http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 03/10/2019
สถิติผู้เข้าชม7,797,070
Page Views9,751,951
« October 2019»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  
สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(save the forest green)
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
เรื่องสั้น/เรื่องยาว - สกู๊ปพิเศษ -บทบรรณาธิการ
นานาอาชีพ-เบ็ดเตล็ดเกร็ด..น่ารู้
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42350726
http://www.thongthailand.com/articles/42028136/แก่นจันทน์พรรณไม้-บทพิสูจน์อดีตนักวิชาการป่าไม้-เพาะกล้าไม้
ซือวานโฮมสเตย์ที่พักคีรีโฮมสเตย์
 

Save the forest green: เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายป่าไม้

Save the forest green: เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายป่าไม้

ประกาศ คสช. ฉบับที่ 106/2557

รื่อง แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ อนุรักษ์หรือทำลาย

22 กค.2557


                 โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ เพื่อปรับปรุงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน คณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีประกาศ ดังต่อไปนี้


                  ข้อ 1 ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2518 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน



                  "มาตรา 7 ไม้สัก ไม้ยาง ไม้ชิงชัง ไม้เก็ดแดง ไม้อีเม่ง ไม้พะยุงแกลบ ไม้กระพี้ ไม้แดงจีน ไม้ขะยุง ไม้กระซิก ไม้กระซิบ ไม้พะยูง ไม้หมากพลูตั๊กแตน ไม้กระพี้เขาควาย ไม้เก็ดดำ ไม้อีเฒ่า และไม้เก็ดเขาควาย ไม่ว่าจะขึ้นอยู่ที่ใดในราชอาณาจักร เป็นไม้หวงห้ามประเภท ก ไม้ชนิดอื่นในป่าจะให้เป็นไม้หวงห้ามประเภทใด ให้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา"



                  ข้อ 2 ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2518 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
                  "มาตรา 48 ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ ห้ามมิให้ผู้ใดแปรรูปไม้ ตั้งโรงงานแปรรูปไม้ ตั้งโรงค้าไม้แปรรูป มีไม้สัก ไม้ยาง ไม้ชิงชัน ไม้เก็ดแดง ไม้อีเม่ง ไม้พะยูงแกลบ ไม้กระพี้ ไม้แดงจีน ไม้ขะยุง ไม้ชิก ไม้กระซิก ไม้กระซิบ ไม้พะยูง ไม้หมากพลูตั๊กแตน ไม้กระพี้เขาควาย ไม้เก็ดดำ ไม้อีเฒ่า และไม้เก็ดเขาควาย แปรรูป ไม่ว่าจำนวนเท่าใดไว้ในครอบครอง หรือมีไม้แปรรูปชนิดอื่นเป็นจำนวนเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตร ไว้ในครอบครอง เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงและในการอนุญาต"


                   ข้อ 3 ให้ยกเลิกความในวรรคสองของมาตรา 69 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2525 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
                   "ในกรณีความผิดตามมาตรานี้ ถ้าไม้ที่มีไว้ในครอบครองเป็น
                   (1) ไม้สัก ไม้ยาง ไม้ชิงชัน ไม้เก็ดแดง ไม้อีเม่ง ไม้พยุงแกลบ ไม้กระพี้ ไม้แดงจีน ไม้ขะยุง ไม้ชิก ไม้กระซิก ไม้กระซิบ ไม้พยุง ไม้หมากพลูตั๊กแตน ไม้กระพี้เขาควาย ไม้เก็ดดำ ไม้อีเฒ่า ไม้เก็ตเขาควาย หรือไม้หวงห้ามประเภท ข หรือ
                   (2) ไม้อื่นเป็นต้นหรือเป็นท่อนอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่างรวมกัน เกินยี่สิบต้นหรือท่อน หรือรวมปริมาตรไม้เกินสี่ลูกบาศก์เมตร หรือไม้ที่ได้แปรรูปแล้ว รวมปริมาตรไม้เกินสี่ลูกบาศก์เมตร ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงสองล้านบาท”



