http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  บทความ รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 14/10/2017
สถิติผู้เข้าชม6,897,337
Page Views8,583,150
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    
สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(save the forest green)
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
เรื่องสั้น/เรื่องยาว - สกู๊ปพิเศษ -บทบรรณาธิการ
นานาอาชีพ-เบ็ดเตล็ดเกร็ด..น่ารู้
ซือวานโฮมสเตย์ที่พักคีรีโฮมสเตย์
กาแฟชะมด
กิตตินันท์รีสอร์ท อ.นาน้อย จ.น่าน

ร้านรักษ์ผ้าไทยบายรัชนี
 

บุญบั้งไฟ :ความยิ่งใหญ่ อมตะ ของพญานาค ในอีสาน โดย “พอแพง”

บุญบั้งไฟ :ความยิ่งใหญ่ อมตะ ของพญานาค ในอีสาน  โดย  “พอแพง”

บุญบั้งไฟ :ความยิ่งใหญ่ อมตะ ของพญานาค ในอีสาน

โดย  พอแพง

 

             ๑๓ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๙ เป็นงานประเพณีบุญบั้งไฟของจังหวัดยโสธร ซึ่งถือว่า เป็นงานประเพณีประจำปีของจังหวัด  ดัง คำขวัญที่ว่า  “เมืองบั้งไฟโก้  แตงโมหวาน หมอนขวานผ้าขิด  แหล่งผลิตข้าวหอมมะลิ”


            บุญบั้งไฟ เป็นพิธีกรรมดั้งเดิมมาแต่โบราณของชาวอีสานตามฮีต(จารีต) ๑๒ คือประเพณี ๑๒ เดือน บุญบั้งไฟถือเป็นประเพณีประจำเดือน ๖ ต้นฤดูฝนที่ต้องเตรียมลงทำไร่ทำนา   เป็นประเพณีปฏิบัติยึดถือกันมาตั้งแต่โบราณในราชอาณาจักรล้านช้าง   มีพิธีกรรมสืบเนื่องจากความเชื่อเรื่องพญาแถน(เทพ)ผู้เป็นใหญ่บนฟ้า  และพญานาคผู้เป็นใหญ่ในพิภพบาดาล  เพื่อขอให้พญาแถนจัดการให้ หรือรับสั่งให้พญานาคออกเล่นน้ำบันดาลฝนให้ลงมาตกในโลกมนุษย์ 


            ตำนานบุญบั้งไฟ หรือ นิทานเรื่อง พญาคันคาก(คางคก) เล่าว่า  ครั้งหนึ่งในดินแดนแห่งสัตว์โลกเกิดความแห้งแล้ง เพราะฝนไม่ตกมาหลายปี  สัตว์โลกทั้งหลายเกิดความเดือดร้อนล้มตาย  มนุษย์ไม่มีน้ำจะทำนา  ปู ปลา กบ เขียดไม่มีที่จะออกไข่สืบเผ่าพันธุ์  แม้จะทำพิธีบูชาอ้อนวอนพญาแถนให้บันดาลฝนลงมาให้แต่ไม่เป็นผล  ครั้งนั้นมีพระโพธิสัตว์ลงมาเกิดเป็นพญาคันคาก ได้อาสายกพลขึ้นไปรบกับพญาแถน โดยมีสัตว์เล็กสัตว์น้อยทั้งหลายที่มีพิษ เช่น งู มด ต่อ แตน และอื่น ๆ อีกมากมาย อาสาไปเป็นพลรบ ไปสร้างความรำคาญให้พญาแถนทั้งแสบทั้งคันจนต้องยอมแพ้ 

            “พวกเจ้าต้องการอะไร”


            พญาแถนตรัสถามเสียงดัง  พญาคันคากจึงกราบทูลเรื่องความเดือดร้อนในโลกที่ไม่มีฝนตกมานาน   เพราะนาคไม่เล่นน้ำ  จึงต้องการให้ท่านพญาแถนสั่งให้นาคไปเล่นน้ำโดยด่วน   และตลอดไปทุกปีในฤดูทำนา 

