http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  ข่าวสาร
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 08/05/2024
สถิติผู้เข้าชม14,170,190
Page Views16,489,246
« July 2024»
SMTWTFS
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031   
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
ข่าวสาร
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42365202
 

คาราวานไหว้พระธาตุสองแผ่นดิน

คาราวานไหว้พระธาตุสองแผ่นดิน

คาราวานไหว้พระธาตุ 2  แผ่นดิน ถิ่นนครแห่งความสุข

โดย ธงชัย เปาอินทร์ เรื่อง-ภาพ

         ผมโชคดีที่ได้ไปร่วมในคาราวานไหว้พระธาตุ 2 แผ่นดิน ถิ่นนครแห่งความสุขกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดนครพนม ที่ร่วมกับบริษัท วิน วิน สมาย จำกัดโทร.042-503503, 086-3384417 E-mail:winwinsmile.i@gmail.com ชวนให้เดินทางไปด้วยเมื่อ 20-23 มีนาคม 2557 เป็นการเดินทางไกลที่มีคุณค่า ได้ไปกราบไหว้และห่มผ้าพระธาตุประจำวันเกิด และชื่นมื่นกับความน่ารักของพี่น้องสองฟากฝั่งโขง

ชมเมืองด้วยรถสกายแลป อีกหนึ่งเสน่ห์ของนครแห่งความสุข

          จากกรุงเทพถึงนครพนม ไกลกว่า 800 กม. แต่เมื่อไปถึงแล้วได้ไปเดินชมแม่น้ำโขงหน้าเมืองนครพนม อากาศเย็นสบาย บรรยากาศชวนให้นั่งพักผ่อน  ได้เห็นวิถีชีวิตของพี่น้องร่วมสายน้ำแต่เชื้อสายเลือดเดียวกัน ตะวันลับขอบฟ้าไปแล้วแต่แสงสุดท้ายยังเรืองรองรำไร  รถสกายแลปสีสันแพรวพราวจอดเรียงรอเพื่อนำชมเมืองนครพนมยามราตรี เลือกนั่งได้ตามใจชอบ แล้วการเดินทางก็เริ่มต้น

         ด้วยปริมาณนักท่องเที่ยวที่หนาตา พี่น้องตามร้านค้าและบ้านเรือนเหลียวมองด้วยความยิ้มแย้ม สกายแลปพาไปถึงจวนผู้ว่าหลังเก่า ปัจจุบันนี้เป็นพิพิธภัณฑ์สถาน  ชมภาพเก่าเล่าเรื่องและฟังเจ้าหน้าที่บรรยายให้ฟัง แล้วก็ออกมาถ่ายรูปหมู่ “เช็คอินนครพนม” ตามธรรมเนียมปฏิบัติ เรียกเสียงเฮและรอยยิ้มจากทุกคนหลาย หลาย

          แสงสุรีย์อ่อนลงจนสิ้น เมื่อสกายแลปพาไปถึงวัดนักบุญอันนาหรือโบสถ์หนองแสง แหล่งธรรมะของพี่น้องที่นับถือศาสนาคริสต์ อบอุ่นเหมือนศาสนสถานทั่วไป  หลังจากนั้นก็ได้เดินทางไปที่ “ถนนคนเดิน” ชมหอนาฬิกาเวียดนามซึ่งถือว่าเป็นอนุสรณ์สถานสำคัญสิ่งหนึ่งของเมืองนครพนม เดินเลยไปอีกนิดเป็นร้านค้ายามราตรี ฝรั่งต่างชาติและคนไทยนั่งทอดอารมณ์

          แน่นอน ทุกคนเดินถ่ายรูปเพื่อเป็นที่ระลึก เพื่อเก็บไว้ชมเมื่อคิดถึง ก่อนจะเดินทางไปยัง “ร้านเฮือนเฮา” ที่นี่ มีประเพณีตุ้มโฮม อันเป็นการบายศรีสู่ขวัญแก่ญาติหรือเพื่อนผู้มาเยือน วัฒนธรรมประเพณีดีงามอร่ามศรีของพี่น้องนครพนม รอต้อนรับและปรุงแต่งขวัญให้มีความรู้สึกอบอุ่น เหมือนเป็น “ญาติผู้มาเยือน”

