http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  ข่าวสาร
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 08/05/2024
สถิติผู้เข้าชม14,170,401
Page Views16,489,466
« July 2024»
SMTWTFS
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031   
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
ข่าวสาร
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42365202
 

ทริปชมรมคุณเหี่ยวชวนเที่ยวดอย

ทริปชมรมคุณเหี่ยวชวนเที่ยวดอย

ทริปชมรมคุณเหี่ยวชวนเที่ยวดอย

โดย จิวแป๊ะธง  เรื่อง-ภาพ

ผู้อาวุโสชมรมคุณเหี่ยว

        ในโลกใบเบี้ยวๆใบนี้ มีเรื่องไม่น่าเชื่อเกิดขึ้นเสมอ ใครจะไปคิดเล่าว่าคนที่เคยรับราชการตำแหน่งสูงเกือบสุดในระบบราชการจะตัดสินใจรวมสมัครพรรคพวกเข้าด้วยกันแล้วตั้งชื่อชมรมของกลุ่มตนเองว่า ชมรมคุณเหี่ยว แต่กว่าจะได้ชื่อนี้มา ต้องถกเถียงกันหลายวาระกว่าจะตกลงกันได้  ชื่อนี้แหละเหมาะสมที่สุด ลองย้อนรอยกรรม เอ้ย ย้อนรอยอารยะการตั้งชื่อชมรมสักนิดแล้วจะได้สะกิดใจว่า การระดมสมองเกิดแต่สำนึกที่ดีของแต่ละคนนั้นช่างน่ารัก


         ผู้อาวุโสสูงสุดเสนอให้ตั้งชื่อว่า ชมรมไอ้เหี่ยวแห่งประเทศไทย

         ผู้อาวุโสรองลงมาเถียงทันใด แล้วเมียกูจะเป็นไอ้เหี่ยวได้ยังไง เธอไม่มีจู๋

         เฮ้อ ถ้าตั้งชื่อว่าไอ้ก็หมายความว่า ต้องมีจู๋จึงจะเข้าชมรมนี้ได้ งั้นเอางี้ก็แล้วกัน ชื่อชมรมอีเหี่ยวและไอ้เหี่ยว

         เสียงร้องแปล้แปร๋นแล่นมาแต่ปลายโต๊ะ ได้ไง ฉันยังเฉ้งกะเด๊ะอยู่นะ จะมาให้ฉันเข้าชมรมอีเหี่ยว ไม่ย้อม ไม่ยอม


          ดร.สาวใหญ่ใจถึงตะโกนเสียงดังฟังชัด ฉันเสนอให้ใช้ชื่อว่า ชมรมคุณเหี่ยวแห่งประเทศไทย ใครเห็นชอบ ยกมือ 

          มีสมาชิกชมรมที่ยังกำลังตั้งชื่อยกมือหรอมแหรม อ้าว ทำไมอีกละเนี่ย เกิดอะไรกันอีกล่ะถึงยังไม่ลงตัว

          คุณสุภาพสตรีไม่มีจู่อนงค์หนึ่งยกมือก่อนจะลุกขึ้นพูดด้วยกริยาแสนสุภาพ ฉันเสนอให้ใช้ชื่อชมรมคุณเหี่ยวอย่างที่ดร.ว่านั่นแหละ แต่ขอตัดนะคะ แห่งประเทศไทย ฉันว่ามันกว้างใหญ่ไพศาลเกินพิกัด  ขอแค่ชมรมคุณเหี่ยวก็พอ จะได้มีแต่สมาชิกกลุ่มของเราที่ตั้งใจสมัคร


          เสียงปรบมือดังลั่นสนั่นห้อง เสียงเป่าปากจากผู้เฒ่าผมหงอกค่อนหัวแต่ยังทำตัวเป็นวัยรุ่น โอเช เป็นอันว่าได้ชื่อสถาพรเสียที ขอเสียงปรบมือรับรองการลงมติอีกครั้งคร๊าบ

