http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  บทความ รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 15/05/2017
สถิติผู้เข้าชม6,596,795
Page Views8,235,533
« May 2017»
SMTWTFS
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031   
สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(save the forest green)
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
เรื่องสั้น/เรื่องยาว - สกู๊ปพิเศษ -บทบรรณาธิการ
นานาอาชีพ-เบ็ดเตล็ดเกร็ด..น่ารู้
ซือวานโฮมสเตย์ที่พักคีรีโฮมสเตย์
กาแฟชะมด
กิตตินันท์รีสอร์ท อ.นาน้อย จ.น่าน

ร้านรักษ์ผ้าไทยบายรัชนี
 

เสือกลิ่นสาบ โดย อินทรี ดำ ตอน 21.ตีไม้

เสือกลิ่นสาบ โดย อินทรี ดำ ตอน 21.ตีไม้

เสือกลิ่นสาบ โดย อินทรี ดำ ตอน 21.ตีไม้

            ในระบบราชการ เปิดกว้างให้เลือกที่จะทำงานได้ตามชอบหรือตามวิชาการที่เรียนจบมา แต่ในระบบราชการก็มิใช่จะใจกว้างดังกล่าวเสมอไป เมื่อถึงคราวที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงระบบการบริหารราชการ ว่ากันว่า จะไม่มีชั้นยศอีกต่อไป แต่จะเปลี่ยนเป็นระบบ PC (position classification) อวดกันว่าเป็นการเลิกชั้นอำมาตย์จากชั้นจัตวา-ตรี-โท-เอก และชั้นพิเศษ อะฮ้า ช่างน่าประทับใจ

            มณีก็โดนระบบบริหารราชการที่เปลี่ยนไป ต้องย้ายจากนักวิชาการป่าไม้ตรีประจำสวนสักห้วยทาก อำเภองาว จังหวัดลำปาง ไปทำงานในตำแหน่งใหม่ พนักงานป่าไม้ 3 เพราะว่ามณีสอบตกชั้นโท ในขณะที่เพื่อนๆเป็นนักวิชาการป่าไม้ 4  อันว่าตำแหน่งพนักงานป่าไม้นั้นเคยใช้เป็นตำแหน่งของผู้ที่เรียนจบจากโรงเรียนป่าไม้แพร่ระดับอนุปริญญา หรือผู้ที่ไต่เต้าจากข้าราชการที่เรียกว่า พนักงานบำรุงป่า หรือธุรการ

            มณีได้เปลี่ยนสายงานไปประจำฝ่ายจัดการป่าไม้ สำนักงานป่าไม้เขตอุบลราชธานี เพื่อนๆเป็นนักวิชาการป่าไม้ 4 ทำหน้าที่หัวหน้างาน แน่นอนมณีเป็นลูกน้องของเพื่อนหลายคน

            มณีหอบหิ้วครอบครัวที่มีเพียงภรรยานางพยาบาลไปอยู่ประจำโรงพยาบาลสรรพสิทธิ์ประสงค์ด้วย บ้านเช่าราคาถูกเพราะจีไออพยพกลับไปเกือบหมด จึงมีเหลือเฟือคนจนมีสิทธิ์ เลือกได้

            งานในหน้าที่ฝ่ายจัดการป่าไม้เป็นงานที่ต้องเกี่ยวข้องกับบริษัททำไม้จังหวัดและโรงเลื่อยที่ได้รับสัมปทานทำไม้ระยะยาว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัททำไม้ของผู้มีอิทธิพลคับบ้านคับเมือง แทบจะเรียกว่าเป็นเจ้าพ่อของจังหวัดอุบลราชธานีเลยก็ว่าได้ มีหัวหน้าฝ่ายจัดการป่าไม้เป็นตำแหน่งที่ทรงอำนาจมากยิ่งกว่า ป่าไม้เขต ระดับชั้นพิเศษเดิม เพราะว่า ฝ่ายจัดการป่าไม้เป็นผู้ควบคุมการสำรวจตีตราคัดเลือกไม้  การตีตราชักลากไม้ การตรวจป่าสัมปทาน หากไม่เสนอใครขึ้นไป ป่าไม้เขตก็จะไม่สั่งข้ามหัวลงมา

