http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  ข่าวสาร
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 08/05/2024
สถิติผู้เข้าชม14,170,246
Page Views16,489,308
« July 2024»
SMTWTFS
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031   
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
ข่าวสาร
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42365202
 

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม สระแก้ว-สระมรกต

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม  สระแก้ว-สระมรกต

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม

สระแก้ว-สระมรกต

โดย ธงชัย เปาอินทร์ เรื่อง-ภาพ

นพ.สุวิทย์ เกียรติเสวี วัย 84 ปี

             ผมไปกระบี่หลายครั้ง ไปท่องเที่ยวมาหลายแหล่งท่องเที่ยว ได้รับการชักนำให้ไปแต่ทะเล เกาะต่างๆ แต่กลับผ่านเลยคำว่า สระแก้ว และ สระมรกต  เหมือนคำโบราณที่ว่า ใกล้เกลือกินด่างจริงๆ โชคดีที่ได้ติดตาม นพ.สุวิทย์ เกียรติเสวี หน้าต่างมองคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม นสพ.เดลินิวส์  ไปทำข่าวขององค์การจัดการน้ำเสีย จึงได้ไป ตะลึงจังงังครับ


             เขาประ-บางครามโด่งดังด้วยนกแต้วแล้วท้องดำ ซึ่งชอบอาศัยอยู่ในระบบนิเวศป่าที่ราบต่ำ วิ่ง เดิน หากินกับพื้นดินที่ใกล้น้ำหรือชื้นแฉะ เป็นนกขนาดเล็กที่มีสีสันสวยงาม วันนี้ขึ้นบัญชีสุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ส่วนเรื่องราวพิสดารพันลึกของนกแต้วแล้วท้องดำนั้น จะได้เก็บหาข้อมูลและรูปถ่ายมาเล่าให้ได้ทราบกัน เมื่อพร้อมจะทำการ


            แต่ก็ด้วยนกแต้วแล้วท้องดำนี่แหละที่ทำให้เกิดการจัดตั้งเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม ขึ้นตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2536 พื้นที่ป่าเขาประ ป่าบางคราม ป่าช่องศิลา ป่าช่องขี้แรด และป่าใสป่าแก่ ในท้องที่ตำบลทุ่งไทรทอง กิ่งอำเภอลำทับ อำเภอคลองท่อม ตำบลพรุดินนา ตำบลคลองท่อมใต้ ตำบลคลองพน อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่  และตำบลอ่าวตง อำเภอวังวิเศษ ตำบลกะลาเส อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง


             เนื้อที่ประมาณ 97,700 ไร่ มีสภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูง สภาพป่าเป็นป่าดิบชื้น มีแหล่งน้ำ แหล่งอาหารของสัตว์ป่าอุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครองที่สำคัญหลายชนิดอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น เลียงผา สมเสร็จ เสือโคร่ง เสือลายเมฆ และนกชนิดต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนกแต้วแล้วทองคำ ซึ่งเป็นนกที่หายากและใกล้จะสูญพันธุ์


              ประกอบกับเป็นป่าต้นน้ำลำธารที่เป็นต้นกำเนิดของคลองและลำห้วยที่สำคัญหลายสาย เช่น คลองบางเตียว คลองชี และคลองท่อม ฉะนั้น เพื่อรักษาไว้ซึ่งพันธุ์สัตว์ป่าและให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าโดยปลอดภัย รวมทั้งเป็นการช่วยป้องกันรักษาต้นน้ำลำธารและสภาพแวดล้อม ตามธรรมชาติที่มีอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ให้คงอยู่ถาวรตลอดไป


              สมควรกำหนดบริเวณที่ดินป่าดังกล่าว ให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535  เป็นการใช้กฎหมายบังคับใช้ทับพื้นที่ที่เป็นแหล่งอยู่อาศัยและขยายพันธุ์ของนกแต้มแล้วท้องดำ ซึ่งถือว่าเป็นการคุ้มครองสูงสุด แต่ในทางปฏิบัติแล้วเกิดความผิดพลาดอย่างมหันต์ กล่าวคือ


              ในหลักการจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์ หากเห็นว่าสมควรหรือจำเป็นต้องประกาศการคุ้มครองพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งมีความสำคัญยิ่งยวด จึงต้องกันพื้นที่ป่าให้พ้นจากน้ำมือมนุษย์อย่างสิ้นเชิง นั่นหมายถึงต้องกันพื้นที่ป่าดังกล่าวไว้เพียงอย่างเดียว หากมีชุมชนคนเข้าไปอยู่อาศัยใจกลางพื้นที่หรือชายขอบพื้นที่ จำเป็นต้องอพยพออก โดยปราศจากเงื่อนไข


              แต่ทางราชการต้องไปจัดการหาพื้นที่อยู่อาศัยและทำกินให้แก่เขาเหล่านั้นจนเป็นที่พึงพอใจ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางครามจึงมีความเสี่ยงอย่างร้ายแรงที่ยกเว้นให้หมู่บ้านหนึ่งคงอยู่กลางใจป่าประหนึ่งเป็นไข่แดง มนุษย์เป็นสัตว์สมองโต ฉลาด ขี้โกง โลภ และเห็นแก่ตัวอยู่ในร่างเดียวกัน จึงต้องเลือกเอาว่าจะเอานกแต้วแล้วท้องดำหรือจะเอาคน


              เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง หรืออุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และอีกหลายป่าอนุรักษ์ที่ยึดหลักการชัดเจนว่า เมื่อจะเอาป่าก็ต้องสละคน ดังนั้นทั้งป่าจึงมีแต่ป่าที่ประสงค์จะอนุรักษ์ไว้ ส่วนคนก็อพยพออกมาตั้งชุมชนให้ใหม่ ในหลักการดังกล่าวนี้ ป่าอนุรักษ์ทั่วโลกถือปฏิบัติกันอย่างเข้มแข็ง ลดความเสี่ยงเรื่องคนกับป่าอนุรักษ์ ขอย้ำว่าป่าอนุรักษ์ครับ


สระแก้ว

              ผมได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า นายธิติกร กิตตินันท์ ว่าพื้นที่ดั้งเดิมของหมู่บ้านแผ่นดินเสมอนั้น เป็นพื้นที่หมู่บ้านที่เคยมีปัญหาผู้ก่อการร้ายคอมมูนิสต์ เป็นพื้นที่หมู่บ้าน กว่า 8,000 ไร่ มีชุมชนอยู่อาศัยกว่า 400 หลังคาเรือน ประกอบอาชีพการเกษตรประเภทสวนปาล์มน้ำมัน  ยางพารา จัดตั้งหมู่บ้านก่อนการประกาศเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ยอมรับว่ายังเป็นปัญหาค้างคาอยู่ 


สระมรกต

              นายวุฒิพงษ์ ชูสังราช หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม โทร.087-4771105 กล่าวด้วยความห่วงใยว่า พื้นที่ดังกล่าวนั้นเดิมประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า      แต่ต่อมาตราพระราชกฤษฎีกาทับเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม โดยกันพื้นที่หมู่บ้านแผ่นดินเสมอ ออกจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม จึงเหลือเพียงประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าที่ยังครอบคลุมพื้นที่หมู่บ้านดังกล่าวอยู่


             ต่อมารัฐบาลได้ประกาศเป็นมติคณะรัฐมนตรี ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2541 ให้สำรวจพื้นที่ชุมชนและที่ดินทำกินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ และอนุญาตให้ทำกินและอยู่อาศัยได้ต่อไป หมู่บ้านแผ่นดินเสมอจึงเป็นอะไรที่ค้างคา ไม่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป ผมฟังแล้วหนักใจแทน เหมือนบ้านไล่โว่ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จังหวัดกาญจนบุรี ที่เป็นชุมชนดั้งเดิมกลางป่าใหญ่ 


            เรื่องนี้ แม้แต่อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ก็ไม่มีอำนาจใดๆที่จะไปจัดการให้อยู่ต่อหรือให้อพยพออก มันเป็นเรื่องราวที่ใหญ่เกินไป เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะต้องพิจารณาว่าจะทำอย่างไร ผ่านคณะรัฐมนตรี ใครก็ตามที่ทราบเรื่องดังกล่าว โปรดเข้าใจด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ผมยังยืนยันว่า ป่าอนุรักษ์ที่มีความสำคัญยิ่งยวด ต้องยึดหลักการจัดการป่าอนุรักษ์สากล คนกับป่าอยู่ด้วยกัน มีแต่เรื่องกับเรื่อง

