http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  บทความ รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 14/06/2017
สถิติผู้เข้าชม6,679,054
Page Views8,337,165
« June 2017»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(save the forest green)
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
เรื่องสั้น/เรื่องยาว - สกู๊ปพิเศษ -บทบรรณาธิการ
นานาอาชีพ-เบ็ดเตล็ดเกร็ด..น่ารู้
ซือวานโฮมสเตย์ที่พักคีรีโฮมสเตย์
กาแฟชะมด
กิตตินันท์รีสอร์ท อ.นาน้อย จ.น่าน

ร้านรักษ์ผ้าไทยบายรัชนี
 

บ้านทุ่งแสนสุข ตอน35.ความเปลี่ยนแปลง

บ้านทุ่งแสนสุข  ตอน35.ความเปลี่ยนแปลง

บ้านทุ่งแสนสุข

ตอน35.ความเปลี่ยนแปลง

โดย มณีดิน

            ค่ำแล้ว ความมืดโรยตัวห่มคลุมไปทั่วท้องทุ่งบ้านห้วยคัน เสียงหง่างเหงงแววมาจากหอระฆังหน้าวัด โรงสีไม่เปิดหวูดสีข้าว ทุกอย่างเห็นเป็นเงาดำทะมึน ปล่องโรงสีสูงเสียดฟ้า เป็นแท่งยาวขึ้นเหนือหลังคาบ้านและหลังคาโรงสี บ้านเรือนเงียบสงัด ไม่มีแม้เสียงไผ่เสียดกอ เป็นช่วงค่ำคืนในหน้าร้อนที่เงียบเหงา แสงตะเกียงบนถังข้าวคว่ำเปล่งเปลวไฟไสว ควันดำจากปลายเปลวไฟสีดำ เหม็นกลิ่นเขม่า

           พ่อนั่งสูบบุหรี่ข้างหน้าต่างเรือน แม่นั่งห่างไปทางโอ่งน้ำริมเรือนหลังนอก พี่เจนนอนหลับในห้องเหมือนเคย ทุยหายไปจากที่นอนกับน้องสาว แอบไปดูละครทีวีเช่นเคย เหลือเพียงผมนั่งเหมือนฟังคำพิพากษา

           “จบชั้นป.4 แล้ว ต้องไปเรียนต่อที่หน้าอำเภอ  แต่ต้องไปอยู่บ้านลุงชานตลาดศาลเจ้าโรงทอง กล้าไปไหม” พ่อถามเบาๆ เสียงเรียบเหมือนกลัวผมตกใจ ผมฟังแล้วนั่งนิ่งเฉย ก้มหน้ามองแข้งที่ขัดนั่ง

           “ไปเรียนเถอะ เรียนสูงแค่ไหน แม้ไม่มีเงินแม่ก็จะขายนาให้เรียน ไม่ต้องกลัว” แม่ปลอบประโลมขึ้นอีกเสียงหนึ่ง

            “ไปไหม ถ้าไม่ไปก็ต้องออกมาช่วยทำงานที่บ้านเหมือพี่เจน เก็บไข่หมู” พ่อกล่าวสำทับจริงจัง ฟังแล้วผมนึกถึงภาพต้องล้างขี้หมูจากเล้า พยาธิไต่ยั้วเยี้ย อื๋ยย

            “ไปครับ ไปอยู่บ้านลุง ผมต้องทำอะไรบ้างละครับ” ตอบแล้วก็โล่งใจ

            “ช่วยทำงานบ้านตามแต่พี่ชายและพี่สะใภ้จะไหว้วาน พ่อจะส่งข้าวสารไปให้กิน สตางค์จะฝากลุงไว้ให้ใช้จ่าย” พ่อพูดเหมือนไม่มีอะไรน่าห่วงใย แม่สนับสนุนเสียงดัง

            “ไปเรียนต่อ วันหน้าจะได้เป็นเจ้าคนนายคนไม่ต้องมาแบกข้าว ไม่ต้องไปตวงข้าว สำเร็จจะได้นั่งโต๊ะทำงานโก้ๆ เหมือนพวกพี่ๆที่เขาไปเรียนกัน”

