http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 16/11/2017
สถิติผู้เข้าชม6,948,214
Page Views8,637,065
« November 2017»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  
สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(save the forest green)
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
เรื่องสั้น/เรื่องยาว - สกู๊ปพิเศษ -บทบรรณาธิการ
นานาอาชีพ-เบ็ดเตล็ดเกร็ด..น่ารู้
พท.โฆษณา
http://www.thongthailand.com/articles/42028136/แก่นจันทน์พรรณไม้-บทพิสูจน์อดีตนักวิชาการป่าไม้-เพาะกล้าไม้
ซือวานโฮมสเตย์ที่พักคีรีโฮมสเตย์
กาแฟชะมด
กิตตินันท์รีสอร์ท อ.นาน้อย จ.น่าน

 

นั่งรถไฟผจญภัยหัวใจเกินร้อย กรุงเทพ-ปราจีนบุรี 3-4 กันยายน 2559

นั่งรถไฟผจญภัยหัวใจเกินร้อย  กรุงเทพ-ปราจีนบุรี  3-4 กันยายน 2559

นั่งรถไฟผจญภัยหัวใจเกินร้อย

กรุงเทพ-ปราจีนบุรี

3-4 กันยายน 2559

โดย ธงชัย เปาอินทร์ เรื่อง-ภาพ

            เพื่อนสื่อมวลชนคนทำข่าวจากเวิร์ลเอ็กเพรส บก.เจษฎาภิวัฒน์ ศศิธร  โทรมาชวนให้ไปทริป 3-4 กันยายน 2559 กับการนั่งรถไฟผจญภัยหัวใจเกินร้อย กรุงเทพ-กบินทร์บุรี-ปราจีนบุรี ย้ำชัดว่าต้องไปลงทะเบียนที่หัวลำโพง 07.00 น. แล้วออกเดินทาง 08.00 น. คนแก่เยี่ยงผมตรงต่อเวลามาตลอดชีวิต ไปถึงก่อน 06.30 น. มีเวลาหาของกินยามเช้าหน้าหัวลำโพง


            ตรวจสอบรายชื่อแล้วก็รอขึ้นไปนั่งบนรถไฟ คุยกันไปคุยกันมาจึงได้ทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่า ทริปนี้เป็นความร่วมใจของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดนครนายก  การรถไฟแห่งประเทศไทย สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ  โดยให้ THAI aec เป็นเอเยนซี่ผู้รับจัดการทั้งขายทัวร์และเชิญสื่อมวลชน รวมได้ 32 ชีวิต

            รถเทียบชานชาลาสถานีหัวลำโพงตามกำหนดการ  ตรวจเช็คเบรก เครื่องปรับอากาศบนรถไฟตู้พิเศษ และขนสัมภาระต่างๆเข้าที่ ได้เวลาก็บึ่งออกไปทันทีไม่รีรอแล้ว ด้วยว่าเกินเวลาไปหน่อยๆ ไกด์ของไทยเออีซี เรียกตนเองว่า “นัต” บรรยายสรุปโปรแกรมและเล่าถึงวัตถุประสงค์ ของการท่องเที่ยวครั้งนี้


นกกระทุงลงตามบ่อปลาและบ่อกุ้ง 


            เสียงล้อเหล็กกระทบรางเหล็กดังกระฉึกกระฉัก แล้วก็เปิดหวูดปู๊นๆ เป็นระยะ แต่โชคดีว่าเป็นรถไฟขบวนพิเศษมีเครื่องปรับอากาศ สุขาหรรษาไปทุกอย่าง แจกข้าวกล่องให้กินเรียกน้ำย่อยคนละกล่อง น้ำคนละขวด ตามสูตรการท่องเที่ยวโดยบริษัททัวร์ ผมเป็นคนแก่ก็ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง สอดส่ายสายตาไปนอกหน้าต่างรถไฟ เก็บซับสิ่งที่ได้เห็นบนเส้นทางที่ไม่เคยนั่งผ่าน

