http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  ข่าวสาร
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 08/05/2024
สถิติผู้เข้าชม14,174,476
Page Views16,493,772
« July 2024»
SMTWTFS
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031   
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
ข่าวสาร
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42365202
 

ท่องแดนแผ่นดินธรรมตอนวัดภูมินทร์ อ.เมือง จ.น่าน

ท่องแดนแผ่นดินธรรมตอนวัดภูมินทร์ อ.เมือง จ.น่าน

ท่องแดนแผ่นดินธรรม

ตอน วัดภูมินทร์ อ.เมือง จ.น่าน

โดย ธงชัย เปาอินทร์ เรื่อง-ภาพ

กำเนิดวัดภูมินทร์

                 เจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ ครองเมืองน่าน  ครั้งแรกเมื่อพ.ศ.2134-2140 เป็นเวลา 6 ปี ระหว่างนี้ในปี พ.ศ.2139 ได้ทรงสร้างวัดพรหมมินทร์ ติดข่วงเมือง แต่ในปีพ.ศ.2140 ต้องเสด็จหนีไปหลวงพระบาง ด้วยพ่ายแพ้แก่แม่ทัพพม่า มังนรธาช่อ ซึ่งครองเมืองเชียงใหม่ ได้ยกทัพมาตีเมืองน่าน ในปีพ.ศ.2140เมื่อ ยึดเมืองน่านได้แล้วได้แต่งตั้งพญาแขกรักษาเมืองน่าน

               ต่อมาปีพ.ศ. 2143 เจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ ได้ยกทัพมายึดเมืองน่านคืน ทรงครองราชย์ครั้งที่ 2 ระหว่างปี พ.ศ.2143-2146 เจ้าศรีสองเมือง แห่งเมืองเชียงใหม่ในนามทัพพม่า จับตัวไปประหารชีวิตที่เชียงใหม่ พระองค์คือผู้สร้างวัดพรหมมินทร์เป็นองค์แรก 

                เมืองน่านเปลี่ยนแปลงเจ้าผู้ครองนครไปหลายราชวงศ์ เวลาผ่านมา 300 ปีกว่าๆ จนถึง พ.ศ.2410 พระเจ้าอนันตวรฤทธิเดช  ซึ่งครองนครน่าน ตั้งแต่ปีพ.ศ.2395-2353 ได้ทรงทำนุบำรุงพระศาสนา ด้วยการบูรณะวัดพรหมมินทร์ซึ่งชำรุดทรุดโทรมขึ้นครั้งใหญ่ และเปลี่ยนชื่อวัดพรหมมินทร์ เป็นวัดภูมินทร์ ใช้เวลาในการบูรณะ 7 ปีจึงแล้วเสร็จ 


หนึ่งเดียวในล้านนา

                 อุโบสถจัตุรมุขบนหลังนาคคู่  เชื่อกันว่า การบูรณะครั้งใหญ่นี่เองที่เกิดการเปลี่ยนแปลงด้วยวิสัยทัศน์และความฉลาดลึกล้ำ จึงเกิดการสร้างพระอุโบสถ พระวิหาร และพระเจดีย์ ไว้ในคราวเดียวกัน ในรูปของอุโบสถทรงจัตุรมุข โดยประดิษฐานไว้ประหนึ่งว่านั่งอยู่บนหลังพญานาคคู่

ด้านเหนือหัวนาคอุโบสถ

                นาคหันหัวไปทางทิศเหนือด้านนั้นเป็นข่วงเมืองน่าน ตรงข้ามเป็น “คุ้มเจ้าหลวง ผู้ครองนครน่าน” ปลายหางนาคอยู่ทางทิศใต้ ทั้งสองด้านทำนาคสะดุ้งให้เป็นช่องเดินลอดดั่งซุ้มประตู เชื่อกันว่าหาดใครที่มาเยือนได้เดินลอดแล้วไซร้ จักได้กลับมาเยือนเมืองน่านอีก   จัตุรมุขด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตกประดับด้วย “ตัวเหงา” เชิงบันได   


จัตุรัสด้านใต้ จะเห็นหางนาค

                ซุ้มประตูทั้งสี่จัตุรมุข มีหน้าบันประดิษฐ์ด้วยปูนปั้นลวดลายก้านต่อดอก ติดกระจกสีสวยงาม เสาประตูประดิษฐ์ด้วยปูนปั้นทรงใบเทศทั้งสี่ด้าน เชื่อว่ารูปแบบเป็นรัตนโกสินทร์ประยุกต์ แต่การติดกระจกสีและตัวโขง น่าจะเป็นสื่อถึงศิลปะล้านนา


ซุ้มประตูและหน้าบัน

                ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กระทรวงการคลังได้นำภาพวัดภูมินทร์ไปพิมพ์ในแบงค์ราคา 1 บาท จนโด่งดังไปทั่วประเทศ


