http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  บทความ รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 23/03/2017
สถิติผู้เข้าชม6,444,945
Page Views8,062,198
« March 2017»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(save the forest green)
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
เรื่องสั้น/เรื่องยาว - สกู๊ปพิเศษ -บทบรรณาธิการ
นานาอาชีพ-เบ็ดเตล็ดเกร็ด..น่ารู้
ซือวานโฮมสเตย์ที่พักคีรีโฮมสเตย์
กาแฟชะมด
กิตตินันท์รีสอร์ท อ.นาน้อย จ.น่าน

ร้านรักษ์ผ้าไทยบายรัชนี
 

ตะลอน..เลย 1.เชียงคานเมื่อวันวานและวันนี้

ตะลอน..เลย 1.เชียงคานเมื่อวันวานและวันนี้

ตะลอน..เลย 1.เชียงคานเมื่อวันวานและวันนี้

โดย ธงชัย เปาอินทร์ เรื่อง-ภาพ 

                 เมืองเลยเคยได้ชื่อว่าเป็นมรกตแห่งอีสานมานานช้า แต่วันนี้เมื่อวันเวลาผันผ่าน เมืองเลยอาจได้ชื่อใหม่ ลมหายใจสุดท้ายของมรกตแห่งอีสาน ถ้าอย่างนั้น จะชวนไปตะลอน..เมืองเลย  ทำไม มีอะไรดีและแปลกใหม่เช่นนั้นหรือ ผมตามเพื่อนชื่อคุณสุรศักดิ์-ราณี นัยสุดใจ แห่ง www.ทัวร์วัยทอง.com ไปด้วยความพิศวงศ์กับชื่อเมืองเชียงคานซึ่งผมไม่เคยไปเลยสักทริป  ช่วงต้นหนาว 22-24 พฤศจิกายน 56 นี้เอง 

เชียงคาน ..เมื่อวันวาน

                 ย้อนไปกว่า 30 ปี เมืองเลยได้สมญานามว่าเป็น มรกตแห่งอีสาน ก็ด้วยว่ามีผืนป่าหนาแน่น คุณสุรศักดิ์เล่าว่า

                “เมื่อนั่งรถผ่านเข้าไปในเขตเมืองเลย ผิวกายซึมซับความหนาวเย็นจากอากาศโดยรอบข้าง ซึ่งมีแต่ป่ากับป่า”

 

เย็บผ้านวมกันหนาวมาแต่โบราณกาล

                 “พี่เคยเห็นที่นักถ่ายภาพปีนขึ้นไปบนภูกระดึงแล้วบันทึกภาพผืนป่าเชิงดอย เขียวดุจมรกตสาดส่อง  มองไปทั่วท้องทุ่งและเนินเขาเห็นแต่ทิวดอกฝ้ายบานสะอาดตาตัดกับท้องฟ้าสีครามเข้มแสนงาม”

                 ในเรือนยามค่ำตามไฟด้วยขี้ไต้จากน้ำตาต้นยาง แม่หญิงทั้งผู้สาวและผู้เฒ่า ล้วนนั่ง “กรอฝ้าย” ให้เป็นด้าย แล้ว “ถักทอ” เป็นเสื้อผ้าอาภรณ์ใช้สวมใส่     บ้างก็ลงไปตำข้าวด้วย”ครกกระเดื่อง”ส่งเสียงดัง “ตึก ตึก ตึก” หนุ่มต่างบ้านมา “เล่นสาว” ช่วยควักข้าวให้กลับด้าน เป็นภาพประทับใจให้หวนรำลึกถึง

 

ความบันเทิงจากเครื่องฉายหนังวิกเดียว

                  ท่ามกลางความมืดยามราตรี อาจมีเสียง”แคน” แล่นแตรดังมาตามทางในหมู่บ้าน เคล้าคลึงกับเสียง”กระดึง”ผูกคอวัว      โชคดีจะได้ยินเสียงหนุ่มรำเพลินประกอบแคนและพิณปลุกความหนุ่มและสาวให้ตื่นใจ  ในคืนเดือนหงาย ภายใต้แสงนวลใยส่องสว่าง ริ้วระลอกน้ำไหวกระเพื่อม แล้วเดินกุมมือสาวคนรักบนถนนขายโขง จะโรแมนติกสักเพียงไหน

 

