http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  บทความ รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 23/03/2017
สถิติผู้เข้าชม6,448,485
Page Views8,066,009
« March 2017»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(save the forest green)
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
เรื่องสั้น/เรื่องยาว - สกู๊ปพิเศษ -บทบรรณาธิการ
นานาอาชีพ-เบ็ดเตล็ดเกร็ด..น่ารู้
ซือวานโฮมสเตย์ที่พักคีรีโฮมสเตย์
กาแฟชะมด
กิตตินันท์รีสอร์ท อ.นาน้อย จ.น่าน

ร้านรักษ์ผ้าไทยบายรัชนี
 

ประชาธิปไตยต่างConcept

 ประชาธิปไตยต่างConcept

จำลอง บุญสอง

                                                                                ประชาธิปไตยต่างConcept

ภายใต้วิกฤติทางการเมืองของชาติเดี๋ยวนี้ใครๆก็พูดกันแต่เรื่อง “ประชาธิปไตย” ไม่ว่าแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.), พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย,ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนายกรัฐมนตรี,พรรคสภาและประชาชนทั่วไป

ปรากฏการณ์ดังกล่าว “สะท้อน” ให้เห็น “ธาตุแท้”  (Essence) ของสิ่งที่ดำรงอยู่ว่า ประชาชนไทยต้องการประชาธิปไตยจริง กระแสความต้องการดังกล่าวได้กลายเป็น “เงา” ที่ครอบงำสถานการณ์ทางการเมืองของไทยแล้วอย่างสิ้นเชิง วิชาการเมืองเรียกสถานการณ์เช่นนี้ว่า

สถานการณ์ปฏิวัติประชาธิปไตย!

นั่นหมายความว่า ตราบใดที่การปฏิวัติประชาธิปไตยยังไม่เสร็จสิ้น ไม่ว่าจะมีความพยายามในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งมากมายเพียงใด จะเชิญผู้เชี่ยวชาญชาติใดๆมาให้คำแนะนำ

“มิคสัญญีกลียุค” ก็เกิดขึ้นร่ำไป

อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวประชาธิปไตยแม้จะมีมากมายหลายกลุ่มก็ตาม แต่ก็ไม่มีกลุ่มใดที่ใส่ใจใน “หลักวิชา” ของลัทธิประชาธิปไตย (Democracy) กันเลยสักกลุ่มเดียว การไม่เคารพต่อหลักวิชานั้น ไม่เพียงแต่จะสร้างความสับสนว่าประชาธิปไตยหมายถึงอะไรกันแน่แล้ว ยังไปทำให้การแก้ไขปัญหาการเมืองไทยเป็นไปไม่ได้อีกด้วย

การที่คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีตั้ง “สภาปฏิรูปการเมือง” ขึ้นมาระดมผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายมาร่วมกันสร้าง  ระบอบประชาธิปไตยแบบ “มีส่วนร่วม” ขึ้น ก็ทำให้พิสูจน์ได้ว่าคุณยิ่งลักษณ์ไม่มีความรู้ในลัทธิประชาธิปไตยเลย

การสร้างประชาธิปไตยในโลกมี 2 ขั้นตอน ขั้นตอนที่ 1 คือขั้นตอนเปลี่ยนระบอบเผด็จการ (Dictatorial Regime) ให้เป็นระบอบประชาธิปไตย (Democratic Regime) ขั้นตอนที่ 2 คือขั้นตอนเปลี่ยนแปลงการปกครองแบบเผด็จการ (Dictatorship) ให้เป็นการปกครองแบบประชาธิปไตย (Democratic Government) ถ้าสร้างประชาธิปไตยครบทั้งสองขั้นตอน ประเทศนั้นก็ได้การปกครองแบบประชาธิปไตยตรงตามความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