            คณะนักท่องเที่ยวรวมกลุ่มกันรอบพานบายศรี หมอทำขวัญชาวนครพนมเคร่งขรึม ห่มกายด้วยเสื้อผ้าตามแบบอย่างชาวบ้านพื้นถิ่น พาดสไบเฉียงด้วยผ้าผืนหนึ่ง แม่หญิงแต่งงามตามแบบฉบับร่วมในพิธี ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวจังหวัดนครพนม ผอ.ปุณญานุข วรรณยิ่งและผู้ช่วยร่วมพิธี เมื่อพิธีการเริ่มขึ้น ความสงบเข้ามาครอบงำ ขนลุกซู่

             มีการมอบไข่มงคลต้มสุขให้คนละฟอง แล้วผูกข้อมือด้วยด้ายสายสีญจน์ หลังผูกเสร็จผู้ผูกอำนวยพรและรับไหว้ผู้มาเยือน บรรยากาศงดงามและคงคุณค่าแห่งจิตใจ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่พี่น้องนครพนมมอบให้  ค่ำนี้ ช่างมีความหมาย  แล้วอิ่มอร่อยกับอาหารของร้านจนอิ่มแปล้ สมกับเวลาที่ล่วงเลยไปไม่น้อย แต่คุ้มค่าควรรอ

             คืนนี้ ได้นอนผ่อนคลายสบายเหลือที่เดอะริเวอร์ ริมแม่น้ำโขง เมืองนครพนม

ตักบาตรริมโขง พิธีบูชาพระธาตุ และห่มผ้าพระธาตุประจำปีเกิด และล่องเรือบูชาพญานาค

          เช้าตรู่ หน้าวัดมหาธาตุริมฝั่งโขง พุทธศาสนิกคนคนพุทธนุ่งห่มด้วยเสื้อผ้าพื้นเมือง  แม่หญิงนุ่งซิ่นตีนจก สวมเสื้อแขนกระบอกบ้าง เสื้อแขนสั้นลายดอกไม้บ้าง แต่ ห่มผ้าสไบเฉียง ส่วนผู้บ่าวสูงวัยนุ่งโสร่งหลากสี สวมเสื้อพื้นบ้านและห่มสไบเฉียงสีสวย  อุ้มกระติบข้าวไว้รอพระมาบิณฑบาตสงบ งดงาม น่าเลื่อมใสและศรัทธา

            นักท่องเที่ยวแต่งกายตามสบายๆในชุดขาวมาร่วมด้วย  พระสงฆ์ออกรับด้วยกริยาสุขุม สื่อมวลชนเดินถ่ายรูปกันจ้าละหวั่น  นักท่องเที่ยวดูตื่นเต้น ใบหน้าเปื้อนด้วยยิ้ม เป็นเช้าที่มีความสุข นี่คือการตักบาตรข้าวเหนียววัตรปฏิบัติของชาวนครพนม ช่างน่าประทับใจ

             ตะวันขึ้นเจิดจ้า แสงแดดส่องสว่าง ท้องฟ้าสดใส นักท่องเที่ยวเดินทางกลับมากับคาราวานอีกครั้ง เพื่อบูชาพระธาตุนคร อันเป็นพระธาตุผู้ที่เกิดประจำวันเสาร์ ด้วยข้าวตอก น้ำอบ ข้าวเหนียวปิ้ง ดอกไม้สีแดง ธูป 10 ดอก ซึ่งเป็นไปตามกำลังของเทวดาประจำวันเกิด เทียน 2 เล่ม  นำคณะโดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นายคุมพล บรรเทาทุกข์ 

             คาถาบูชาพระปางนาคปรก  “ยะโตหัง ภะคินิ อะริยายะ ชาติยา ชาโต นาภิชานามิ สัญจจะ ปาณัง ชีวิตา โวโรเปตา เตน สัจเจนะ โสตถิ เต โหตุ คัพภัสะฯ”