เชียงคาน...เมื่อวันนี้

               ด้วยรถเก๋งเล็กๆ  แล่นผ่านเส้นทางสายกรุงเทพ-สระบุรี แล้วแยกไปยังอำเภอชัยบาดาล-เข้าเขตจังหวัดเพชรบูรณ์อำเภอแรกที่ศรีเทพ-วิเชียรบุรี-บึงสามพัน-หนองไผ่-เพชรบูรณ์-หล่มสัก-หล่มเก่า-ภูเรือ-เลย-เชียงคาน ด้วยถนนลาดยางอย่างดี ระยะทางประมาณ 566 กม.ใช้เวลาเดินทางราวๆ 7-8 ชม. แบบสบายๆ

 

 

แสงสีน้ำเงินเมื่อรุ่งอรุโณทัยชายโขง

                ผมตั้งใจไว้แล้วว่า จะตื่นตีห้าครึ่งเพื่อไปถ่ายแสงสีน้ำเงินยามรุ่งอรุโณทัย เมืองเชียงคาน อากาศหนาวพอได้สวมเสื้อวอร์มแค่นั้น หมอกลงจางๆกระจายไปทั่ว ไม่มีปัญหากับการถ่ายภาพ ผมได้ภาพที่มีทั้งนักท่องเที่ยวหนุ่มๆสาวๆที่นั่งพับเพียบเรียบร้อย และพี่น้องคนท้องถิ่นที่เฝ้ารอพระมาบิณฑบาต ได้เห็นความตื่นเต้นของเหล่าพุทธศาสนิกชนคนรุ่นหนุ่มสาว

 

รอตักบาตร

             เป็นการตักบาตรด้วยข้าวเหนียวบรรจุถุงพลาสติกเล็กๆ ดอกไม้หนึ่งกำมือ มีโต๊ะตั้งจำหน่ายของพี่น้องคนท้องถิ่น ทำมาขายให้กับนักท่องเที่ยวเหล่านี้ โรงแรม รีสอร์ท โฮมสะเตย์ แต่ละแห่งบริการเสื่อกกผืนยาว สีต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าได้นั่งรอ สืบสานวัฒนธรรมทางด้านพุทธศาสนาของเหล่าพุทธศาสนิกชน

 

             ผมเดินเลยไปอีกช่วงหนึ่ง ได้เห็นแม่หญิงชาวบ้านสวมถุงซิ่นสีเข้ม สวมเสื้อแขนยาวสีขาว บ้างก็สีเขียว ตามชอบ เป็นการตักบาตรตามวิถีชีวิตดั้งเดิมที่ไม่ได้ปรุงแต่ง พุทธศาสนิกชนคนพุทธล้วนถอดรองเท้าเสมอองค์พระสงฆ์ ตักบาตรด้วยความพินอบพิเทายิ่ง                             

เช้านี้เขาตักบาตรด้วยข้าวเหนียวกับบูชาด้วยดอกไม้กำหนึ่ง

 

เธอขายของทอดรองท้องหลายอย่าง

                ส่วนกับข้าวหรือขนมนมเนยหรือผลไม้ต่างๆ ภาษาพื้นบ้านเรียกว่า การถวายจังหันนั้น ชาวบ้านจะใส่กับข้าวในปิ่นโต แล้วตามไปถวายที่วัดตอนหลัง

                เมืองเชียงคานนี้ช่างโชคดีที่มีวัดอยู่ภายในเขตตัวเมืองหลายวัด เช่นวัดศรีคนเมือง วัดท่าแขก ฯลฯ จึงมีพระจำนวนมากวนเวียนเปลี่ยนกันเข้ามาบิณฑบาต

 

นักท่องเที่ยวรอตักบาตร

                 ก่อนอรุโณทัย ชาวบ้านร้านถิ่นมีรายได้จากการจำหน่ายข้าวเหนียว ดอกไม้ และของว่างที่นิยมกินกันอย่างง่ายๆ ประเภทปิ้งย่าง  เครื่องดื่มพื้นๆที่หาซื้อได้ตามร้านหรือที่ชาวบ้านมาคั้นขาย เป็นการรองท้องของนักท่องเที่ยวได้ระดับหนึ่ง

 

                           