              “พรุ่งนี้เดินทางไปกับพ่อ เตรียมเก็บเสื้อผ้าใส่ลังไปนะ” พ่อสั่งจบก็หันไปพ่นควันบุหรี่ตราพระจันทร์เหมือนเคย แม่เดินไปเก็บของในครัวแล้วงับประตู ผมนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ยังงงงง

  

โรงสี สะพานไม้ทอดเลียบคลองลัด

            ผมนอนไม่หลับกระสับกระส่าย พลิกไปพลิกมาอยู่จนเสียงระฆังลั่นเมื่อยามสองมาเยือน เผลอหลับไปเมื่อเวลาไหนไม่รู้ แต่เช้าตรู่ตื่นด้วยความพะวง ไม่ต้องมีใครปลุก พ่อนุ่งกางเกงขายาวตัวเก่งสีกรมท่า เสื้อแขนสั้นสีขาว สวมรองเท้าหนังคู่เดียวที่มีอยู่ มีผ้าขาวม้าคาดพุง สวมหมวกกระเพาะหมูสีเทาใบเดิม พร้อมออกเดินทาง แม่เตรียมสำรับกับข้าวรอไว้ ผมยกลังเสื้อผ้ามาวางข้างๆหน้าต่าง แล้วเดินไปเข้าวงสำรับเพื่อกินข้าวเช้าก่อนออกเดินทาง ผมหวนนึกถึงเสริมเพื่อนเล่น แต่ก็ได้แต่นึกถึง ต้องเดินทางไปกับพ่อ

             พ่อจูงจักรยานคันเดียวออกมาตั้งท่าหน้าบ้าน มัดกล่องเสื้อผ้าบนตะแกรงด้านหลัง ผมต้องนั่งไปที่กรงรถถีบด้านหน้า โชคดีที่ตัวผมเล็กและผอมกะหร่อง จึงไม่ยาก พ่อถีบจักรยานไปตามทางริมคลองอีดูดเลาะเลียบไปช้าๆ ทั้งพ่อและผมแทบไม่ได้พูดกันเลยตลอดทางกว่า 6 กิโลเมตร เหงื่อโทรมไปทั้งร่างกายพ่อ แต่ผมนั่งสบายๆไม่ใส่ใจอะไร มองซ้ายมองขวาไปตามทางที่รถถีบแล่นผ่าน

             เสริมจะรู้ไหมว่าจะไม่ได้เจอผมอีกแล้ว ไม่มีเวลาแม้แต่จะเดินไปบอกกล่าว เสริมไม่ได้ไปเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่ง เพื่อนๆที่จบชั้นประถมศึกษาปีที่4จากโรงเรียนวัดห้วยคัน มีเพียงไม่กี่คนที่ได้ไปเรียนต่อ ด้วยว่าแต่ละครอบครัวคิดต่าง และมีฐานะที่แตกต่าง ในกลุ่มญาติพี่น้องผองลูกเจ๊กโรงสีก็มีผม อ๊อด แหง่  แค่นั้นที่ได้ไปเรียนต่อ ส่วนญาติๆผู้หญิงแม้เรียนเก่งก็ไม่ได้ไป อิม ท้อ ทำงานบ้านเหมือนเดิม

            เพื่อนเก่าจากโรงเรียนวัดห้วยคันช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน บางคนไปทำนา บางคนไปเลี้ยงหมู บางคนไปขายกาแฟ ผมไปเรียนหนังสือที่อำเภอ โก้ไม่เบา ทุยยังเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ยังเป็นลูกชายคนสุดท้องที่ทำอะไรได้ตามใจชอบ พี่จันกับผมและญาติๆที่ไปเรียนหนังสือกลายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับชุมชน ปิดเทอมแรกถึงได้กลับบ้านเกิด ต้องเผชิญภัยในหน้าฝน ด้วยการเดินทางกลับมาตามคันคลองอีดูด กว่าจะถึงบ้านก็เปียกปอน รองเท้าเปื้อนโคลนจนหมดงาม เปียกไปทั้งตัวจากหัวจดเท้า

             “โอโฮ นักเรียนอำเภอเปียกเป็นลูกหมาตกน้ำ” แม่ทักแล้วหัวเราะขำเห็นฟันดำปี๋ พี่เจนยิ้มรีบดึงผมไปในบ้านจับให้เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่