            แต่อย่างไรก็ตาม การพิจารณาให้เจ้าหน้าที่ออกไปตีตราไม้นั้น ฝ่ายได้รับนโยบายจากป่าไม้เขตให้จัดลำดับตามความสำคัญของตำแหน่ง  พนักงานป่าไม้จัตวา-ตรี จะได้สิทธิไปสำรวจตีตราคัดเลือกไม้ในป่า  เพื่อตีตราอนุญาตให้ตัดต้นใดต้นหนึ่งได้  ส่วนนักวิชาการป่าไม้ 4-5 ส่วนใหญ่จะได้งานตีตราชักลากไม้ หลังจากที่บริษัททำไม้จำกัดตัดทอนและเตรียมชักลากไม้ออกจากป่า ก็จะไปตีตราอนุญาตให้ชักลากได้

          และต้องทำหน้าที่ไปตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานป่าไม้ที่ตีตราคัดเลือกไม้ด้วย

            เรียกกันสั้นๆว่า ตีตราอนุญาตให้ตัดไม้ หรือตีตราตัด ประกอบด้วย ค้อนประจำตัวเจ้าหน้าที่ ที่ระบุเลขที่ไว้ หากเกิดการทุจริตสามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นตราของใคร เรียกสั้นๆว่า ตราต.  ค้อนที่สองเป็นตราที่เขียนว่าอนุญาตให้ตัด พร้อมเลขที่กำกับเช่นกัน ค้อนที่สามเป็นเลขเรียงที่ต้องตีกำกับลำดับต้นไม้ว่าเป็นต้นที่เท่าไร  โดยตีตราบนเขียงตีตราไม้ จะถากเอาเปลือกออกที่ระดับอกหรือสูงจากพื้นดิน 1.30 เมตร   รูป 4 เหลี่ยม เรียกว่า เขียงบน  และที่โคนต้นสูงจากพื้นดินประมาณ 50 ซม เรียกว่าเขียงล่าง

            พนักงานป่าไม้ผู้ได้รับมอบหมายต้องตีตราทั้ง 3 อย่างชัดเจนและครบถ้วนทั้งเขียงบนและเขียงล่าง ซึ่งในระเบียบปฏิบัติการตีตราคัดเลือกไม้อนุญาตให้จัดจ้างคนงานได้ 5 คน เพื่อทำหน้าที่เป็นทีมทำงานให้กับพนักงานป่าไม้ผู้ได้รับคำสั่งให้ตีตราไม้โครงการจัดการป่าไม้กระยาเลย ตอนที่..แปลงที่... คนหนึ่งถากเขียง คนหนึ่งตีตราตัด คนหนึ่งตีตรา ต. และอีกคนหนึ่งตีเลขเรียง คนสุดท้ายหิ้วแบกสัมภาระให้กับเจ้าหน้าที่ รวมทั้งจัดเตรียมอาการการกินและน้ำดื่ม

            ตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับอนุญาต ทำหน้าที่จดบันทึกตามเลขลำดับต้นที่ตีตราตัด เลขเรียง และคำนวณด้วยสายตาว่าต้นไม้ต้นนั้นสูงหรือยาวกี่เมตร ลักษณะเป็นไม้ต้นเปลาตรง หรือคดงอ หรือยอดด้วน  หรือแตกสองนาง หรือเป็นโพรง อีกทั้งต้องควบคุมการคัดเลือกตีตราไม้ให้อยู่ในระเบียบปฏิบัติที่กำหนดให้ เช่นว่า ต้นไม้ยางต้องมีขนาดจำกัดระดับอก 250 ซม. กะบาก 300 ซม. ประดู่ 200 ซม.เต็ง 100 ซม รัง 100 ซม ฯลฯ ทั้งนี้ไม้สงวนที่ต้องใช้สีน้ำมันกากบาทเหนืออกก็ต้องมีขนาดจำกัดเหมือนไม้ที่คัดเลือกด้วย

            เช่นไม้ยาง ต้องตัด 2 ต้นเว้น 1 ต้น และถ้าเป็นไม้ยางที่ขึ้นอยู่ริมห้วยหรือแหล่งน้ำซับ ต้องเว้นเป็นไม้สงวน หรือไม้ต้นใดเป็นไม้ที่เหลือเพียงต้นเดียวบนสันเขาต้องเว้นเป็นไม้เชื้อเพื่อให้โปรยเมล็ดสืบพันธุ์ต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม หากจะตีตราไม้ให้ได้จำนวนมากๆก็สามารถคดโกงได้เช่น ตีตราทั้งหมดโดยไม่มีไม้สงวนตามระเบียบ ด้วยเหตผลว่า ทุกต้นในบัญชีคือรายได้เสริมจากบริษัททำไม้จะจ่ายให้พนักงานคนนั้น