                   ข้อ 4 ให้ยกเลิกความในวรรคสองของมาตรา 72 ทวิแห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
                   "ในกรณีความผิดมาตรานี้ ถ้าไม้ที่มีไว้ในครอบครองเป็น
                   (1) ไม้สัก ไม้ยาง ไม้ชิงชัน ไม้เก็ดแดง ไม้อีเม่ง ไม้พยุงแกลบ ไม้กระพี้ ไม้แดงจีน ไม้ขะยุง ไม้ชิก ไม้กระซิก ไม้กระซิบ ไม้พยุง ไม้หมากพลูตั๊กแตน ไม้กระพี้เขาควาย ไม้เก็ดดำ ไม้อีเฒ่า ไม้เก็ตเขาควาย หรือไม้หวงห้ามประเภท ข หรือ
                   (2) ไม้อื่นเป็นต้นหรือเป็นท่อนอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่างรวมกัน เกินห้าต้นหรือท่อน หรือรวมปริมาตรไม้ที่ครอบครองเกินหนึ่งลูกบาศก์เมตร หรือไม้ที่ได้แปรรูปแล้ว รวมปริมาตรไม้เกินหนึ่งลูกบาศก์เมตรผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงหนึ่งล้านห้าแสนบาท”
                   ข้อ 5 ให้ยกเลิกความในวรรคสองของมาตรา 73 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ ฉบับที่ 7 พ.ศ.2525 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
                   ในกรณีความผิดตามมาตรานี้ ถ้าการกระทำผิดนั้นเกี่ยวกับ



                   (1) ไม้สัก ไม้ยาง ไม้ชิงชัน ไม้เก็ดแดง ไม้อีเม่ง ไม้พยุงแกลบ ไม้กระพี้ ไม้แดงจีน ไม้ขะยุง ไม้ชิก ไม้กระชิก ไม้กระชิบ ไม้พยุง ไม้หมากพลูตั๊กแตน ไม้กระพี้เขาควาย ไม้เก็ดดำ ไม้อีเฒ่า ไม้เก็ตเขาควาย หรือไม้หวงห้ามประเภท ข หรือ
                   (2) ไม้อื่นเป็นต้นหรือเป็นท่อนอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่างรวมกัน เกินยี่สิบต้นหรือท่อน หรือรวมปริมาตรไม้เกินสี่ลูกบาศก์เมตร หรือไม้ที่ได้แปรรูปแล้ว รวมปริมาตรไม้เกินสองลูกบาศก์เมตรผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงสองล้านบาท”
                   ข้อ 6 ให้ยกเลิกความในลำดับที่ 53 ในช่องประเภท ก ไม้หวงห้ามธรรมดาของบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ.2530
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

                   ประกาศ ณ วันที่ 21 กรกฎาคม พุทธศักราช 2557

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ



                   ความเดิมตามพระาชบัญญัติป่าไม้พ.ศ.2484  (14 ตค.2484)

                   มาตรา6 ไม้หวงห้ามมี 2 ประเภทคือ 

                   ประเภทก. ไม้หวงห้ามธรรมดา ได้แก่ไม้ซึ่งการทำไม้จะต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือได้รับสัมปทานตามความในพระราชบัญญัตนี้ 

                   ประเภทข. ไม้หวงห้ามพิเศษ ได้แก่ไม้หายาก หรือไม้ที่ควรสงวน ซึ่งไม่อนุญาตให้ทำไม้ เว้นแต่รัฐมนตรีจะได้อนุญาตเป็นกรณีพิเศษ 

                   มาตรา 7 ไม้สักและไม้ยางทั่วไปในราชอาณาจักรไม่ว่าจะขึ้นอยู่ที่ใด เป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ไม้ชนิดอื่นในป่า จะให้เป็นไม้หวงห้ามประเภทใด ให้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา 

