http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  ข่าวสาร
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 08/05/2024
สถิติผู้เข้าชม14,170,215
Page Views16,489,275
« July 2024»
SMTWTFS
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031   
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
ข่าวสาร
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42365202
 

ท่องแดนแผ่นดินธรรม ตอนคนเกิดปีชวดไปไหว้พระธาตุศรีจอมทอง

ท่องแดนแผ่นดินธรรม ตอนคนเกิดปีชวดไปไหว้พระธาตุศรีจอมทอง

คนเกิดปีชวดหรือปีหนูไปไหว้พระธาตุศรีจอมทองเสริมมงคลชีวิต

โดยธงชัย เปาอินทร์ เรื่อง-ภาพ

พระธาตุศรีจอมทอง 

               ตำนานกล่าวว่า สมัยพุทธกาลมีเมืองเมืองหนึ่งชื่อว่า เมืองอังครัฏฐะ ปกครองโดยเจ้าผู้ครองนครชื่อ พระยาอังครัฏฐะ ได้รู้ข่าวเรื่องราวว่าพระพุทธเจ้ากำเนิดแล้วที่กรุงราชคฤห์ ประเทศอินเดีย จึงตั้งจิตอธิษฐานขอให้พระพุทธองค์ทรงมาโปรด และด้วยแรงศรัทธาจึงได้สร้างสถูปไว้บนเนินดินที่สูงราว 10 เมตร ณ สถานที่ตั้งวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหารในปัจจุบันนี้  


              แต่ตามประวัติวัดกล่าวว่า เมื่อพ.ศ.1994 สามีภรรยาคู่หนึ่งชื่อนายสร้อยและนางเม็ง ได้สร้างเจดีย์และพระพุทธรูปไว้ 2 องค์ไว้ที่วัดพระธาตุศรีจอมทอง ต่อมาพ.ศ.2009 นายสิบเงินกับนายสิบถัว บูรณะพระธาตุให้เป็นรูปร่างและได้บูรณะพระวิหารมุงหลังคาด้วยหญ้าคาขึ้น ขณะนั้นมีเจ้าอาวาสชื่อพระภิกษุสริปุตต์เถระ 


             ปีพ.ศ.2042 พระธัมมปัญโญเถระ เป็นเจ้าอาวาส ได้พบว่าเดือน 4 ขึ้น 14 ค่ำ พระบรมธาตุเสด็จออกมาจากพระสถูปทองคำไปประทับในรูพระเกศโมลีของพระพุทธรูปในวิหาร 

             ปีพ.ศ.2057  พระมหาสีลปัญโญ เป็นเจ้าอาวาสได้นำพระบรมธาตุออกมาแสดงให้เห็นประจักษ์ทั่วกัน เรียกกันว่าเป็นพระทักษิณโมลีธาตุหรือพระธาตุส่วนพระเศียรข้างขวา มีพุทธลักษณะขนาดเท่าเม็ดพุทรา กลมเกลี้ยง  สีขาวนวลเหมือนกลีบพิกุลแห้ง


            ปัจจุบันนี้ประดิษฐานไว้ในสถูปฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสคล้ายพระเจดีย์ ขนาดฐานกว้าง 4 ศอก สูง 8 ศอก ซึ่งสร้างโดยพระเจ้าดิลกปนัดดาธิราช หรือพระเมืองแก้ว กษัตริย์ราชวงศ์มังราย กษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่ เมื่อปีพ.ศ.2060  


            พ.ศ.2470 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ปีพ.ศ.2478 ได้รับการประกาศให้เป็นโบราณสถานแห่งชาติ ในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 52 ตอนที่ 0ง.ลงวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2478  และปีพ.ศ.2506 ได้รับการประกาศแต่งตั้งให้เป็นวัดพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร


              เมื่อปีพ.ศ.2520 ผมเคยไปปฏิบัติงานที่ดอยอินทนนท์ แต่ช่วงเวลานั้นผมไม่เคยทราบเรื่องราวของวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร แต่อย่างใด ไม่รู้ด้วยว่าเป็นวัดสำหรับคนเกิดปีชวด ผมขับรถผ่านไปผ่านมานับครั้งไม่ถ้วน จนเวลาล่วงเลยไป 6 เดือนเศษ จึงเกิดอุบัติเหตุขึ้น