           “ส่วนใครจะได้ไปสำรวจคัดเลือกตีตราไม้ป่าไหน แปลงไหน ไม้มากหรือน้อย บริษัทสัมปทานใจป้ำหรือขี้ตืด ขึ้นอยู่กับหัวหน้าฝ่ายจัดการป่าไม้ จอมบงการ”


            ป่าไม้เขตอยู่เหนือความรับผิดชอบ ต้องสั่งตามเสนอเท่านั้น พนักงานป่าไม้และนักวิชาการป่าไม้ที่คาดหวังว่าจะได้ไปสำรวจตีตราคัดเลือกหรือไปตีตราชักลากไม้จึงต้องเอาอกเอาใจหัวหน้าฝ่ายจัดการป่าไม้

และถ้าใครได้ไปปฏิบัติงานในป่าแล้วเกิดเรื่องไม่ดีงามระหว่างปฏิบัติ เช่นผิดระเบียบ เมาเละเทะ อวดเบ่งอำนาจบารมี บริษัททำไม้จะรายงานตรงแบบลับถึงหัวหน้าฝ่ายจัดการป่าไม้ทั้งสิ้น อนาคตจะดีหรือเลวขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตนในป่าด้วยเช่นกัน อาจได้ดีมีของขวัญเยอะหรือต้องหาไปแบ่งปันให้ฝ่าย หรือชั้นเชิงแพรวพราวจนได้รับการปูนบำเหน็จความชอบจากพ่อค้าไม้

            เมื่อมณีต้องไปนั่งประจำฝ่ายจัดการป่าไม้เขตอุบลราชธานี ได้ทำหน้าที่ร่างหนังสือราชการ ได้ออกไปตรวจติดตามการปฏิบัติตามเงื่อนไขสัมปทาน เป็นงานแรกๆ โดยมีนักวิชาการป่าไม้4-5 เป็นหัวหน้าทีม สิ่งที่ได้คือได้รับการเลี้ยงดูแต่ไม่ปูเสื่อ อย่างอิ่มหมีพีมัน ได้เบี้ยเลี้ยง ค่าที่พักแรมจากทางราชการฟรีเพราะว่า ผู้รับสัมปทานจ่ายให้ทั้งหมด มณีไม่เคยผ่านงานเช่นนี้มาก่อน แค่นั้นก็ดีใจหลาย

วันหนึ่ง หัวหน้าฝ่ายจัดการป่าไม้เชิญพบ มณีเดินตัวงอเข้าไปนั่งหน้าโต๊ะด้วยท่าทีกลัวเกรง อำนาจและบารมี หัวหน้าฝ่ายคนนั้น ร่างใหญ่ ผิวคล้ำ ไว้หนวดหนาเหนือริมฝีปาก เสียงทุ่มกังวานอย่างผู้มีอำนาจ ตากร้าวคมเข้ม

           “มณีเพิ่งเคยทำงานจัดการป่าไม้ใช่ไหม”

           “ครับ”

           “ผมจะให้ไปสำรวจคัดเลือกไม้ป่าสัมปทาน........ท้องที่อำเภอเขมราฐ ของบริษัททำไม้.........นะ ปฏิบัติตามคำสั่งและระเบียบการสำรวจตีตราคัดเลือกไม้ด้วย มือใหม่ ต้องระวัง ถูกตั้งกรรมการสอบสวนกันไปหลายคน หมดอนาคตไปก็มี  โดยเฉพาะเรื่องกินเหล้าเมาจนออกไปทำงานไม่ไหวแล้วโยนค้อนให้พนักงานของบริษัทไปตีตรากันเอง”  หัวหน้าเตือนด้วยเสียงทุ่มนุ่มกังวานใจ

           “โอเค  ตั้งใจทำงานนะ” มณียกมือไหว้ด้วยใจลิงโลด แต่เมื่อออกมานั่งโต๊ะประจำฝ่าย เพื่อนผู้เป็นนักวิชาการป่าไม้ 4 ที่สอบชั้นดทได้ตะโกนมาว่า