               ทุยกลับมาเจอเมื่อถึงเวลากินข้าวเย็น แววตาดีใจแต่ไม่คุยอะไรกันมาก ตั้งหน้าตั้งตากินข้าวกับผัดฉู่ฉี่ปลาหมอกลมที่แม่ทำไว้ให้กิน เป็นมื้อแรกที่อร่อยที่สุดในรอบหลายเดือน

              “ไปอยู่บ้านลุง กินกับข้าวอร่อยไหม” พี่เจนถามเบาๆ ผมสั่นหน้า

              “กินแต่ผัดผักกับต้มจืดเต้าหู้หมูสับใส่ใบตั้งโอ๋ จืดๆแทบทุกวันพี่” ผมตอบ แม่มองหน้ายิ้มๆ พ่อไม่สนใจความเปลี่ยนแปลง คงนั่งกินข้าวเหมือนไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นเลย

               “ถูกปากละซิ ฉู่ฉี่ของแม่” แม่ยิ้มกริ่มเหมือนภูมิใจในฝีมือ เย็นนั้นผมกินข้าวไปถึงสองจาน อิ่มจนท้องคลาก

               คืนนั้น ไม่มีแสงจันทร์สาดส่อง ท้องฟ้ามืดครึ้มไปด้วยเมฆฝน เสียงเม็ดฝนกระแทกใส่หลังคาสังกะสีดังกราวกราว ขับกล่อมให้หลับสบายเหมือนแต่ก่อน ผมหลับใหลไปกับความฉ่ำเย็น ตื่นเช้าจึงเห็นทุยนอนอยู่ใกล้ๆ

               คลองลัดหน้าบ้านมีน้ำขุ่นนองท้องน้ำ แต่ยังมีไม่มากนัก น้ำเหนือยังไม่หลาก ปลาก็ยังไม่มี เสริมเดินผ่านมาบนสะพานไม้เลียบคลอง ผมรีบกระโดดไปดักหน้าด้วยความดีใจ เสริมตาลุกโพลง

              “เฮ้ย กลับมาเมื่อไร นักเรียนมัธยม” เสียงใสๆแหลมลึกก้องกังวานดีใจ

              “วานนี้เอง ค่ำเลยกว่าจะเดินมาถึง ไปไหนวะเสริม” ผมทักทายเพื่อนเล่นแต่เด็ก

              “ไปวัด ซื้อกาแฟให้พ่อ ไปด้วยกันซิ”


               แล้วผมกับเสริมก็เดินคู่คุยกันไปบนสะพานไม้มุ่งสู่หน้าวัดห้วยคัน ร้านกาแฟตาใหญ่ยังเหมือนเดิม ขากาแฟยามเช้านั่งล้อมโต๊ะกลมเหมือนอัศวิน แก้วกาแฟของแต่ละคนพร่องไปเกลี้ยง เหลือแต่น้ำชาจางๆที่เติมเพิ่มปริมาณ

              ผมเดินไปสวัสดีขากาแฟผู้อาวุโสทีละคน ทุกคนหันมาทักทายเหมือนลูกหลาน เสียงล้อๆ

             “อ้าว ดำ นักเรียนมอ.อนาคตไกล” เฮียซ้งทรงมะรืนเอ่ยยิ้มๆ เฮียอุ๊ยลุกขึ้นเดินมาตบหัวด้วยความเอ็นดู พี่ลอช่างตัดผมหัวเราะ มองผมสั้นๆที่หัวผมแล้วถามขึ้น

             “ไม่ได้ตังส์ค่าตัดผมไอ้ดำแล้ว มันเป็นนักเรียนมอ(มัธยม)อำเภอซะแล้ว”

              แต่ละคนที่นั่งดื่มกาแฟยามเช้า รู้จักผมดีทุกคน ผมเป็นเพื่อนกับเฮี้ยงลูกชายเฮียซ้ง มีศักดิ์เป็นน้องชายพี่ผิวเมียพี่ลอ และก็เป็นลุกผู้น้องเฮียอุ๊ย ที่ร้านกาแฟตาใหญ่ใต้ต้นจามจุรีไม่เปลี่ยนไป บรรยากาศและขากาแฟยังเหนียวแน่นเหมือนเดิม สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ เยาว์ลูกสาวตาใหญ่รุ่นพี่ผมอ้วนขึ้นจนหน้ากลม