              วันนั้น ผมขับรถจี๊ปอายุกว่า 40 ปี สมัยสงครามโลกลงจากยอดดอยอินทนนท์  ซึ่งสภาพรถไม่ดี เบรกมีปัญหา แต่ด้วยความใจกล้าบ้าบิ่นของวัยหนุ่ม จึงคิดว่าจะขับลงจากดอยด้วยการใช้เกียร์แทนเบรก ผมขับลงมาเวลาบ่ายแล้ว จนถึงกม.ที่36 มีโค้งโอเมก้าชำรุดไปแถบหนึ่ง เหลือถนนเพียงแถบเดียว รถแล่นลงมาแรงเร็วผมหักพวงมาลัยไต่ไปตามโค้งแบบยกล้อ


             เกียร์ที่จะใช้แทนเบรกหลุด รถแล่นเร็วขึ้นๆ คนงานหนุ่ม 2 คนที่นั่งมาด้วยร้องลั่น คนหนึ่งตัดสินใจโดดหนีไปก่อน ผมตัดสินใจก่อนที่รถจะวิ่งลงไปในเหว โค้งกม.34แน่ๆ หักพวงมาลัยรถให้พุ่งข้ามรางระบายน้ำแล้วชนภูเขาด้านซ้ายอย่างแรง ด้วยแรงรถตกกระแทกกับรางน้ำผมกระเด็นลงไปนอนในรางระบายน้ำที่เป็นปูนซีเมนต์ ทันใดคนงานหนุ่มที่ตัดสินใจว่า ตายก็จะไปกับผู้ช่วยด้วย หล่นตุ้บลงมาบนตัวผม เขาไม่เป็นอะไรเลย ผมนอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด


             มีรถกรมทางลงมาช่วยหามไปส่งโรงพยาบาลจอมทอง รถจี๊ปแหลกเละ ใครเห็นซากก็ว่าต้องมีคนตาย ผมขาหลุดจากตะโพก หัวแตก พอหัวหน้ารู้ว่าผมเกิดปีชวด ถามว่าเคยไปกราบพระธาตุศรีจอมทองไหม ผมตอบว่าไม่เคย

             และไม่สงสัยเลยว่าทำไม ที่แท้คนเกิดปีชวดเขาต้องไปกราบพระบรมธาตุศรีจอมทองเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต


            วันนี้โชคดีที่คณะชมรมคุณเหี่ยวชวนเที่ยว จึงได้มากราบไหว้สมใจ พร้อมกับถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกด้วย ผมเดินผ่านประตูวัดก็เห็นองค์พระธาตุศรีจอมทองโดดเด่น ท่ามกลางแสงแดดแผดเปรี้ยง ผมเดินวนหามุมถ่ายรูปจนพอใจจึงได้เดินต่อไปยังวิหารจัตุรมุข ได้เห็นพระธาตุในสถูป ได้กราบไหว้สมใจ แล้วเดินออกมาถ่ายรูปไปทั่วแต่ก็ไม่ทั่วเพราะว่าเวลามีจำกัด    


            วัดนี้ตั้งอยู่ริมถนนสายสันป่าตอง-จอมทอง ฝั่งขวามือขาไปจากเชียงใหม่ ที่จอดรถยนต์กว้างขวาง เป็นท่ารถเมล์เล็กขึ้นดอยอินทนนท์อยู่หน้าวัด เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบ ครบถ้วนในองค์ประกอบของวัด แต่กำลังมีการก่อสร้างเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความสวยงามมากมายหลายจุด โดยเฉพาะในพระอุโบสถไม่มีเวลาจะไปถ่ายรูปมาอวดเพื่อนๆ  


             

Tags : ไหว้พระเมืองลี้ ลำพูน ตอน 3.วัดบ้านปาง

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี เชิญได้โดยตรงที่ โทร.081-9416364

ติดต่อ 135 ม.12 ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม 73140

 
view