อ.เด่นชัย ไตรยะถา ประธานสภาวัฒนธรรมจ.นครพนม

             พระธาตุองค์นี้หันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ภายในพระธาตุ บรรจุพระอรหันต์สารีริกธาตุถึง 20 องค์ พระพุทธรูปทองคำขนาดหน้าตัก 2 นิ้ว และของมีค่าต่างๆ    หลังจากนั้นได้แห่ผ้าจีวรผืนยาวเวียนสามรอบองค์พระธาตุก่อนช่วยกันห่มผ้าพระธาตุ เน้นคนเกิดวันเสาร์เป็นผู้แห่และห่ม  คนเกิดวันเสาร์ปลื้มไปทั่วหน้า ซึ่งบรรยายให้ความรู้โดยอาจารย์เด่นชัย ไตรยะถา ประธานสภาวัฒนธรรม จ.นครพนม 

             ครั้งแรกที่น่าประทับใจ เมื่อนักท่องเที่ยวเดินกันไปที่ริมแม่น้ำโขง เพื่อทำ”พิธีบูชาพญานาค” แต่ละคนได้เครื่องบูชาเป็นกระทงใบตองขนาดเล็ก ธูปเทียนพร้อม กระทงใบใหญ่อันเป็นกระทงประธาน พิธีกรให้ทุกคนตัดเล็บและผมใส่ในกระทงประธานใบใหญ่เพื่อบูชาพญานาค  หมอทำขวัญสวดนำและให้นักท่องเที่ยวกล่าวตาม แล้วลงเรือไปกลางแม่น้ำโขง  เพื่อลอยกระทงบูชาพร้อมกัน ยกมือจบพระแม่คงคาให้ช่วยนำพากระทงบูชาไปยังพญานาค

เดินทางไกลไปไหว้พระธาตุประจำวันเกิด อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์

                พระธาตุประจำวันเกิดวันอาทิตย์ ได้แก่พระธาตุพนม  ประดิษฐานที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม เป็นพระธาตุเก่าแก่ที่สุด สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.8 อันเป็นอาณาจักรศรีโคตรบูร สร้างบนภูกำพร้า ริมแม่น้ำโขง ฐานกว้าง 12.33 เมตร  ฉัตรทองคำหนัก 110 กิโลกรัม  รวมความสูง 57 เมตร ภายในบรรจุพระสารีริกธาตุ พระพุทธรูปทองคำ พระธาตุพนมหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บูชาพระสารีริกธาตุ หลวงพ่อมารวิชัยศาสดา พระปางถวายเนตร เป็นพระธาตุองค์สำคัญของจังหวัดนครพนม แห่ผ้าห่มพระธาตุสามรอบแล้วห่ม

                 พระธาตุองค์ถัดไป “พระธาตุเรณู”  พระธาตุประวันเกิดวันจันทร์ ประดิษฐานอยู่ที่วัดธาตุเรณู อ.เรณูนคร สร้างเมื่อปีพ.ศ.2460 เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเรณู ฐานกว้าง 8.33 เมตร สูง 35 เมตร ก่ออิฐถือปูน ลวดลายตามแบบอย่างศิลปะล้านช้าง รูปอง์เจดีย์แบบพระธาตุพนม ภายในบรรจุพระสารีริกธาตุ พระไตรปิฏก พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปเงิน และแก้วแหวนเงินทองที่พุทธศาสนิกชนบูชา พระธาตุองค์นี้หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ควรไหว้พระสารีริกธาตุ  กราบขอพรพระองศ์แสน  และพระปางห้ามญาติ เพื่อให้เกิดสิริมงคลโดยครบถ้วน


              พระธาตุองค์ถัดไปเป็นพระธาตุประจำวันเกิดวันอังคาร ได้แก่พระธาตุศรีคุณ  ประดิษฐานอยู่ที่วัดศรีคุณ อ.นาแก สร้างเมื่อพ.ศ.2340 บูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ เมื่อพ.ศ.2468-2490 รูปแบบพระธาตุพนม  เป็นพระธาตุที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ พิธีการกราบไหว้พระธาตุศรีคุณมิใช่เหมาะกับผู้ที่เกิดวันอังคาร หากแต่คนที่รับราชการก็ควรกราบไหว้เป็นสิริมงคล มาที่นี้จึงต้องกราบพระธาตุศรีคุณและพระปางโปรดอสุรินทราหู 