            “ตกลง ตกลง ข้ายอมแพ้พวกเจ้า แล้วจะสั่งให้นาคเล่นน้ำ  แต่ว่าต่อไปข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าพวกเจ้าจะทำนาเมื่อไหร่ ” พญาแถนตรัสถาม

พญาคันคากจึงกราบทูลเป็นเงื่อนไขว่า  “เหล่ามนุษย์ทั้งหลายจะทำบั้งไฟแล้วจุดขึ้นมาบอกเตือนท่านในช่วงก่อนฤดูทำนาของทุกปีก็แล้วกัน”

        นั่นจึงเป็นจุดประสงค์ดั้งเดิมของพิธีกรรมในประเพณีบุญเดือน ๖ หรือบุญบั้งไฟของลาวและอีสาน  เป็นการจุดบั้งไฟขึ้นไปถวายพญาแถนเพื่อขอฝนนั่นเอง เป็นประเพณีที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตแบบชนบทที่เป็นชาวไร่ชาวนาอาศัยน้ำตามธรรมชาติ ตามฤดูกาล


            บั้งไฟ  เดิมทำจากลำไม้ไผ่ หรือ กระบอกไม้ไผ่(บั้ง-ในภาษาอีสาน)ทะลุปล้องออกแล้วบรรจุ ดินหมื่อ(ดินปืนสูตรทำเอง)อัดให้แน่นใส่ชนวนสำหรับจุดไว้ด้านหนึ่ง  มีหลายขนาด หลายประเภท  ใช้จุดในพิธีกรรม และโอกาสต่าง  ๆ เช่นพิธีเผาศพเพื่อนำวิญญาณขึ้นสวรรค์

        ตัวบั้งไฟจะมีอยู่ ๓ ส่วน คือ ส่วนลำตัวที่เป็นบั้งไม้ไผ่บรรจุดินหมื่อสำหรับจุดระเบิด ส่วนหัว  และส่วนหาง เป็นส่วนที่ต่อออกไปทั้งสองด้านของบั้งไฟเพื่อความสมดุลและบังคับทิศทางขณะบั้งไฟถูกจุดให้ทะยานขึ้นสูง


            บุญบั้งไฟเป็นประเพณีประเพณีประจำปีของทุกหมู่บ้าน  หรือรวมกลุ่มหลายหมู่บ้านหมุนเวียนกันจัดเป็นกลุ่ม  กลุ่มละสองสามหมู่บ้าน 

            บุญบั้งไฟเป็นบุญใหญ่รวมพี่รวมน้องมีกระบวนการจัดที่ซับซ้อน ใช้เวลาหลายวันสำหรับเตรียมงาน เฉพาะการจัดทำบั้งไฟจะต้องใช้ช่างผู้ชำนาญและมีประสบการณ์ตั้งแต่การจัดหาลำไม้ไผ่ที่เหมาะสม  การจัดทำดินหมื่อ  การบรรจุแล้วตำหรืออัดให้แน่น  สุดท้ายการการประดับตกแต่ง หรือ เอ้บั้งไฟ  ก็ต้องใช้ช่างศิลป์เข้ามาช่วย ต้องใช้เวลาหลายวัน หลายสัปดาห์ หรืออาจเป็นเดือนในการจัดการ

            ถึงช่วงงานบุญก็จะแบ่งเป็น ช่วงตุ้มโฮม  คือ การนำบั้งไฟจากแต่ละหมู่บ้าน  หรือแต่ละคุ้มบ้าน คุ้มวัดนำมารวมกัน  ก่อนถึงวันพิธีการจุดบั้งไฟจริง  ช่วงเคลื่อนย้ายบั้งไฟมารวมกันนี้จะมีขบวนแห่ฟ้อน  เซิ้ง สนุกสนาน  การเล่นพิลึกกึกกือ  ถือเป็นหัวใจของบุญบั้งไฟ ก่อนถึงช่วงจุดจริง  และยังมีช่วงเก็บตกเรียกว่า ตามฮอยไฟ ให้สนุกสนานกันไปอีกหลายวัน

             

