http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 16/11/2017
สถิติผู้เข้าชม6,947,769
Page Views8,636,610
« November 2017»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  
สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(save the forest green)
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
เรื่องสั้น/เรื่องยาว - สกู๊ปพิเศษ -บทบรรณาธิการ
นานาอาชีพ-เบ็ดเตล็ดเกร็ด..น่ารู้
พท.โฆษณา
http://www.thongthailand.com/articles/42028136/แก่นจันทน์พรรณไม้-บทพิสูจน์อดีตนักวิชาการป่าไม้-เพาะกล้าไม้
ซือวานโฮมสเตย์ที่พักคีรีโฮมสเตย์
กาแฟชะมด
กิตตินันท์รีสอร์ท อ.นาน้อย จ.น่าน

 

บ้านทุ่งแสนสุข ตอน 37.วันที่แม่เจ็บปวด

บ้านทุ่งแสนสุข  ตอน 37.วันที่แม่เจ็บปวด

บ้านทุ่งแสนสุข

ตอน 37.วันที่แม่เจ็บปวด

โดย มณีดิน

             วันที่แม่เจ็บปวดที่สุดในชีวิตคือวันที่ลูกเกิด เป็นความเจ็บปวดที่ยากจะพรรณนา และนี่คือเรื่องที่อยากเล่าให้ลูกๆที่กำเนิดเกิดมาจากท้องแม่ด้วยวิถีธรรมชาติได้รู้กันบ้างว่า วันนั้นแม่เจ็บปวดจวนเจียนจะขาดใจนั้นเป็นเช่นไร  ความรู้สึกทุกข์ระคนสุขนั้นเป็นอย่างไร พ่อที่เดินไปเดินมาเหมือนเสือติดจั่นจริงไหม  เมื่อถึงวันเกิดของแต่ละคน จะได้รู้ว่าคนแรกที่ต้องระลึกถึงคือแม่แท้เทียว


             แม่อุ้มท้องสาวด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม ปลื้มและสุขเหลือเมื่อคิดว่าอีก8-9 เดือน ลูกน้อยจะคลอดออกมาให้ได้ชมโฉม จะเป็นหญิงหรือจะเป็นชายก็จะรักและทะนุถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงจนลูกเติบใหญ่ ไม่มีอนาทรร้อนใจเมื่อจะลุกจะนั่งแต่ละที กลัวแค่ว่าจะล้มลูกในท้องจะกระเทือน ร้อยทั้งร้อยเมื่อลูกดิ้นและถีบเอาๆกลับหัวเราะชอบใจ

             “โอ๊ะๆ ลูกแม่เก่ง ถีบเข้าลูก ออกกำลังขาให้เยอะๆนะ”

              แล้วก็เอามืออบอุ่นลูบโลมไปทั่วอุทร แววตาหยาดเยิ้ม ปลาบปลื้มนักหนา บางทีก็หัวเราะถ้าลูกรัวเท้าเข้าใส่ติดๆกัน  

              “โตขึ้นเป็นนักมวยตีนหนักแน่ๆ”

             เดือนที่หกแม่ระวังมากเป็นพิเศษ จะลุกจะนั่งยักแย่ยักยัน กลัวจะล้ม ลูกจะกระเทือน ท้องเริ่มโย้ไปข้างหน้าอย่างสง่าผ่าเผย ผ้านุ่งของแม่ห่มท้องเอาไว้แนบแน่น แต่โป่งพองเหมือนเอาไม้ค้ำยันไว้ข้างใน แม่เดินตัวแข็ง หลังเอนไปข้างหลังเพื่อขืนน้ำหนักท้องที่เริ่มถ่วงมากขึ้นๆ ผิวพรรณแม่เปล่งปลั่งเป็นยองใย น้ำหนักเพิ่มขึ้นจนอ้วนท้วน


ท่านมงคล เปาอินทร์ ถวายสังฆทานวันเกิด 18 ตค 2471 ปีนี้ 2558 ปีที่ 87 

           พ่อปลาบปลื้ม คุยโอ่อวดไปทั่วท้องทุ่ง บ้านเหนือบ้านใต้ บ้านไหนก็รู้ว่า บ้านนี้กำลังจะกำเนิดบุตรคนใหม่อีกแล้ว แต่จะเป็นหญิงหรือเป็นชาย เดากันไปต่างๆนาๆ บ้างก็ว่าน่าจะผู้หญิงนะ แม่หน้านวลผ่องขนาดนั้น บ้างก็ว่าดูที่ท้องซี โย้แต่โย้จนท้องแทบชนหน้าอกแม่ทำนายทายกันว่าเป็นผู้ชายแน่ๆ บ้างก็ว่า บ้านนี้แม่นี้คลอดผู้ชายออกมาแล้วนะ น่าจะได้ผู้หญิงสักคน