          สิ้นเสียงปรบมือและเสียงเป่าปาก เสียงหัวเราะครืนใหญ่ตามมา ป๊าด...โธ่ อะไรอีกหรือ

          มึงเลยประธานนิรันดรกาล มึงเหี่ยวที่สุด อายุอานามก็เหนือชั้นกว่าใครๆในนี้ทั้งหมด


          ท่านผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระดับ 10 เดินทำหน้าบิดๆ เหมือนไม่สบอารมณ์ แต่ด้วยฉันทามติเกิน 99.99 ของสมาชิก จึงจำยอมรับสภาพของประธานชมรมนิรันดรกาล ตราบวันนั้นจนบัดนี้ ยังไม่มีใครเสนอให้เปลี่ยนแปลง เพราะว่าท่านยังเดินหลังตรง คอตั้ง ไหล่ไม่มีทีท่าว่าจะเอียง แต่ตัวยังเตี้ยต่ำต้อยเหมือนเดิม เสียงพูดและเสียงหัวเราะยังร่วนระริกๆๆ ทั้งปฐพีหามีใครเหมาะสมเกินกว่าไม่


           ทุกวันที่ 5 ของต้นเดือน สมาชิกชมรมคุณเหี่ยวยังเหนียวแน่น เฉลี่ยจ่ายกันทุกครั้งที่พบปะสังสรรค์และทุกครั้งที่ร่วมเดินทางใกล้และไกล ใช้มาตรฐานเดียว เฉลี่ยกันจ่าย ไม่แคร์ว่าใครจะมีทรัพย์สินกี่พันล้านหรือมีแค่เงินเดือนชนเดือน ขอเพียงเป็นสมาชิกก็เดินทางไปด้วยกันได้ ทุกคนมีสิทธิจะกิน นอน ถ่าย(รูป) และหัวเราะได้ในระดับเดียวกัน ไม่มีสองมาตรฐาน ฮา


ของกินสุกแกล้ม....


           จดหมายชมรมเวียนไปทั่ว 1-4 พย.57 จะไปทอดกฐินสามัคคีที่วัดมะเขือแจ้ (อร่อยกว่ามะเขือขื่น) อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน สมาชิกที่จะร่วมเดินทางแจ้งทั้งทางไลน์ เฟสบุ๊กและโทรศัพท์เป็นอันดับสุดท้าย ให้รู้ซะมั่ง เหี่ยวไม่ใช่แก่หงำเหงือก

           สถานีรวมพลชมรมคุณเหี่ยวต้องสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถนนพหลโยธิน ที่เก่าเวลาเดิม 1 คันรถตู้


          ติดตามด้วยรถคามิโอสีน้ำเงินอีก 1 คัน 5 ที่นั่ง แต่ของประเภทขบเคี้ยว หนุนนอน เต็มรถ รถคันนี้ใช้พนักงานหญิงแกร่ง มือเดี่ยวตลอดเส้นทาง ไปไหนไปกัน

          ส่วนอีกกลุ่มเป็นสมาชิกสมทบจากเชียงใหม่ มากันเป็นทีมทั้งคันรถมีผมดำแปลกปลอมมาเพียงคนเดียว พนักงานขับรถหนุ่ม นอกนั้นอรชรอ้อนแอ้นตามวัยแสนสวยของแต่ละคน พร้อมไม้ท้าวคนละหนึ่งเล่ม 5555


          สมาชิกสมทบสุดท้าย มาจากอำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่  ปันเจนไฮด์อะเวย์  เป็นรถ 7 ที่นั่งคันเดิม แหม่มนิ้งยังแกร่งและทรหดแต่เดี๋ยวนี้ปล่อยให้มือรองขับแทน อิอิ เกษม ผมบาง