            จึงได้รู้ว่า สองข้างทางรถไฟสายนี้มีบ่อน้ำเลี้ยงกุ้งเลี้ยงปลาและทำนาข้าวกันเยอะ ตื่นเต้นมากเมื่อเหลือบไปเห็นนกกาบบัวกำลังสุ่มหาหอยในท้องน้ำตื้นๆ แต่ถ่ายรูปไม่ทัน  แล้วก็ได้เห็นนกกระทุงสีขาวตัวเป้ง 2 ตัวบ้าง 6 ตัวบ้าง ว่ายน้ำหากินอยู่ในบ่อน้ำเหล่านั้น  ได้ภาพมาอวดด้วย  แม้จะถ่ายได้ในระยะไกลๆและรวดเร็วไม่ทันได้โฟกัสจนชัดเป๊ะ


            ที่ผมชอบมากก็เห็นจะเป็น ต้นเอื้องหมายนา ดอกสีขาว ขึ้นดกดื่นไปตามคันนาข้าวและเชิงพุ่มไม้ แต่กลับถ่ายรูปไม่ได้คมชัดพอ เป็นดอกไม้สมุนไพรอีกต้นหนึ่งที่ขึ้นในที่ชายน้ำ ใช้ตกแต่งสวนหย่อมและเชิงชายสวนหย่อมได้อย่างดี ไม่ต้องดูแลมาก เพราะขึ้นได้ง่าย เจริญเติบโตได้ดี และยังเป็นประโยชน์ในทางสมุนไพรอีกด้วย


            "นัต"แนะนำ วิทยากรจากรพ.อภัยภูเบศร์ คุณพิทักษ์  ตีเหล็ก  และคณะสาวๆแพทย์แผนไทย  ฟังเล่าเรื่องคุณประโยชน์ของสมุนไพรและอาหารที่ทรงคุณค่าแต่เป็นพืชผักพื้นๆแล้วนึกในใจว่าต้องกลับไปทำกินตามคำแนะนำละนะ นอกจากนั้นยังแนะนำด้วย ในบรรดานมเปรี้ยวที่วางจำหน่ายทั้งหลายนั้น ยาคูล ดีที่สุด มีจุลินทรีมากที่สุด ขอให้ดื่มวันละขวดเล็กๆทุกวันสุขภาพจะดีขึ้นหน้าตาจะผ่องใส แหม ได้ค่าโฆษณาด้วยคงแจ่ม

            อยากรู้อยากคุยกับคุณพิทักษ์ ตีเหล็ก ก็เปิดเฟสบุ๊ก พิทักษ์ ตีเหล็ก/อภัยภูเบศร


            รถไฟจอดสถานีสุดท้าย ปราจีนบุรี ลงไปก็ต้องถ่ายรูปหมูตามธรรมเนียมทัวร์ท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แล้วก็เดินไปขึ้นรถบัสติดแอร์คันใหญ่ เพื่อไปยังเมืองกบินทร์บุรีตามกำหนดการ  ได้กินอาหารกลางวันร้านคุณลำไย  แหม อาหารอร่อยไปทุกขนาน  กินจนอิ่มแปล้ฤดีแด ก็ขึ้นรถปรับอากาศคันเดิม มุ่งไปยัง หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่(หน่วยไสใหญ่)  เมื่อเวลา 14.00 น. แดดบ่ายกำลังแรง


            นักท่องเที่ยวที่ไปล่องแก่งหินเพลิง แก่งน้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลาแห่งนี้ ทุกคนต้องเดินย้อนขึ้นไปต้นน้ำ 2.5 กม. แต่โชคดีที่ทางเดินนั้นห่อหุ้มปกคลุมด้วยดงไผ่ตลอดทาง เหมือนเดินในอุโมงค์ เย็นสบายๆไม่ร้อนแดดอย่างที่เห็น ผ่านแต่ละแก่งก็มีนักท่องเที่ยวที่นิยมไปนั่งเล่น อาบน้ำ ตามริมฝั่งข้างๆแก่ง มีร่มเงาแมกไม้ให้ความอภิรมย์ไม่น้อย


ดุจนางสิงห์ออกศึกไหม 

            ผมกับเพื่อนสื่อไปตั้งหลักที่แก่งลูกเสือ รอถ่ายภาพการล่องแก่งของหนุ่มสาวและคราวป้าน้าอา ระหว่างยืนรอก็ถ่ายรูปผีเสื้อไปพลางๆ  ได้รูปมาสะสมไว้มากมายหลายรูปทีเดียว เสียงโห่ฮามาแต่ไกล แสดงว่าเรือยางกำลังล่องมาใกล้แล้ว ผมและพวกก็ไปตั้งท่ารอเชิงอยู่ริมผาหน้าแก่ง การถ่ายภาพล่องแก่งนี้ตั้งโหมดถ่ายต่อเนื่อง จะได้ครั้งละ 4 รูป กดซะฉ่ำใจ