              เสริมหิ้วกระป๋องนมใส่กาแฟร้อน ผมเดินไปไหว้ตาใหญ่ยายค้าง แล้วเดินตามเสริมกลับทางเก่า

              “เดี๋ยวไปชักกบไหม ฝนพรำน้ำนองกบร้องเพรียกทั้งคืน” เสริมชวน มองสบตาแล้วก็ยิ้มเมื่อผมพยักหน้า

              ผมเดินผ่านบ้านไปกับเสริม เลี้ยวไปทางเข้าบ้านห้วยคันเหนือ

            “ชักกบ” มหกรรมที่ทำกันมาแต่เด็กๆ นึกแล้วน้ำลายสอเมื่อวาดภาพกบย่างจนหอมแล้วพล่าด้วยเครื่องเคราน้ำพริกเผา พริกขี้หนูซอยเผ็ดจนน้ำตาเล็ด หอมกลิ่นใบมะกรูดซอย แกล้มด้วยใบสระแหน่กินกับข้าวสวยร้อนๆ นักเรียนมอเดินตามเหมือนปกติ เรื่องการเดินหารูกบต้องยกนิ้วให้เสริม คันชักกบเก่าคร่ำแต่คมเคียวเกี่ยวกบมันปลาบพาดบนไหล่กระดอนไหวไหว


กบพล่าน้ำพริกเผารสชาติบ้านห้วยคัน

             ค่ำแล้ว นักเรียนมอเดินกลับบ้าน อิ่มแปล้ ถึงหน้าบ้านแม่โผล่หน้ามาเรียก  

             “ดำ เร็วเข้า ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ จำไม่ได้หรือคืนนี้ไหว้พระจันทร์”

             ทุยแต่งตัวหล่อตามสไตล์ เจ้าอ้วนช่างแต่งชอบโก้สวมเสื้อตัวใหม่สีเขียวปี๋ นุ่งกางเกงลายสก็อตคาดเข็มขัดหัวมันปลาบ ประแป้งหอมกรุ่น หวีผมเรียบหน้าฉ่ำ อย่างกับจะไปเล่นลิเก พี่จันยกเครื่องไหว้พระจันทร์มาตั้งให้ แล้วก็หลบไปนอนตามเคย พี่เจนหิ้วเครื่องไหว้ต่อ พ่อหลบไปนั่งดูดบุหรี่ที่เดิม ไม่สนใจวัฒนธรรมประเพณีใดๆของบรรพบุรุษ แม่นุ่งผ้าถุงสำเร็จสีเขียวหัวเป็ด สวมเสื้อแขนสามส่วนสีไพลตัวเก่งประแป้งด้วยดินสอพอง ทุกคนพร้อม ผมได้แต่เดินตามขบวนไปหน้าโรงสี ลานกว้างที่ตั้งเครื่องเซ่นไหว้พระจันทร์เหมือนทุกปีมีญาติพี่น้องจับจองตั้งเครื่องเซ่นไว้เต็มลาน เด็กๆรุ่นราวคราวเดียวกันส่งเสียงเพรียก แต่ละคนแต่งตัวสวยเหมือนมีงานยามราตรี

             ชีวิตลูกเจ๊กโรงสีไม่เปลี่ยนไป ยึดถือขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมประเพณีเหนียวแน่นอย่างไรก็ยังเหมือนเดิม ความเปลี่ยนแปลงคือวัยที่กำลังเติบใหญ่

              อีกไม่นาน ความสุขยามเด็กวันนี้จะเป็นอดีตที่ฝังใจจำ ไม่มีวันลืมเลือน  

                 

                  

  

Tags : ดอกไม้เทศและดอกไม้ไทย ต้น 46.ลิลี่

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก เดือนละ 30,000 บาท ปีละ 300,000 บาท

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 10,000 บาท ปีละ 100,000 บาท

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 1,000 บาท ปีละ 10,000 บาท

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี ครั้งละ 3,000 บาท

E-mail:thongchai_paoin@hotmail.com

E-mail:thongchai.paoin@gmail.com

Mobile:081-9416364 

facebook/ธงชัย เปาอินทร์

 
view