           “เนี่ย กูกำลังร่างคำสั่งให้มึงไปป่า.....บริษัท...นี้โคตรหิน ขี้ตืด และไม้ก็น้อยที่สุด เวรแท้ไอ้ห่า”

           ใจมณีเหลือสองนิ้ว แต่อย่างไรก็ตาม การได้ออกไปทำงานเช่นนั้น รู้ๆกันว่าจะได้ค่าตอบแทนไม่น้อย เช่นค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าที่พักประเภทข. ค่าคนงาน 5 คน ค่าดินน้ำมัน ค่าตอบแทนตามจำนวนต้นที่คัดเลือกจากป่าที่บริษัท...จะจ่ายให้ต้นละ 3 บาท ซึ่งจะได้เท่าไรก็ช่าง แต่ได้ออกไปทำงานและได้เงินมาจุนเจือครอบครัวบ้างก็ยังดีกว่ามีแต่เงินเดือนเพียงอย่างเดียว

           คำสั่งออก พนักงานบริษัทติดต่อมาขอพบแล้วนัดหมายออกไปทำงาน ด้วยความพินอบพิเทาผิดปกติ หรือเป็นปกติของพนักงานบริษัทอยู่แล้ว

           “ใบเสร็จค่าน้ำมันดิน  รายชื่อคนงาน 5 คน ค่าอาหารการกิน ที่พักแรม จัดการครบถ้วนครับ หัวหน้ากินเหล้าหรือเบียร์ไหมครับ จะได้เตรียมไปให้พร้อมสรรพ”

           “ไม่กินทั้งเหล้าและเบียร์ กินแต่น้ำอัดลม กับน้ำเปล่า อาหารกินได้ทุกอย่างตามแต่จะจัดให้กิน บุหรี่ไม่สูบครับ”

           ชีวิตของพนักงานตีตราไม้ชวนหลงระเริงเสียจริง จะเอออวยกันได้สารพัดนึก แต่เมื่อต้องเดินทางไปยังป่าโครงการ.....อำเภอเขมราฐ นั้น เป็นป่าดงดิบสลับกับป่าเต็งรัง  เมื่อแหงนคอมองท้องฟ้าเห็นแต่เรือนยอดต้นไม้ยาง กะบาก ตะเคียนทอง ขนาดใหญ่ๆ ความเย็นโอบล้อมไปทั่ว เป็นกลิ่นอายของป่าที่เป็นป่าของจริง  บริษัทจัดให้พักแรมบ้านผู้ใหญ่บ้าน ลูกสาวแรกรุ่นดรุณีผิวสีแทน นัยตาแววหวานชวนใจแป้ว

           หลังอาหารเช้า รถยนต์ของบริษัทพาไปส่งพร้อมคนงาน 5 คน คนงานผู้ทำหน้าที่คนครัวสะพายย่ามหนักอึ้งด้วยครกและสาก ห่อเกลือและปลาแดก(ปลาร้า) ข้าวเหนียวนึ่งและข้าวเจ้าอีกปิ่นโตพร้อมไก่ทอดเกลือ แต่มณีไม่เห็นมะละกอสักลูก เมื่อถึงจุดเริ่มต้นงาน หัวหน้าป่าพาไปยังขอบแปลงที่เป็นลำห้วยเล็กๆ มณีกางแผนที่แล้วพิจารณาหาทางเดินสำรวจตีตราไม้ตามวิชาการที่เคยเรียนมาแต่ในตำรา

           งานเริ่มต้นอย่างฉับไว เสียงตะโกนดังก้องป่าจากคนงานผู้ทำหน้าที่ตีเลขเรียงต้นที่ 1 แล้วตามด้วยตราตัด และตราต. ขนาดความโต แต่ความสูงและลักษณะแต่ละต้น มณีจดลงไปด้วยการคาดคะเนของตนเอง

           มณีนึกถึงเรื่องเล่าในวงสนทนาของเพื่อนๆพี่ๆที่ทำงาน เชิงหมาหยอกไก่

           “เชื่อไหม แม่งเลือกตีตราไม้ให้ตัด หมายเหตุท้ายบันทึกเขียนว่า 2 นาง ๆเพียบ บางต้นนี่ยาวกว่า 50 เมตร 2 นางก็ 2 ต้น จ่ายตามจำนวนนางด้วยว่ะ”