แก่งลูกเสือ

            หลังจากนั้น ก็ขึ้นรถรอพวกที่ไปล่องแต่งองค์ทรงเครื่องใหม่เพราะเปียกปอนกันทุกคน  โปรแกรมถัดไปคือ ไปแวะชมเมืองจำลองมาจากเมืองเวโรน่า ประเทศอิตาลี ซื้อและเดินชมเฉยๆตามอัธยาศัย ซึ่งเป็นรีสอร์ทที่จำหน่ายสินค้าหรูและที่พักหรู มีคอกม้าสไตล์คาวบอยให้ชมทางด้านหลัง ได้เห็นกระโจมอินเดียนสร้างเป็นที่พักแรมคืน ถ้ายังหนุ่มละก้อ อื๋ยยย


            ฝั่งตรงข้ามเป็นอุทยานแห่งชาติทับลาน ผืนป่าที่ผนวกกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ปางสีดา และตาพระยา รวมเป็นมรดกโลกที่ภูมิใจกันนักหนา ว่าเป็นป่าอนุรักษ์ผืนใหญ่ผืนสำคัญของประเทศไทย  เป็นการท่องเที่ยวที่แตกต่างระหว่างธรรมชาติกับสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ชอบสไตล์ไหนก็เลือกเอาเถอะครับ นานาจิตตัง


สี่สาววัยใส หัวใจชอบเที่ยว

            คืนเดียวคืนนั้นวันที่ 3 กย.59 พักแรมที่ เคปแคนตาเบอรี่โฮเตล กบินทร์บุรี  แต่ก่อนขึ้นไปพักผ่อนนอนหลับก็ต้องกินอาหารค่ำกันก่อน อิ่มจนอืดกับอาหารหวานคาวและผลไม้ตามฤดูกาล ก็ขึ้นไปนอนตามทีเอเยนซี่กำหนดให้ ผมได้นอนกับนักร้องอัดแผ่น พูสอน นครเวียง ผู้ผันเวลาและชีวิมาเป็นนักข่าวรับจ้างบริษัททีวีช่องหนึ่ง ห้องใหญ่ หรูแฟ่ แต่กาแฟซองละ 1.5 บาท เสียดายบรรยากาศห้องและเครื่องครัวที่มีให้ใช้จริงๆ ชาชนิดต่างๆก็ไม่มี อิอิ ขี้เหนียวจัง


            สายวันรุ่งขึ้น ทัวร์พาไปห้างสหพัฒนพิบูลย์ สินค้าเยอะแยะไปหมด กลิ่นเสื้อและกลิ่นสินค้าปะปนกันจนหึ่งไปทั้งห้าง ผมเดินออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างหน้า เลยได้ภาพชิงช้าสวรรค์มา 2 รูป แต่นักท่องเที่ยวกลุ่มชอบช็อปนั้นเดินหิ้วกันแขนโก่งทีเดียวเชียวแหละจ้ะ  เรื่องอย่างนี้ก็นานาจิตตังเช่นกัน ผมเคยพาญาติเที่ยวแล้วเขาแซวว่าอิ่มจังสตังส์อยู่ครบ ตอนหลังเขาบอกตรงๆว่าไม่พาไปช็อปบ้างเลย มาทั้งทีไม่ใช่ใกล้ๆนะ


            ขึ้นรถบัสหลับไปอีกพักหนึ่งก็ถึง อุทยานตะเกียง  เอ้ย พิพิธภัณฑ์อยู่สุขสวรรณ์   เจ้าของชื่อคุณณรงค์ อยู่สุขสุวรรณ์  www.yusuksuwanmuseum.com ซึ่งมีอาคารตั้งและแขวนตะเกียงเจ้าพายุและสิ่งละอันพันละน้อยอีกถึง 5 อาคาร คือ อาคารราชาวดี  อาคารลีลาวดี  อาคารชวนชม  อาคาร เจ้าพายุ และอาคารฟ้าประดิษฐ์ ส่วนด้านหน้าเป็นห้องจำหน่ายของที่ระลึก เครื่องดื่ม ในการเข้าชม ผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 40 บาท