          พูดก็พูดเถอะ ผมไม่อยากรวมอายุแล้วคูณด้วยจำนวนคน มันจะได้ตัวเลขที่น่าพิศวงเกินไปไหม ทำเป็นลืมๆซะบ้างก็ได้น่ะ ไม่ว่าจะเท่าไรก็เป็นสมาชิกถาวรและสมาชิกสมทบชมรมคุณเหี่ยวแน่นอน ของจริง


หายไข้เป็นปลิดทิ้ง

           รถยนต์ทุกคันมุ่งหน้าสู่บ้านมะเขือแจ้ อ.เมือง จ.ลำพูน 689 กม.ถนนราบเรียบแล่นฉิว ถึงตลาดบ้านทาดอยแก้ว ถลาเข้าเทียบสถานีจอด ลงไปส่ายเอวประสานสายตาหาใส้หมูย่างหอมๆ ลูกวัวน้อยนึ่งกลิ่นฉุนข่าคลุก ตันแกล้มโอเลี้ยง เอ้ย แกล้ม วีเอสโอพี สีกำมะหยี่ แคบหมูติดมันเสริมด้วยน้ำพริกหนุ่มปิ้งพริกก่อนโขลก ผักขี้หูดต้มจิ้มแสนอร่อย


            ค่ำนั้น นั่งจิ้มน้ำพริกหนุ่มกับแคบหมูติดมัน ตามด้วยข้าวเหนียวปั้นใหญ่ ซดน้ำแกงแคไก่บ้านโฮกฮือ อิ่มจนเอียงไปข้างหนึ่งจึงลุกขึ้นไปล้างมือเตรียมทำงาน บันทึกภาพวัฒนธรรมการฟังเทศคืนก่อนทอดกฐินสามัคคี ซึ่งเพิ่งได้เห็นเช่นนี้ก็ที่ชนเผ่ายองพี่น้องบ้านมะเขือแจ้ แต่หลังจากฟังธรรมเทศนาแล้ว ต้องฟังเสียงเพลงที่ขับขานจากแม่บ้าน แม่ครัว ครึ่งคืน จึงปิดเสียง


           เป็นคืนฉลององค์กฐินที่แปลกแตกต่างไปจากวัฒนธรรมไทยพุทธภาคกลางอย่างอ่างทอง สิงห์บุรี อยุธยา ปทุมธานี สระบุรี ชัยนาท ฯลฯ ล้วนเฉลิมฉลองด้วยมหรสพครบเครื่อง บางแห่งจ้างลิเกมาเล่นให้ชม บางแห่งมันกว่าจ้างลำตัดลำตวยมาแสดง บางแห่งจ้างหนังเร่มาฉาย 3 เรื่องรวด สว่างคาตา 


พระประธานทองสำริดวัดมะเขือแจ้อายุกว่าพันปี

            คืนเดือนพฤศจิกายนปีนี้ยังไม่หนาวนำ แต่เย็นตอนดึกจึงต้องลุกมาห่มผ้านอนจนแจ้ง เสียงปลุกดังมาแต่ใต้ถุนร้านบ้านช่อง ไก่ขัน ส่วนนกเขาสงบเงียบเรียบร้อยหงอยไปถนัด ด้วยว่าวัยและกาลเวลาพิสูจน์ม้า เอ้ย คนเป็นเบาหวาน ก็เป็นฉะนั้นแล  แต่งตัวเรี่ยมเร้เรไรแล้วลงไปปั้นข้าวนึ่งกินตามวัฒนธรรมเรื่องอาหารของพื้นบ้านคนยอง ง่ายๆ งวดนี้ไม่มีอ่องออนึ่ง ไม่มีแอบอึ่งเพราะเข้าหนาวรำไร ก่อนจะร่วมขบวนแห่กฐินสามัคคีไปวัดมะเขือแจ้