             เช้าวันนั้น แม่ท้องแก่ถึงเดือนที่เก้า ท้องโย้ตั้งโด่ ผ้านุ่งของแม่รั้งขึ้นจนเชิงลอย บางช่วงแม่นั่งหอบเหมือนเหนื่อย บางทีแม่นอนลงแล้วทำท่าว่าปวดท้องจะคลอดเสียให้ได้ แต่ก็ไม่เกิดขึ้น บ่ายแก่จนตะวันคล้อยต่ำ อากาศเย็นลงตามเวลาที่ดวงตะวันเคลื่อนคล้อย เดือน 10 น้ำปริ่มขอบคลองหน้าวัด การสัญจรขึ้นล่องผ่านลำคลองห้วยคันเป็นเรือพาย

             ฉับพลัน แม่เดินเข้าห้องนอน บอกพ่อว่า

             “ตามน้าอิ้งให้ทีๆ ไม่ไหวแล้ว”


วันเกิด 18 ตค 2471  วันครบรอบ 87 ปี มงคล เปาอินทร์ 

             แม่ล้มตัวลงนอนบนเสื่อกกสีแดง หมอนเหลี่ยมหนุนหัว 

              พี่เจนตั้งกาน้ำร้อนไว้ในครัว  กาละมังน้ำเต็มตั้งข้างๆ ผ้าขาวบางผืนสะอาดบิดม้วนอยู่ใกล้ๆ

              พ่อผูกเชือกมะนิลาห้อยลงมาจากขื่อกลางบ้าน ปลายเชือกอยู่เบื้องหน้าแม่ที่นอนรอ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความปวดมวนในท้อง  เหงื่อผุดเต็มใบหน้า น้าอิ้งจ้ำเรือมาจากบ้านห้วยคันเหนือ มัดโซ่กับบันไดแล้วก้าวพรวดๆ ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เดินดิ่งเข้าห้องแม่ แล้วเข้าไปนวดท้องที่โป่งพอง เป็นขั้นตอนหนึ่งในวิชาชีพแม่หมอตำแยบ้านทุ่ง

             เสียงร้องบอกอาการเจ็บปวดแทบขาดใจ เสียงหายใจเข้าออกดังเหมือนเหนื่อยหอบ เหงื่อท่วมใบหน้าและไหลลามลงไปตามซอกคอ เสื้อคอกระเช้าที่แม่สวมเปียกชื้น เสียงแม่อิ้งร้องเร่งเชิงปลอบให้แม่เบ่งดังขึ้นๆ

               “อ้าว อ้าว เบ่งแม่เบ่ง เบ่งให้เต็มที่ เบ่งให้เต็มกำลัง เบ่งให้ลูกชายเจ้าไหลออกมาเลย”

                เสียงร้องของแม่อิ้งดังขึ้นๆ เสียงญาติหญิงชายที่ห้อมล้อมช่วยกันร้องให้แม่เบ่งๆๆ

               “เบ่งอีกแม่เอ๊ย เบ่งอีกแม่คนเก่ง เบ่งๆๆๆๆ” จวนแล้ว หัวโผล่แล้ว เร็วๆๆๆ เบ่งอีกเดี๋ยวเดียว อ้าวเบ่งจาเบ่ง”


ลูกหลานร่วมงานมากมีวันเกิดท่านมงคล เปาอินทร์

                เสียงร้องแว้แรกดังแหลมเล็กแต่ก้องเข้าไปในโสตปราสาท เป็นเสียงร้องแห่งความปรีดา เป็นเสียงร้องแห่งความเมตตากรุณาที่ฟ้าประทาน

                 “ลูกชาย ลูกผู้ชาย หน้าตาน่าเกลียดน่าชังจังเลย พ่อเอ๊ย แม่เอ๊ย”     

                 เสียงดังของน้าอิ้งบอกบทความตามโบราณว่าไว้ เด็กแรกเกิดนั้นต้องบอกว่า

                 “น่าเกลียดน่าชัง ผีสางนางไม้จะได้ไม่อยากได้ไม่อยากเอาไป ปกป้องทำนองนี้เพื่อให้รอดจากปีศาจนางไม้ในโลกแห่งความอัศจรรย์ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่”      


ถวายสังฆทานเพื่ออุทิศบุญกุศลแด่พ่อแม่

                  น้าอิ้งชุบผ้าขาวบางใยน้ำอุ่นเช็ดคราบเลือดที่เปียกเปื้อน จากใบหน้า รอบดวงตา แล้วก็ลำคอแล้วแหงนคอเด็กน้อยห้อยลงในกาละมังน้ำเต็มๆ เติมให้อุ่นด้วยน้ำร้อนจากกาต้ม วักน้ำรดเส้นผมเช็ดล้างจนสะอาด ยกหัวขึ้นตั้งคาง่ามมือแล้วล้างด้วยน้ำอุ่นไปทั้งร่าง กว่าจะสะอาดหมดจด น้าอิ้งใช้เวลาไม่น้อย ช่างนุ่มนวลและรวดเร็ว