พระประธานปางมารวิชัย 4 องค์

             พระประธานสี่องค์ ภายในอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย 4 องค์ หันหลังชนกัน หันหน้าไปทางจัตุรมุข 4 ด้าน พระประธานทั้งสี่องค์นี้ ได้รับการบูรณะหนักมากจนไม่รู้ว่าเป็นศิลปะยุคใด ลงรักปิดทองอร่ามเรือง เมื่อย่างกายเข้าไปเพื่อกราบพระประธาน จึงต้องก้มกราบ 4 ครั้ง อธิษฐานได้ถึง 4 ครั้ง และก็เชื่อว่าในแต่ละครั้งนั้น น่าจะอธิษฐานไม่ตรงกัน  อันเป็นปกติของมนุษย์ที่อยากจะไหว้พระอธิษฐานตามใจชอบ


               ภาพจิตรกรรมฝาผนัง หรือ ฮูปแต้ม  ข้อมูลจาก www.watkadarin.com ได้บรรยายไว้ว่า ฝาผนังในวิหารวัดภูมินทร์ทั้งสี่ด้านประดับตกแต่งด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังมีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องชาดก ตำนานพื้นบ้าน และความเป็นอยู่ของชาวน่านในอดีต กรมศิลปากรสันนิษฐานว่าภาพจิตรกรรมฝาผนังเหล่านี้ มีที่มาจากการการบูรณะครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2410 


               จิตรกรรมฝาผนังในวิหารวัดภูมินทร์เขียนตั้งแต่ส่วนบนสุดของผนัง ลงมาจนถึงระดับขอบล่างของหน้าต่าง จัดองค์ประกอบภาพต่อเนื่องกันทั้งผนัง โดยใช้จังหวะ ช่องว่าง ฉาก ธรรมชาติ เป็นตัวแบ่งเนื้อหาเรื่องราว ผนังตอนบนทุกด้านเขียนภาพบุคคลขนาดใหญ่ ส่วนตอนล่างภาพเรื่องราวเป็นตอน ๆ มีขนาดเล็ก


           ปู่ม่าน-ญ่าม่าน ตำนานกระซิบรักที่น่าน   คำเสนาะเหล่านี้ อาจารย์ สมเจตน์ วิมลเกษม อาจารย์โรงเรียนสตรีศรีน่าน ได้รจนาไว้ว่า

คำฮักน้อง กูปี้จักเอาไว้ในน้ำก็กลัวหนาว

จักเอาไว้พื้นอากาศกลางหาว ก็กลัวหมอกเหมยซอนดาวลงมาคะลุมจักเอาไปใส่ในวังข่วงคุ้ม ก็กลัวเจ้าปะใส่แล้วลู่เอาไปก็เลยเอาไว้ในอกในใจตัวชายปี้นี้ จักหื้อมันไห้อะฮิอะฮี้ยามปี้นอนสะดุ้งตื่นเววา…


   คำแปลเป็นภาษาไทยภาคกลาง

                         ความรักของน้องนั้น พี่จะเอาฝากไว้ในน้ำก็กลัวเหน็บหนาว

                         จะฝากไว้กลางท้องฟ้าอากาศกลางหาว

                         ก็กลัวเมฆหมอกมาปกคลุมรักของพี่ไปเสีย

                         หากเอาไว้ในวังในคุ้ม เจ้าเมืองมาเจอก็จะเอาความรักของพี่ไป

                         เลยขอฝากเอาไว้ในอกในใจของพี่

                         จะให้มันร้องไห้รำพี้รำพันถึงน้อง

                         ไม่ว่ายามพี่นอนหลับหรือสะดุ้งตื่น


             เมืองที่เขียนไว้ว่า ปู่ม่านและญ่าม่าน นั้นหมายถึง พม่าชายและพม่าหญิง มิได้หมายความว่า ภาพหนุ่มสาวนั้นชื่อปู่ม่านและญ่าม่านแต่อย่างใด

             Watkadarin กล่าวว่า มีผู้เคยสันนิษฐานว่าภาพปู่ม่านญ่าม่านหรือภาพกระซิบรักนั้น มีผู้เคยสัณนิษฐานว่าภาพ "ปู่ม่านญ่าม่าน" หรือภาพชายหนุ่มที่กระซิบกับหญิงสาว น่าจะเป็นภาพเหมือนของช่างเขียนกับคนรักของเขานั้น แต่พิจารณาอย่างละเอียดแล้ว ชายหนุ่มในภาพขมวดผมไว้กลางกระหม่อม พร้อมผ้าพันผมแบบพม่า นุ่งผ้าลายลุนตะยาซึ่งเป็นลายผ้าของชาวพม่า  แต่ตามลำตัวกลับสักด้วยหมึกสีแดง                อันเป็นความนิยมของชาวไทยใหญ่ ลักษณะของรูปบุคคลนั้นน่าจะเป็นชนพื้นเมืองชั้นสูงของเมืองน่านมากกว่า  ภาพนี้ จึงไม่น่าเป็นภาพตัวศิลปินผู้เขียน ซึ่งเป็นชาวไทยลื้อ