            เดินชมตะเกียงและสิ่งละอันพันละน้อยไปทุกอาคาร ก็ได้เห็นสิ่งของที่คุณณรงค์อุตสาหะสะสมเอาไว้ ต้องขอชื่นชมยินดีที่ทำสิ่งที่ชอบให้เป็นประโยชน์แก่อนุชนรุ่นหลัง และขอให้กิจการของคุณณรงค์เจริญรุ่งเรือง มีนักท่องเที่ยวและนักสะสมของเก่ามาเยี่ยมชมมากๆ เพราะที่นี่ก็เหมือนอนุสรณ์สถานความคิดและความตั้งใจดีของคุณณรงค์เลยทีเดียว


                รถบัสพาเราไปยังรพ.อภัยภูเบศร์  ได้ชมกระบวนการผลิตและจำหน่ายยาแผนไทยซึ่งเป็นผลพวงการศึกษาและวิจัยของทีมงาน รพ.อภัยภูเบศร์ ซึ่งได้รับความสนใจและสามารถผลิตเพื่อจำหน่ายได้อย่างกว้างขวาง เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือในคุณภาพของยาและกระบวนการผลิต

     

  

               เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก รถบัสพาไปยังตลาดขายสินค้าประเภทผลหมก รากไม้และอาหารพื้นบ้าน  เรียกว่า ตลาดหนองชะอม  แม้แดดจะร้อนแต่ทุกคนก็ลงไปเดินชมบ้าง ถ่ายรูปบ้าง และช็อปตามสไตล์ของแต่ละคน ผมเดินไปทั่วรู้สึกร้อนเลยแวะซื้อกาแฟร้อนมาดื่มดับร้อนแก้วหนึ่ง 35 บาทเท่าราคากาแฟนกแก้วใน ปตท. เมื่อยเข้าก็ไปนั่งสุมหัวกันบนศาลาริมทาง ลมพัดเย็นที่สุดในจุดนั้น


คุณพิทักษ์บอกว่า หน่อไม้ดองในตุ่มมีประโยชน์จุลินทรีย์เยอะกว่าดองในปี๊บ และต้นชะอม จ้า 

             

            รถบัสมาจอดรับ ไปตามเส้นทางเพื่อกลับกรุงเทพ แต่แวะให้ไปขี่เอทีวีที่น้ำตกสาริกา-นางรอง สาวสองคนนี้ ใจสู้บู๊แหลก กล้าหาญกว่าผม เธอปีนขึ้นไปลุยบนรถคนละคัน  หลังจากกลับมาก็นั่งรถบัสไปแวะให้ช็อปกะหรี่ปั๊บอันละบาท แล้วก็ตีดิ่งเข้ากรุงเทพ ถึงสีแยกเกษตรเวลา 20.10 น.

             โชคดีตอนที่เขาไปซื้อกะหรี่ปั๊บผมวิ่งไปซื้อข้าวผัดมาได้กล่องหนึ่ง จึงนั่งกินคนเดียวเปลี่ยวใจจัง รอดอาการมือเท้าเย็นจากอาการของคนเป็นโรคเบาหวาน ไปอีกครั้งอย่างสนุกสนาน


            ต่อไป หากเพื่อนชวนไปทริปไหน ต้องขอกำหนดการมาอ่านให้เข้าใจถ่องแท้ จะได้เตรียมตัวเตรียมใจเตรียมไข่พะโล้ 2 ฟองจากร้านสะดวกซื้อสำรองไว้ให้พร้อมสำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวาน ขอโทษที่ไม่ได้เตรียมพร้อมเอาไว้แต่แรก อย่าโกรธกันนะ


ขยะจากนักท่องเที่ยวใครจะรับผิดชอบ ทัวร์ล่องแก่งหรือจนท.อุทยานฯ

Tags : ดอกไม้เทศและดอกไม้ไทย ต้น104.ผี้เสื้อ

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก เดือนละ 30,000 บาท ปีละ 300,000 บาท

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 10,000 บาท ปีละ 100,000 บาท

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 1,000 บาท ปีละ 10,000 บาท

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี ครั้งละ 3,000 บาท

E-mail:thongchai_paoin@hotmail.com

E-mail:thongchai.paoin@gmail.com

Mobile:081-9416364 

facebook/ธงชัย เปาอินทร์

 
view