                พระธาตุมหาชัย  เป็นพระธาตุที่หันหน้าไปทางทิศใต้ ซึ่งเป็นพระธาตุประจำวันเกิดวันพุธ(กลางวัน) ประดิษฐานที่วัดธาตุมหาชัย อ.ปลาปาก ก่อสร้างเมื่อพ.ศ.2495 เป็นพระธาตุรูปทรงแปดเหลี่ยม นับเนื่องจากคำว่า 8 อรหันต์ สูง 40 เมตร ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและสารีริกธาตุของพระอัญญาโกณฑัญญะ  พระสารีบุตร และพระอนุรุทธเถระ จึงประสบแด่ชัยชนะแก่ผู้กราบไหว้ สามารถประสานได้สิบทิศ ค้าขายคล่อง และเป็นคนพูดดี ให้กราบไหว้พระสารีริกธาตุ ศพไม่เน่าเปื่อยของหลวงปู่คำพันธ์ และพรปางอุ้มบาตร สาธุ

พระธาตุมหาชัย

              ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี ต้องไปกราบไหว้และบูชา พระธาตุประสิทธิ์  ประดิษฐานที่วัดธาตุประสิทธิ์ อ.นาหว้า พบครั้งแรกโดยชนเผ่า ญ้อ ต่อมาพระเจ้าไชยเชษฐา เสด็จมาบูรณะเมื่อปีพ.ศ.2112 สูง 30 เมตร ปีพ.ศ.2436 ได้รับการบูรณะขึ้นครั้งใหญ่ รูปแบบพระธาตุพนม กว้าง 7.20 เมตร สูง 28.52 เมตร พระธาตุหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ภายในบรรจุพระสารีริกธาตุถึง 7 องค์ ศิลปะล้านช้าง กราบไหว้พระธาตุประสิทธิ์ บูชาพระปาง สมาธิ และชมภาพเขียนสีบนศาลาอันเกิดจากความศรัทธาของพระภิกษุที่จำวัดนี้

พระธาตุประสิทธิ์

              ค่ำแล้ว ไปถึงพระธาตุท่าอุเทน ประดิษฐานที่วัดท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ.2455 โดยหลวงปู่ศรีทัตถ์ สุวรรณมาโจ  การสร้างก่ออิฐถือปูน ศิลปะล้านช้าง รูปแบบพระธาตุพนม สูง 66 เมตร ซึ่งสูงที่สุดในจังหวัดนครพนม ภายในบรรจุด้วยพระสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศพม่า เป็นพระธาตุประจำวันเกิดวันศุกร์ หันหน้าพระธาตุไปทางทิศเหนือ อันเป็นทิศประจำของพระโมคคัลลานะ  พระธาตุองค์นี้บูชาแล้วชีวิตจะรุ่งโรจน์ กราบไหว้พระปางรำพึงซึ่งเป็นพระประจำวันเกิดวันศุกร์  ขาดเพียงพระธาตุมรุกขนคร อ.ธาตุพนม พุธกลางคืนจ้า

พระธาตุท่าอุเทน

ห่มผ้าพระธาตุสองแผ่นดิน พระธาตุศรีโคตรบอง-พระธาตุอิงฮัง  

               เช้ามืด ผมและเพื่อนๆ สื่อมวลชนคนชอบถ่ายรูปแสงสีน้ำเงิน ขอไปที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 นครพนม-เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน เพื่อรอเวลาแสงสาดส่องไปทั่วท้องฟ้า ชั่ว 10 นาที เขาก็จะจากไป  ได้ภาพมาอวดกันแม้บรรยากาศจะไม่ค่อยอำนวยนัก เป็นการบันทึกภาพที่แตกต่างไปจากการถ่ายภาพทั่วไป ยุงชุมนิดๆ อากาศเย็นสบายๆ เดินกันไปมาเพื่อหามุมถ่ายให้ได้ภาพสวยๆมาฝากแฟนๆและเพิ่มสีสันการท่องเที่ยวอีกมิติหนึ่ง