มันเธอแหละ

             มันต้องโห่และต้องฟ้อนกันอยู่แล้ว มิเช่นนั้นก็ไม่ใช่คนไทยพื้นบ้านของเราซิ นางฟ้อนวาดวงแขนแล้วเหยาะย่างต่างทีท่า มาเถอะนะพ่อมา มาฟ้อนต้อนรำกันเอย

             วนซ้ายไปจนครบ 3 รอบพระอุโบสถก็แห่กองกฐินสามัคคีขึ้นไปตั้งหน้าพระสงฆ์ 9 รูป พระประธานทองสำริดที่งดงามจนต้องล้อมด้วยกรงเหล็กแน่นหนาเปิดประตูให้ท่านโปรดสัตว์ทั้งหลาย เป็นพระประธานทองสำริดที่งดงาม อายุกว่าพันปี มีมูลค่าหานับได้ไม่ เป็นที่เคารพกราบไหว้และหวงแหนของพี่น้องชาวมะเขือแจ้ยิ่งนัก


              “ท่านครับ เคยจดจารไว้บ้างไหมครับว่าตั้งแต่หนุ่มจนถึงวันนี้ ทอดกฐินได้เงินเข้าวัดไปเท่าไร ทุกสัปดาห์ที่เดินทางเคยรวมไหมครับว่าได้กี่แสนกิโลเมตร” ผมสงสัยใคร่ถาม

              “ไม่เคยเลย ทำบุญก็ทำไปเรื่อยๆ ไม่รู้จุดจบ ยิ่งระยะทางที่เดินทางไปทั่วนี้ยิ่งแย่เลยไม่เคยจำ”

             “บางสิ่งที่อยากจำเรากลับลืม บางสิ่งที่อยากลืมเรากลับจำ คนเรานี้คิดให้ดีก็น่าขำ อยากจำเรากลับลืม อยากลืมเรากลับจำ” โน่นเลย คล้ายๆกับเสียงเพลงที่เคยได้ยลยิน


เหยี่ยวถลาลมบนดอยสูง

              บ่ายแก่ๆ แดดแรงร้อนขึ้นเมื่อเดินกลับหมู่บ้าน แล้วเตรียมตัวออกเดินทางไปอาบน้ำแร่แช่น้ำร้อนที่ โป่งเดือดป่าแป๋  หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ท้องที่อำเภอแม่แตง ตะวันบ่ายไปไม่น้อย แสงแดดจัดจ้าหลบไปหลังเขา แมกไม้ต้นสูงใหญ่ห่มคลุม เป็นสระน้ำร้อนที่อยู่กลางแจ้ง สาวเหลือน้อยแต่ละอนงค์นางเปลี่ยนผ้าผลัดออกจากชุดเดิม เป็นชุดว่ายน้ำจำแลง ผ้าถุง ผ้านุ่ง ผ้าซิ่น  ดูๆไปนึกว่านางไม้ลงสรงสนาน


             “ลงมาอาบน้ำร้อนนี่ซะ ขึ้นไปยอดดอยห้วยน้ำดังจะได้ไม่ต้องไปอาบ หนาว”ลากเสียงยาว ผมเดินส่ายไปส่ายมา แต่ก็ไม่อาบ อาย ไม่ได้นุ่งกุงเกงในมาด้วย ฮา

             คืนอันหนาวเย็นมาเยือนหลังอาหารค่ำแบบชมรมคุณเหี่ยวสัญจร ผู้อาวุโสสูงสุดขอสละห้องอันแสนอุดอู้ โดยออกไปนอนเต็นท์กลางสนามหญ้าแทน มีกลุ่มหนึ่งที่ติดตามไปร่วมชะตากรรม แต่ผมชอบนอนในที่คับแคบแต่เข้าห้องสุขาสะดวกๆ คืนนี้แม้มีเสียงกรน ก็ไม่รู้สึกว่าถูกรบกวน เพราะว่าผมกรนดังกว่าเสมอ