“ระบอบ” ตามหลักวิชาการเมืองมี 2 ระบอบเท่านั้นคือ “ระบอบประชาธิปไตย” กับ “ระบอบเผด็จการ” ระบอบประชาธิปไตยหมายถึงอำนาจอธิปไตย “เป็นของปวงชน” ซึ่งมีรูปเดียว ส่วนระบอบเผด็จการหมายถึงอำนาจอธิปไตยที่ “ไม่ใช่ของปวงชน” ซึ่งมีหลายรูป เป็นของคนๆเดียวก็ได้ เช่นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์,ระบอบฟาสซิสต์ เป็นของคณะบุคคลก็ได้เช่นระบอบทหาร ระบอบเผด็จการรัฐสภา เป็นของคนส่วนใหญ่ก็ได้เช่นระบอบเผด็จการชนกรรมาชีพ

ฉะนั้น คำว่าระบอบอะไรหมายถึงอำนาจอธิปไตยเป็นของใคร! การที่แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติประกาศ “สนับสนุนระบอบทักษิณ” ต่อต้าน “เผด็จการ” ก็ต้องขอเรียนตรงๆว่า “ระบอบทักษิณ” “ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย” เพราะอำนาจอธิปไตยอยู่ในมือของตระกูลชินวัตร ไม่ใช่ของประชาชน!

แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติคือ “แนวร่วม” ระบอบเผด็จการทักษิณ เช่นเดียวกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่เป็น “พันธมิตร ของระบอบเผด็จการเหลือง (มาก่อน)

การที่นายกสร้าง “สภาปฏิรูปการเมือง” ขึ้น ก็ต้องขอเรียนว่า “การเมือง” เป็น Reality เป็น “นามธรรม” ปฏิรูปไม่ได้ ส่วนคำว่า “ระบอบประชาธิปไตย” แบบ “ประชาชนมีส่วนร่วม” ก็ไม่มีในลัทธิประชาธิปไตย เพราะระบอบประชาธิปไตยหมายถึงอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน!

การสร้างประชาธิปไตยที่ไหนในโลกจะเป็นจริงได้ประชาชนต้องโค่นรัฐบาลทั้งนั้น เพราะรัฐบาลเป็นผู้ถืออำนาจอธิปไตย ถ้าไม่โค่นระบอบเผด็จการลงแล้วจะเกิดระบอบประชาธิปไตยขึ้นได้อย่างไร ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ปฏิรูปการเมือง ร่างรัฐธรรมนูญ เลือกตั้งใหม่ รัฐประหาร ร่างรัฐธรรมนูญ เลือกตั้งใหม่ เพื่อเหล้าเก่าในขวดใหม่ ไม่ใช่ทางออก!

ปล.1.ติงอาจารย์นครินทร์ เมฆไตรรัตน์รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กับอาจารย์ศุภมิตร ปิติพัฒน์ แห่งคณะรัฐศาสตร์จุฬาที่เขียนในโพสต์ทูเดย์ต่างกรรมต่างวาระกันดังนี้ครับ อาจารย์นครินทร์เขียนเรื่อง “อายุขัยของรัฐบาลใน “ระบอบรัฐสภา” ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2556 ขอเรียนว่า “ระบอบรัฐสภา” ไม่มีในภาษาวิชาการครับ มีแต่ระบอบประชาธิปไตยกับระบอบเผด็จการเท่านั้น “ระบบรัฐสภา” เป็นรูปของการปกครองคู่กับ “ระบบประธานาธิบดี” ระบอบเป็นเนื้อ ระบบเป็นรูป ระบอบหมายถึงใครเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ระบบหมายถึงอะไรเป็นผู้ถือดุล ระบบรัฐสภา สภาเป็นผู้ถือดุล ระบบประธานาธิบดี ประธานาธิบดีเป็นผู้ถือดุล ระบบสุริยะ พระอาทิตย์เป็นผู้ถือดุล