                  ช่วงสาย ออกเดินทางผ่านสะพานนี้อีกครั้ง แต่ด้วยข้อจำกัดจึงไม่ได้แปลกออกไป  แต่พอย่างเข้าเขตพุทธาวาส วัดพระธาตุศรีโคตรบอง หน้าประตูวัดมีร้านผ้าซิ่นตีนจกฝีมือทอของพี่น้องลาว รอนุ่งผ้าซิ่นให้แม่หยิงทุกคนที่จะเข้าไปไหว้พระธาตุ เคร่งครัด เข้าไปแล้วจึงได้นมัสการพระประธานในอุโบสถ ชมข้อความที่พระยาศรีโคตรบองสาปแช่งเอาไว้หลังองค์พระประธาน แล้วแห่ผ้าห่มพระธาตุร่วมกัน ถ่ายรูปร่วมกันเหมือนทุกแหล่งท่องเที่ยว ฮา


                  การเดินทางไกลเริ่มอีกครั้ง เมื่อมุ่งหน้าไปยัง “อนุสรณ์สถาน ของลุงโฮ” หมู่บ้านชาวเวียดนามในแขวงคำม่วน ชมการทำขนมป่านซึ่งอร่อยเหลือแถมทรงคุณค่าทางโภชนาการ เขาใช้ใบป่านต้มตุ๋นจนดำเกรียมแล้วใช้ห่อถั่วเหลืองผสมด้วยน้ำตาลทรายและมะพร้าวอ่อนซอย ห่อด้วยใบตองกล้วย ก่อนนำไปนึ่งจนสุก หอมกรุ่นกลิ่นใบตอง อร่อยขนมป่านมากๆ ชาวเวียดนามนิยมทำเส้นก๋วยจั๊บญวนออกขายเหมือนเส้นหมี่หรือเส้นก๋วยเตี๋ยวของชาวจีน

อนุสรณ์สถานลุงโฮ

ขนมป่าน

แผ่นเส้นก๊วยจั๊บญวน

                  บ่ายๆในลาว แดดจากพระอาทิตย์ดวงเดียวกัน ท้องฟ้าเดียวกัน ขบวนเดินทางไปถึง วัดพระธาติอิงฮัง  สร้างขึ้นพร้อมกับพระธาตุพนม  ศิลปะล้านช้าง  ตั้งจิตอธิษฐาน แห่ผ้าห่มพระธาตุเวียนขวาสามรอบ แล้วกราบลาไปด้วยว่าเวลาไม่คอยใคร เพราะยังต้องเดินทางอีกยาวไกล เพื่อไปให้ถึงแขวงสะหวันนะเขต ก่อนข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 เพื่อไปพักแรมคืนที่โรงแรม พลอยพาเลช จังหวัดมุกดาหาร

   

พระธาตุอิงฮัง

                  ตะวันขึ้นสูงแล้วเมื่อพวกเราไปถึงอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ ได้ไปถ่ายรูปกับหินแปลกประหลาด ได้อาบเหงื่อย่อยอาหาร ได้ฟังวิทยากรจากเยาวชน และได้ภาพแปลกตาในหน้าร้อน  ต่อมาก็เดินทางไปแก่งกระเบา เพื่อจะไปกินหมูหันแก่งกระเบา ร้านที่สร้างริมแก่งแบบบ้านๆ ไม่หรูแฟ่แต่อย่างใด  แต่อากาศดี ลมพัดรวยริน ไม่ผิดหวังในรสชาติอาหาร 


หมูหันแก่งกระเบา

                 ก่อนเดินทางกลับ ได้มีโอกาสแวะไปชมตลาดสินค้าอินโดจีน ได้เห็นสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านสารพัดชนิด ราคาต่อรองกันได้ชนิดถึงใจ ของกินของฝากมากมายหลากหลายชนิด ริมฟุตบาทมีแม่ค้าพ่อขาย วางสินค้าพื้นบ้านขาย มีกระทั่งไข่มดแดง




 

Tags : นกกินเปรี้ยว

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี เชิญได้โดยตรงที่ โทร.081-9416364

ติดต่อ 135 ม.12 ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม 73140

 
view