             รุ่งอรุโณทัยที่ปลายดอยมาถึง ฟ้าหม่นหมองด้วยเมฆฝน ตะวันไม่อาดสาดแสงส่อง ทะเลหมอกที่วาดหวังอันตรทานไปสิ้น เหลือเพียงละอองไอน้ำลอยผ่าน ตากล้องหมองใจยิ่งกว่า สู้อุตสาห์ตามมาด้วยนับพันกิโลเมตร แต่เหลือเพียงน้ำค้างหยดดังแหมะๆๆ น้ำตาจิไหล โฮๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


มอบของขวัญวันเกิดปีที่ 8...5555

เครื่องวัดการเต้นหัวใจ

              ได้ภาพหมู่กันตามสไตล์ ได้สูดไอกลิ่นดินภูเขา ได้ย้อนรำลึกถึงวันวานที่เคยย่ำบนสันดอยยาวไกล ได้ฟังเรื่องเล่าของผู้อาวุโส ได้เห็นสิ่งที่เปลี่ยนไปเมื่อหน่วยจัดการต้นน้ำที่เคยทำหน้าที่ปลูกป่าฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำกลายมาเป็น อุทยานแห่งชาติเพื่อการพักผ่อนและนันทนาการ เวลาเปลี่ยน สถานกาลเปลี่ยน บทบาทหน้าที่จึงต้องแปรเปลี่ยนไปตามกรรม


สาวน้อยเริงร่าดุจวิหคเหินลม

กระชากวัยให้รู้สึกดี...


             เป้าหมายวันนี้คือ มุ่งหน้าลงจากยอดดอยกว่า 2000 เมตรไปสู่หุบเขาลำเนาไพรไกลถึงเมืองลี้ เพื่อแวะเวียนไปกราบไหว้ วัดบ้านปาง วัดที่ครูบาศรีวิชัยบวชและมรณภาพ พระเกจิอาจารย์ นักพรตแห่งล้านนา ครูบาเจ้าที่ทำให้วงการพระสงฆ์ดำรงอยู่ได้ด้วยธรรมะบูชา อบรมบ่มเพาะพระเกจิอาจารย์อีกหลายองค์ให้คงแก่เรียนและพัฒนาพระศาสนา


เหนือคำบรรยาย

สถูปครอบสถานที่มรณภาพครูบาศรีวิชัย



             จบวัดสุดท้ายที่วัดพระธาตุห้าดวง ก่อนเดินทางล่องไปจนถึงเถิน ตาก และแม่สอด อันเป็นที่พักแห่งสุดท้ายในทริปนี้ บ้านของคุณเทพินทร์ จันทนุปาน หัวหน้าหน่วยจัดการต้นน้ำดอยมูเซอร์ เพื่อร่วมกันเฉลิมฉลองล่วงหน้าวันลอยกระทง ด้วยการปล่อยโคมลอย หลังจากอิ่มหนำสำราญกับอาหารทะเลกลางดอย ปูทะเลเผาและกุ้งทะเลเผาจากตลาดแม่สอด


กราบไหว้ครูบาศรีวิชัยองค์จำลอง

หน้าพระธาตุ ที่ระลึกวัดบ้านปาง

             เป็นทริปยาวที่เปี่ยมได้ด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และอิ่มเอมในรสพระธรรมคำสอน สืบทอดพระศาสนาและอายุของสมาชิกชมรมคุณเหี่ยวได้อีกนับสิบๆปี 120 ปีคือเป้าหมายสุดท้าย 


มณฑปครอบที่มรณภาพครูบาศรีวิชัย

กุ้งแม่สอด อร่อย

ลอยโคมบูชาเทวดาบนสรวงสวรรค์

คู่ท่องโลก

คู่เที่ยว

รูปหล่อเลยถูกแกล้งให้อยู่ท้ายสุด

ก่อแป้น อร่อย

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี เชิญได้โดยตรงที่ โทร.081-9416364

ติดต่อ 135 ม.12 ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม 73140

 
view