                และโดยวัฒนธรรมของชาวน่านแล้ว การเกาะไหล่หญิงสาวเช่นนั้น หากเป็นคู่หนุ่มสาวถือว่าผิดผี ทำไม่ได้ จึงได้แต่สันนิษฐานว่าเป็นคู่สามีภรรยาเสวนาภาษารักกันมากกว่า

      

วัฒนธรรมการแต่งกายของชาวน่าน

                   ข่วงเมืองน่าน ลานโล่งกลางเมืองซึ่งเป็นที่ว่างเพื่อการจัดพิธีกรรมต่างๆของชาวเมือง ข่วงเมืองน่านมีพื้นที่กว้างขวาง ตั้งอยู่ทิศเหนือของวัดภูมินทร์ ติดกับถนนคั่นระหว่างคุ้มเจ้าหลวงเมืองน่านซึ่งมีวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ซึ่งตั้งอยู่ทิศตะวันออก ด้านเหนือคุ้มเจ้าหลวงเป็นวัดติดกำแพงคุ้ม 


ข่วงเมืองน่าน

                   ชอบไหม หากได้เดินไหว้พระ 5 วัด เริ่มต้นที่วัดภูมินทร์ เดินข้ามข่วงไปยังวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร   ฝั่งตรงข้ามคุ้มเจ้าหลวงเมืองน่านที่วันนี้ได้แปรสภาพเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดน่าน   ชายกำแพงคุ้มเจ้าหลวงเป็นวัดชื่อ....จากนั้นเดินไปทางทิศตะวันตกเพื่อไหว้พระประธานในอุโบสถวัดศรีพันต้น แล้วเดินย้อนขึ้นเหนือไปยังวัดมิ่งเมือง เป็นมิติหนึ่งของการท่องเที่ยวแดนแผ่นดินธรรมของจังหวัดน่าน  

           

จัตุรัสด้านทิศเหนือ    

               รู้เรื่องเมืองน่านที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดน่าน  ซึ่งเดิมเป็นคุ้มเจ้าหลวงเมืองน่านหรือหอคำ สร้างเมื่อพ.ศ.2446 โดยพระเจ้าสุริยพงษ์ผลิตเดช เจ้าผู้ครองนครน่าน ต่อมาเมื่อเจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าผู้ครองนครน่านองค์สุดท้ายถึงแก่พิราลัย บุตรธิดาจึงร่วมใจกันส่งมอบหอคำแห่งนี้ เนื้อที่ 17-2-32 ไร่ ให้เป็นสมบัติของจังหวัด กระทรวงมหาดไทยได้ใช้เป็นศาลาว่าการจังหวัดน่าน ต่อมากรมศิลปากรรับมอบเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน เมื่อพ.ศ.2517


ทิศตะวันออกเฉียงใต้

         ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดน่าน มีโบราณวัตถุสำคัญได้แก่  งาช้างดำหีบพระธรรมไม้แกะสลัก ฝีมือช่างสกุลน่าน  สมุดข่อยอาณาจักรหลักคำกฎหมายเมืองน่านครุฑยุคนาค ฝีมือช่างล้านนา  ศิลาจารึกหลักที่ 64 อักษรสุโขทัย กล่าวถึงการกระทำสัตย์สาบานช่วยเหลือซึ่งกันและกันเมื่อเกิดศึกสงครามระหว่างเจ้าพระยาผากอง เจ้าผู้ครองนครน่าน และพระมหาธรรมราชาที่ 2 กษัตริย์แห่งสุโขทัย และศิลาจารึกหลักที่ 74 อักษรธรรมล้านนา กล่าวถึงพญาพลเทพกุรไชย เจ้าเมืองน่าน ได้ทำการบูรณะพระมหาวิหารให้วัดหลวงกลางเวียง (วัดช้างค้ำ)


ปู่ม่านญ่าม่าน

                  ท่องแดนแผ่นดินธรรม วัดภูมินทร์ อ.เมือง จ.น่าน วันเสาร์อาทิตย์ ที่ข่วงเมืองน่านจะเปิดเป็นตลาดนัดแบบถนนคนเดินซื้อหาอาหารมานั่งกินบนขันโตกและเสื่อปูให้นั่งกินฟรีๆ พร้อมกันนั้นยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านลานเมืองน่านให้ได้ชมกันไปด้วย ภายใต้แสงไฟสว่างไสว หรือถ้าไปถูกเวลาก็อาจจะเป็นท่ามกลางแสงจันทราแสนงาม  


เพื่อนร่วมงานสมัยหนุ่มๆมาเยี่ยมคนแก่ที่วัด

Tags : ตอนวัดมิ่งเมือง ประดิษฐานเสามิ่งเมือง

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี เชิญได้โดยตรงที่ โทร.081-9416364

ติดต่อ 135 ม.12 ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม 73140

 
view