                    เสียงแม่ถามค่อยๆว่าผู้ชายใช่ไหม ได้ยินแล้วแม่ก็หลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน พ่อเดินเข้าไปชื่นชมลูกชายน้อยในกระด้งเด็กชายผิวคล้ำดำปี๋หลับตาพริ้ม แก้มเป่งตามวัยที่เพิ่งคลอด คิ้วคางหว่างตาดูไม่ออกว่าหน้าตาจะเหมือนใคร พ่อยิ้มแล้วเดินจากไป ไปไหนไม่มีใครรับรู้ เพราะความสนใจในบ้านหลังนี้ สนใจแต่เด็กชายตัวดำๆในกระด้งเท่านั้น


                  แทบไม่มีใครสนใจเลยว่าแม่จะหายเจ็บปวดหรือยัง แม่นอนหลับไปแล้วก็คิดว่าแม่คงหมดภาระหน้าที่กระนั้นหรือ แม่จะต้องกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงเจ้าเด็กน้อยคนนี้ไปอีกนานแค่ไหน ช่วงเวลาที่เพิ่งผ่านไปนั้น แม่เจ็บปวดเพียงไหน น้ำตาที่ไหลพรากเมื่อได้ยินเสียง “อุแว๊ๆ” อีกไม่น้อยกว่า 3 เดือนที่แม่จะปวดนมที่บวมเป่ง น้ำนมแม่คัดเต่งตึงเต็มเต้าแต่เจ้าเด็กน้อยตัวดำๆกลับไม่ยอมดูดกิน แม่ต้องบีบนวดน้ำนมให้ไหลลงแก้วแล้วเทลงขวด ป้อนให้ดื่มกินอีกทอดหนึ่ง

                   “เลี้ยงยาก แหกปากร้องทั้งคืน ไม่หลับไม่นอน แทบเอาขี้เถ้าโรงสียัดปากให้ตายไปเลย” แม่เล่าเมื่อโตจนรู้ความ บางทีก็แทบเอาไปโยนทิ้งหลังวัด ปล่อยให้แล้งลงกินซะเลย         


                    “กว่าจะคลอดออกมาได้ก็เจ็บปวดที่สุดที่เคยเบ่งลูกออกมา ยังร้องทั้งวันทั้งคืน แทบไม่ได้หลับได้นอน แม่จึงต้องเอาใส่กระด้งแล้วให้พ่อมึงแบกไปยกให้หลวงพ่อแก่นวัดกำแพงมณี ”

                     “ถ้ามันเป็นลูกหลวงพ่อหลวงพ่อก็เอามันไปเถอะ เลี้ยงให้มันง่ายๆ โตไวๆ ร้องไห้โยเยทั้งคืน ทิ้งไว้นี่เลยนะ”

                     แม่เล่าว่า “แค่นั้น ไอ้ดำจรกาก็หยุดร้องไห้โยเย เลี้ยงง่าย โตเร็ว ให้กินกล้วยกินข้าวกินหมด ไม่ร้องไห้กวนใจในยามค่ำคืน ไม่ร้องไห้ในเวลากลางวัน วางไว้ตรงไหนก็นอนตาใสอยู่ตรงนั้น เหมือนเด็กปั้น”

                    “มึงมันลูกหลวงพ่อแก่นวัดกำแพงมณีแท้ๆ”


ผู้เคารพนับถือมาร่วมงาน

                    วันเกิดคือวันที่แม่เจ็บปวดที่สุดในชีวิต วัดเกิดหรือวันคล้ายวันเกิดจึงควรพาแม่ไปกินข้าว ซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆให้แม่สวมใส่ วันเกิดคือวันที่ควรหยุดกินเหล้าเมายาแต่ไปกราบแม่ให้รู้ว่า ลูกนี้รักและเคารพแม่ยิ่งกว่าสิ่งใดๆ เว้นแต่แม่ตายไปแล้วก็ควรไปทำบุญวันเกิดเพื่ออุทิศบุญกุศลถึงแม่ รำลึกถึงพระคุณบิดามารดรเช่นที่ทำกันวันนี้ 

Tags : บ้านทุ่งแสนสุขตอน 35

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก เดือนละ 30,000 บาท ปีละ 300,000 บาท

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 10,000 บาท ปีละ 100,000 บาท

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 1,000 บาท ปีละ 10,000 บาท

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี ครั้งละ 3,000 บาท

E-mail:thongchai_paoin@hotmail.com

E-mail:thongchai.paoin@gmail.com

Mobile:081-9416364 

facebook/ธงชัย เปาอินทร์

 
view