                   แต่พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ได้ประกาศคสช.เมื่อ 22 กค.2557 ให้ใช้ข้อความตามข้อความข้างบนนี้ นี่ไม่ใช่การปลดโซ่ตรวนไม้สักและไม้ยางออกจากไม้หวงห้ามประเภทก. แต่เป็นการตรึงโซ่ตรวนไม้ชนิดอื่นๆเพิ่มเติมมากขึ้นโดยเฉพาะไม้พะยูง ไม้เก็ดดำ ไม้เก็ดแดง ฯลฯ เพิ่มมากขึ้น เรียกว่าหาพวกให้กับไม้สักและไม้ยางว่างั้นเถอะ

                   ในหลักการส่งเสริมการปลูกป่า ถือว่าเป็นการเพิ่มมาตรการและข้อบังคับไม้ชนิดอื่นๆเพิ่มขึ้นมาอีก กรรมของวงการป่าไม้ไทยแท้ๆ

                   โดยวิสัยทัศน์ของการป่าไม้หัวโบราณ จะใช้กฎหมาย เจ้าหน้าที่ ป้องกันและปราบปราม เพื่อการอนุรักษ์ 

                   แต่จากประสบการณ์และวิสัยทัศน์ของคนคิดต่าง มองว่า การบังคับใช้กฎหมายควรทำในพื้นที่พิเศษเฉพาะเช่นในผืนป่าอนุรักษ์ทุกประเภท

                   แต่นอกพื้นที่ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นที่ดินกรรมสิทธิ์ของเอกชน -เกษตรกร-ควรตราพระราชบัญญัติที่ให้เขาสามารถปลูกป่าเป็นอาชีพเช่นเดียวกับอาชีพการเกษตรประเภทปลูกต้นไม้ขาย โดยอิสระเสรี เห็นได้ชัดเจนและตรวจสอบได้ตลอดเวลา

                   ทั้งนี้ กรมป่าไม้คววรทำหน้าที่พี่เลี้ยงทางด้านวิชาการ จะปลูกไม้อะไรดีบนที่ดินนั้นๆ หรือจะปลูกอย่างไรให้ได้ปริมาตรเนื้อไม้สูงสุด หรือจะต้องบำรุงรักษาอย่างไรให้พ้นโรคภัยหรือลมพายุ  หรือเมื่อปลูกแล้วจะตั้งโรงงานแปรรูป หรือไปขายใคร  

                   ส่วนรัฐบาลควรเป็นพี่เลี้ยงด้าน ซอร์ฟโลน เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนระยะยาว  เพื่อช่วยให้การปลูกป่าเอกชนดำเนินการไปได้เหมือนในต่างประเทศหลายๆประเทศที่เขาปลูกป่าเป็นอาชีพ 

                   ปกป้องป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์เอาไว้ให้ได้  ส่งเสริมให้เอกชนปลูกป่านอกพื้นที่เป็นอาชีพ ป่าจะเต็มเมือง ต้องยกเลิก พรบ.ป่าไม้ 2484 เรื่องชนิดไม้หวงห้ามประเภท ก. ไม่ใช่พาพวกมาติดคุกมากขึ้น และยกเลิก พรบ.สวนป่า ปีพ.ศ.2535 

                   ประการสำคัญ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องหยุดคอรัปชั่น เรียกรับหรือหน่วงเหนี่ยว เพื่อเรียกร้องกันเสียที เจอต้องฆ่าให้ตาย มันคือตัวทำลายป่าไม้ของชาติทั้งที่มีอยู่เดิมและที่จะเกิดขึ้นใหม่ 

                   ป่าจะเต็มเมือง


 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก เดือนละ 30,000 บาท ปีละ 300,000 บาท

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 10,000 บาท ปีละ 100,000 บาท

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 1,000 บาท ปีละ 10,000 บาท

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี ครั้งละ 5,000 บาท

ฝ่ายการตลาด จิราภรณ์ ขจรศักดิ์สุเมธ "เจี๊ยบ" 086-669-6018 

E-mail: jeabaod@gmail.com 

 
view