ ไปบริจาคโดยตรงได้ที่ท่านอาจารย์ทั้งสองที่ รพ.สัตว์ ม.เกษตร กำแพงแสน ได้ตามวันเวลาราชการครับ

                   หรือนส.พ.เบญจพล หล่อสัญญาลักษณ์ โทร.089-7657652 จะประสานมาทางผม 081-9416364 ก็ได้ เพื่อจะได้ช่วยประสานกับท่านอาจารย์ทั้งสองอีกทอดหนึ่ง ยินดีครับ กิจกรรมการส่งเสริมที่ไม่เป็นพิษภัยกับธรรมชาติ ไม่มีสารตกค้างจากสารเคมีใดๆ หรือถ้าว่า'ก็เดินทางมาชมสถานีเพาะเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์ของนกแสกได้ครับ

               

    

Tags : บ้านทุ่งแสนสุขตอน14.ปลาออกกุ้งก็ออก

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก เดือนละ 30,000 บาท ปีละ 300,000 บาท

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 10,000 บาท ปีละ 100,000 บาท

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 1,000 บาท ปีละ 10,000 บาท

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี ครั้งละ 3,000 บาท

E-mail:thongchai_paoin@hotmail.com

E-mail:thongchai.paoin@gmail.com

Mobile:081-9416364 

facebook/ธงชัย เปาอินทร์

 
view