           นี่คืออีกหนึ่งบริบทของคำว่าปัดฝุ่นเข้าใต้พรม พลิกพรมขึ้นมาจึงพบว่ามีฝุ่นอยู่เพียบ  


           บ่ายวันที่ผมเดินทางไปกันสองคน ท้องฟ้าไม่ปลอดโปร่งนัก แต่ก็เปิดให้กว่า 80% ยังเหลืองแสงแดดสาดส่องลงถึงพื้นป่าอนุรักษ์ที่เป็นป่าดงดิบแห่งนี้ได้ พอจะถ่ายรูปได้ตามสมควร

ผ่านด่านอำนวยความสะดวกของเขตรักษษพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางครามด้วยเงื่อนไข ชายชราสองคนอายุ 84-67 ปี ประสงค์จะเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวชื่นชมกับธรรมชาติป่าเขาลำเนาไพร


            ป้ายสื่อความหมายพื้นสีน้ำตาลเหลืองทอง ถูกต้องตามกติกาสากลของคำว่า “ป่าอนุรักษ์”  บอกว่า ถ้าไปตามถนนราดกรวดซ้ายมือระยะทางเดินถึงสระมรกต 800 เมตร แต่ถ้าเดินไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ(Boardwalk)ที่สร้างด้วยปูนซีเมนต์อย่างแข็งแรงและมั่นคงระยะทาง 1,400 เมตร เราเลือกที่จะเดินไปทางปูนครับ


            ความประทับใจเริ่มต้นที่เจ้าหน้าที่และป้ายสื่อความหมายชัดเจน จึงตัดสินใจเดินเข้าไป แม้จะสวนทางกับนักท่องเที่ยวที่ทยอยเดินกลับออกมา แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด  เป็นป่าดงดิบกึ่งป่าพรุบกครับ บางจุดเป็นต้นไม้นานาชนิดอย่างใหญ่และอย่างรองจนถึงลูกไม้ขึ้นปะปนกันไป ไม้เถา ไม้พุ่ม ไม้เลื้อยไต่พันจนงามวิจิตร ดุจป่าหิมพานต์ เสียงน้ำไหลสาดเซาะแก่งหินและรากไม้ชายน้ำ ใสสะอาดตาจนเห็นพื้นท้องน้ำ


             ขณะเดินท่องเที่ยวมีฝนโปรยปรายหยิมๆ ทำให้เป็นอุปสรรคหนึ่งของการถ่ายภาพ แต่ก็เพียรถ่ายมาได้ตามสมควร (ฝากไว้ก่อน มาคราวหน้าท้องฟ้าปลอดโปร่งเมื่อไร เจอกัน) เป็นธรรมชาติที่ผสมกลมกลืนกันไปอย่างน่าอัศจรรย์ ตามต้นไม้ป่ามีป้ายสื่อความหมายสีน้ำตาลตัวอักษรสีเหลืองทอง เขียนชื่อพื้นเมือง ชื่อวิทยาศาสตร์ ไว้ให้ศึกษาหาความรู้ได้อย่างดีเยี่ยม(แม้ว่าจะเขียนชื่อวิทยาศาสตร์ด้วยตัวตรงก็ตามอิอิ) ถือว่าดีมากๆ


ปากทางเข้าก็งดงามแล้วจ้า

             ผมเดินไม่ทันพี่หมอสุวิทย์ชายสูงวัยอายุ 84 ปี แต่เดินตัวปลิวลิ่วละล่องไปกับป่าดง ผมเดินไปถ่ายรูปไป พินิจพิเคราะห์ถึงสภาพพื้นที่ป่าดงดิบกึ่งป่าพรุบกอย่างช้าๆ ตามประสานักวิชาการป่าไม้แก่ๆ ถ้าผมได้มีโอกาสมาในแต่ละฤดูกาล อาจได้ภาพดอกไม้ป่านานาพันธุ์มาฝากมากกว่าในคราวนี้ ที่นี่คือ โรงเรียนธรรมชาติที่ยอดเยี่ยมแห่งหนึ่ง ขอชมจริงๆ