            ผ่านมาถึงยุคที่ประเพณีและวัฒนธรรมถูกประดิษฐ์ขึ้นใหม่เพื่อการท่องเที่ยวและงบประมาณ หลายประเพณีถูกผูกขาดว่าเป็นเฉพาะของจังหวัด  เพื่อจัดการให้ยิ่งใหญ่อวดนักท่องเที่ยว  และชื่อเสียงให้ขจรกระจาย    กิจกรรมหลายอย่างถูกเพิ่มเข้ามาตามยุคสมัย  และโดยมากเน้นการแสดง หรือ โชว์มากกว่าพิธีกรรมดั้งเดิม  บั้งไฟที่ใช้ในขบวนแห่ กับบั้งไฟที่จุดจริงจึงไม่ใช่บั้งเดียวกัน

            บั้งไฟในขบวนแห่คือความอลังการตะลึงตะลานในสายตามอง ด้วยการประดับตกแต่ง(เอ้บั้งไฟ)ประกวดประชัน จนมองไม่ออกว่าตัวบั้งไฟจริงนั้นเป็นเช่นไร

            บุญบั้งไฟ ยโสธร ๒๕๕๙ 

             กว่าสิบปีแล้วที่ผู้เขียนเคยไปชมครั้งสุดท้าย  ตั้งแต่ลูกยังเล็กจนตอนนี้หลาน(ลูกของเขา)โตแล้ว เลยชวนกันเที่ยวทั้งสามเจเนอเรชั่น


            เฉพาะขบวนแห่ที่ได้ประจักษ์ในวันนั้นก็สรุปได้ว่าบุญบั้งไฟยโสธรเปลี่ยนแปลงไปมากมาย  ตัวละครประกอบและสัญลักษณ์ที่ผุดพรายขึ้นมามากมายจนแม้แต่ผู้เคยเข้าใจตำนาน ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการก่อเกิดพิธีกรรมในบุญบั้งไฟเดิม ๆ ยังไม่เข้าใจ  เพราะในแต่ละขบวนก็ไม่ได้มีเอกสาร  การประชาสัมพันธ์ ประกอบเพื่ออธิบาย   ทำให้ตอบคำถามหลานน้อยไม่ได้   แม้หลายขบวนแสดงวิถีชีวิตดั้งเดิมของอีสานนั้นพอเข้าใจได้ และเป็นขบวนที่น่าสนใจมากกว่าเสียอีก


            แต่อย่างไรก็ตาม  สิ่งหนึ่งที่ยังยิ่งใหญ่  เป็นอมตะในขบวนแห่งบั้งไฟ คือ พญานาค  ซึ่งเป็นความเชื่อร่วมอุษาคเนย์  และยังรุ่งเรืองในคติความเชื่อของชาวอีสานและลาวสองฝั่งแม่น้ำโขงและสาขา  แม้ไม่นับเหตุการณ์บั้งไฟพญานาคแล้ว  นาคยังมีอยู่ในจิต ยังสิงสถิตในแผ่นดิน  ดังที่เห็นปรากฏในงานศิลปะแทบทุกแขนง  ทั้งจิตรกรรม  ประติมากรรม  หรือสถาปัตยกรรมในพุทธศาสนา


            เศียรพญานาคที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในบั้งไฟนั้นดูช่างสง่างาม  วิจิตร และอลังการ ด้วยจิตศรัทธาที่ไม่เสื่อมคลายของผู้บรรจงสร้าง

.....

ขอบคุณ ดร.นวลน้อย  วิจิตรกุล  และคุณนิภัทรเดช  ไชยช่วย อดีตผอ.โรงเรียน และเป็นประธาน อกคศ. สพม.๒๘ ศรีสะเกษ  ยโสธร  เอื้อเฟื้อข้อมูลและภาพถ่ายค่ะ

             

 

 

Tags : นกขมิ้นหัวดำ

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก เดือนละ 30,000 บาท ปีละ 300,000 บาท

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 10,000 บาท ปีละ 100,000 บาท

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 1,000 บาท ปีละ 10,000 บาท

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี ครั้งละ 3,000 บาท

E-mail:thongchai_paoin@hotmail.com

E-mail:thongchai.paoin@gmail.com

Mobile:081-9416364 

facebook/ธงชัย เปาอินทร์

 
view