                 บ้านเรือนสองฟากฝั่งถนนชายโขง เป็นบ้านไม้ชั้นเดียว สองชั้น สามชั้น และสี่ชั้น ยังอนุรักษ์รูปเรือนไม้เก่าไว้  บานประตูแบบบานเฟี้ยม บางหลังก็เป็นแบบานพับ  มีทั้งบ้านเป็นหลังและที่เป็นเรือนแถวเรียงติดๆกันไป 

                  ส่วนที่สร้างใหม่อาจเป็นบ้านของนักธุรกิจที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตรุ่นใหม่ เจ้าของบ้านพักโฮมสะเตย์ รีสอร์ท และโรงแรมส่วนใหญ่เป็นคนพื้นที่ แต่เริ่มมีคนจากกรุงเทพเข้ามาซื้อเพื่อทำธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ ราคาและมาตรฐานของโรงแรมจึงแตกต่าง

 

ประวัติเมืองเชียงคาน

                ปีพ.ศ.1400 ขุนคานราชโอรสของขุนคัวแห่งอาณาจักรล้านช้างได้สร้างบ้านแปลงเมืองให้ชื่อว่า เมืองชะนะคาม  ครั้นปีพ.ศ.2250 อาณาจักรล้านช้างแตกเป็นสอง เหนือแม่น้ำเหืองขึ้นไปเป็นเขตอาณาจักรหลวงพระบาง มีเมืองเหืองเป็นเมืองหน้าด่าน ตั้งอยู่ฝั่งขวาแม่น้ำโขง  ใต้แม่น้ำเหืองลงมาเป็นเขตแดนอาณาจักรเวียงจันทน์  มีเมืองเชียงคานเป็นเมืองหน้าด่าน

 

รับบิณฑบาตรแล้วก็สวดอำนวยพรให้ญาติโยม

               พ.ศ.2320 พระเจ้ากรุงธนบุรี ได้โปรดเกล้าให้เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกและพระสุรสีห์ ร่วมกันตีเมืองลาวแล้วรวมสองอาณาจักรเป็นหนึ่งเดียว พร้อมกับอพยพผู้คนมาอยู่ในเมืองปากเหือง ให้ขึ้นตรงต่อเมืองพิชัย

 

               พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 (2367-2394) ได้โปรดให้ปราบปรามเจ้าอนุวงศ์ที่คิดการใหญ่กอบกู้แผ่นดินเวียงจันทน์ให้เป็นอิสระจากกรุงรัตนโกสินทร์ แล้วอพยพผู้คนมาอยู่เมืองปากเหืองมากขึ้น ทรงแต่งตั้ง พระอนุพินาศ(กิ่ง ต้นสกุลเครือทองศรี) เป็นเจ้าเมืองปากเหืองพร้อมกับพระราชทานชื่อเมืองใหม่ว่า เชียงคาน    

 

               มีการย้ายเมืองเชียงคานไปบ้านท่านาจันทร์ มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยกำหนดเขตจังหวัดและบ่งแยกระดับอำเภอ พ.ศ.2452 พระยาศรีอรรคฮาด (ทองดี ศรีประเสริฐ) ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายอำเภอคนแรก ในปีพ.ศ.2484 ได้ย้ายที่ทำการอำเภอเชียงคานครั้งสุดท้ายมายังที่ตั้งปัจจุบันนี้

 

                ทิศเหนือจดแขวงเมืองไชยะบูลีและอ.ปากชม ทิศตะวันออกจดอ.ปากชม ทิศใต้จดอำเภอเมืองเลย และทิศตะวันตกจด อ.ท่าลี่และแขวงไชยะบูลี สปป.ลาว    

                ไปเชียงคานตามคำเชิญชวนของเพื่อนชื่อสุรศักดิ์-ราณี นัยสุดใจ คราวนี้ ได้ภาพและเรื่องมาเล่าตามประสาตากล้องและคนเล่าแก่ๆ ขอบคุณที่มีเพื่อนเป็นคนเมืองเลย เลยโชคดี

Tags : นกพงอกลาย

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก เดือนละ 30,000 บาท ปีละ 300,000 บาท

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 10,000 บาท ปีละ 100,000 บาท

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 1,000 บาท ปีละ 10,000 บาท

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี ครั้งละ 3,000 บาท

E-mail:thongchai_paoin@hotmail.com

E-mail:thongchai.paoin@gmail.com

Mobile:081-9416364 

facebook/ธงชัย เปาอินทร์

 
view