             บนเรือนยอดต้นไม้ที่แคบเพราะความเบียดเสียดแก่งแย่งแสงตะวันของแต่ละต้นนั้น มองไม่เห็นนกสักตัว ได้ยินแต่เสียงนกหลายชนิดร้อง สลับกับเสียงเขียดในพื้นป่า ฟังเพลิน ถ้าเป็นยามที่ปลอดฝนและท้องฟ้าเป็นใจ หากมีคู่เดินด้วยใจเดียวกัน จะรู้สึกประทับใจในความงดงามของป่าผืนนี้ แนะนำให้หนุ่มสาวหรือชายหญิงชราพากันไปเดินเถอะ เดินให้รอบรวมระยะทางแค่ 2,200 เมตร เหงื่อไม่ออกจนโทรมกายแน่นอน


              ผมเดินถ่ายรูปและชื่นชมธรรมชาติของป่าไม้นานาพันธุ์อันเป็นส่วนหนึ่งในป่าที่ราบต่ำของเขานอจูจี้ จนถึงทางสามแพร่ง ทางหนึ่งให้เดินตรงไป ทางหนึ่งให้เลี้ยวซ้าย และอีกทางหนึ่งเลี้ยวขวา ตรงจุดนี้คือที่ตั้งของ  “สระแก้ว”  เวิ้งน้ำใสสะอาดดุจแก้ว แต่จริงๆแล้วมีภาพดังที่เห็นว่าเขียวสดใส รอบๆเต็มไปด้วยพันธุ์ไม้ป่า เช่นต้นฝาดยอดแดง เอื้องพร้าวสีม่วง แคสันติสุขดอกขาวไข่ไก่ ฯลฯ ได้รูปมาตามสภาพของแสงในขณะนั้นครับ


ป่าพรุมั้ง

             ผมเดินตรงไปอีกเพียงไม่กี่สิบเมตรก็ได้ยินเสียงนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ พ้นดงไม้บนทางเดินก็ได้เห็น “สระมรกต” อยู่ตรงหน้า มีนักท่องเที่ยวหนุ่มสาวและเด็กกลุ่มใหญ่ลงไปแหวกว่ายในสายน้ำสีมรกต บ้างก็นั่งพักตามขอบสระ บ้างก็ถ่ายรูป ช่างน่าอัศจรรย์ที่มีสระมรกตแสนงามอยู่กลางดงพงไพร นี่เองกระมังที่ทำให้เกิดจินตนาการเรื่อง “นางมโนรากับพรานบุญ”

              นั่งพักเหนื่อยและหยุดถ่ายรูป บนศาลาใกล้ๆสระมรกต แนะนำไว้เลยว่า มาครั้งใดอย่าลืมกางเกงและชุดว่ายน้ำมาด้วย จะได้ลงสรงอย่างนางมโนรา


              ตะวันลับขอบป่าไปแล้ว แต่แสงสว่างยังพรางๆพอเดินต่อไปได้ ฝนหยุดโปรยเม็ดเล็กๆไปเมื่อไรไม่รู้ ด้วยว่ามัวเพลินชมไพร เอ้ย ชมความงดงามของสระมรกตและป่าอัศจรรย์ ผมเดินทางต่อไปตามป้ายสื่อความหมาย มุ่งหน้าไปเป็นวงรอบ จนพบที่ทำการบริการนักท่องเที่ยวเล็กๆ มีรูปปั้นตกแต้วแล้วท้องดำ 2 ตัว เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมจะกลับสู่เคหา ผมเดินผ่าน “ต้นคันแหลนใบยาว”ไปตามทางถนนราดกรวดแดงๆ ใต้ร่มเงาแมกไม้ที่หนาทึบ 800 เมตรถึงที่หมาย อันเป็นด่านเล็กๆที่เนเข้ามาครั้งแรก ป้อมหน้าด่านปิด ไม้กั้นทางปิด หมดเวลาแล้ว

            “ฝากไว้ก่อน เขาประ-บางคราม” ผมพร่ำคำเหล่านี้ไว้ในใจ 

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี เชิญได้โดยตรงที่ โทร.081-9416364

ติดต่อ 135 ม.12 ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม 73140

 
view