ส่วนอาจารย์ศุภมิตร เขียนเรื่อง “โปรดฟังอีกครั้ง” ลงในพินิจการเมือง โพสต์ทูเดย์ โดยอาจารย์ใช้คำว่า “เสรีภาพนิยม” คำว่า “เสรีภาพนิยม” ไม่มีในภาษารัฐศาสตร์ มีแต่คำว่าลัทธิเสรีนิยม (Liberalism) ส่วนคำว่าเสรีภาพมาจากคำว่า Freedom ซึ่งเป็น “หลักการปกครอง” หลักหนึ่งของ “การปกครองแบบประชาธิปไตย” เท่านั้น

ลัทธิเสรีนิยมเป็นลัทธิทางเศรษฐกิจคู่กับลัทธิประชาธิปไตย (Democracy) ซึ่งเป็นลัทธิการเมือง

คำว่าระบอบกษัตริย์หรือ Absolute Monarchy ควรเรียกว่าระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์จะถูกกว่า คำว่า “ระบอบสาธารณรัฐ” ไม่มีอยู่ในภาษาศาสตร์ ระบอบใช้กับหลักการปกครอง ส่วนสาธารณรัฐเป็น “รูปของรัฐ” จึงไม่ควรเอาระบอบไปปนกับสาธารณรัฐ คำว่าสาธารณรัฐคู่กับคำว่าราชอาณาจักร (รัฐเดี่ยว) 

การพูดผิด Concept ของคำของ “นักตำราการ” (บางคน) นอกจากจะสร้างความสับสนแล้ว ยังจะไปทำให้การ ยุติ (ความขัดแย้ง) ยากขึ้น เพราะพูดกันคนละภาษา ขงจื๊อถือหนักถือหนาในเรื่องนี้ ที่ยกเรื่องนี้มาไม่ใช่เรื่องผมกับท่านอาจารย์ทั้งสองหรือกับคุณยิ่งลักษณ์ กับพันธมิตร กับนปช.แต่เป็นเรื่องของชาติบ้านเมือง

ปล.2 แม้นการเคลื่อนไหวของ “กลุ่มผลประโยชน์ยาง” จะเป็นการ “เคลื่อนไหวประชาธิปไตย” แต่ข้อเรียกร้องกลับเป็นการเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ ซ้ำร้ายยังถูกขบวนเผด็จการที่มีการเมืองต่ำใช้ความเดือดร้อนของกลุ่มฯมาเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อน จึงทำให้การเคลื่อนไหวของกลุ่มผลประโยชน์ยางถูก “ปนเปื้อน” ไปด้วย ถ้า “ข้อเรียกร้อง” ถูก “ยกระดับ” ให้สูงขึ้นถึงขั้นเรียกร้องประชาธิปไตยก็จะทำให้แนวร่วมกว้างขวางขึ้น ถ้าแนวร่วมไม่กว้างขวางขืนไปปิดสนามบิน ปิดท่าเรือ ปิดถนน ก็จะไปสร้างความขัดแย้งกับ Interest Group กลุ่มอื่นๆ (ทั้งที่เป็นคนใต้ด้วยกัน) เข้าทางรัฐบาลแดงที่ใช้ความเดือดร้อนของกลุ่มผลประโยชน์อื่นมา “ชน” สิครับ

วันที่ 15 กันยายน 2556 พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย จะเคลื่อนไหวอย่างเป็นทางการ แต่จะใช้แนวร่วมออกหน้า การแบ่งขบวนออกมาอย่างชัดเจนเช่นนี้ หมายถึง การปฏิวัติกำลังจะเริ่มขึ้น

 

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก เดือนละ 30,000 บาท ปีละ 300,000 บาท

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 10,000 บาท ปีละ 100,000 บาท

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 1,000 บาท ปีละ 10,000 บาท

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี ครั้งละ 3,000 บาท

E-mail:thongchai_paoin@hotmail.com

E-mail:thongchai.paoin@gmail.com

Mobile:081-9416364 

facebook/ธงชัย เปาอินทร์

 
view