           “พอตอนตีช.ลากนะมึง บริษัทตัดไม้ลงแล้ว ทอนท่อน โอ้โฮ ย้าวยาว จำนวนต้นล้นไปกว่าที่บันทึกไว้ 2 เท่า ไอ้ห่า มันงอกได้หรือไงวะ” เสียงประชดประชันจากพนักงานคนอื่นๆที่เล่าขานกันสนุกปากในวงเหล้า

           “แม่ง บางคนเมาเละ ไม่เคยออกไปเดินสำรวจตีตราเลย โยนค้อนให้พนักงานบริษัทไปตีกันเอง ไม้สงวนมันต้นต่ำกว่าขนาดทั้งนั้น ที่เลวร้ายคือมันกากบาทเป็นไม้สงวนต้นเล็กๆข้างทางนั่นแหละ ผลคือถูกตั้งกรรมการสอบ”

            “ไม้เชื้อ ไม้โทน ไม้ริมห้วยหนองคลองบึงแม่งตีตราเกลี้ยง ต้นน้ำจึงเหือดแห้งหลังการทำไม้ กรรม”

            มณีตะโกนเสียงดัง  “เขียว ต้นยางต้นนี้ไม่ตีตรานะ ริมห้วย ปล่อยไว้ทั้งกลุ่ม” เขียวชะงักการถากเขียงแล้วเดินบ่นพึมออกมา  หัวหน้าป่าของบริษัทเดินเข้ามาขอคุยด้วย แต่มณียืนยันต้องปฏิบัติตามระเบียบ

            “หัวหน้า ต้นใหญ่ๆทั้งนั้นเลยนะครับ จะกลายเป็นไม้หลงเลือกหรือเปล่าครับ” หัวหน้าป่าพยายามแย้ง  

            “เรื่องทำนองนี้บริษัทเคยร้องเรียนไปแล้วพนักงานป่าไม้คนนั้นถูกตั้งกรรมการสอบ รัฐเสียผลประโยชน์นะครับ” มณีฟังแล้วก็ตอบไปตรงๆ

            “เรื่องนี้ ผมบันทึกในสมุดแล้ว มีเหตุผลตามระเบียบการสำรวจคัดเลือกไม้ ขอบคุณที่ห่วงนะ”

            มณีนึกถึงคำปัจฉิมนิเทศของ อดีตอธิการบดี ศาสตราจารย์ เทียม คมกฤส ที่กล่าวว่า

            “หลังจากเรียนจบแล้ว เมื่อพวกเธอต้องไปทำงานในป่า พวกเธอจะทำอะไรอาจไม่มีใครรู้ใครเห็น แต่ตัวเธอเองเห็น” ซึ่งมณีจดจำไว้ได้ไม่เคยลืม ใช่แล้ว ทำอย่างที่บริษัทต้องการก็ได้ ไม่มีใครรู้ แต่ตัวมณีเองรู้และเห็นด้วยตนเอง

            เวลาผ่านไปแต่ละเดือนด้วยหยาดเหงื่อและแรงกาย มณีออกตีตราไม้ตั้งแต่เช้าตรูหลังอาหาร กว่าจะกลับที่พักแรมก็ใกล้ค่ำตะวันรอนๆ ผิวดำเกรียม ร่างกายผายผอม ทุกเย็นกว่าจะเดินถึงจุดจอดรถรอของบริษัทแทบเข่าอ่อน แต่อย่างไรก็ตาม ทุกเดือนมณีขอเวลานอกพักยกเพื่อกลับไปเยี่ยมครอบครัวครั้งละ 3-4 วัน  แล้วก็กลับมาเป็นพระรามเดินดงอีก ป่าเดียวแต่ช่างกว้างขวางจนคาดไม่ถึง มณีใช้เวลาทำงานนานถึง 5 เดือน แต่ละวันตีตราไม้ได้เพียง 20-50 ต้น ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของป่าแต่ละป่า

            ประสบการณ์ประทับใจ เมื่อพักเที่ยง มณีจะหาที่นอนพิงใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้ห้วย เย็นชื่นใจ  คนครัวจะจัดเตรียมอาหารให้ครบถ้วน แม้กระทั่ง เมื่อตอนเดินไปหากพบถั่วฝักยาว วันนั้นจะได้กินตำถั่ว แต่ถ้าโชคดีเจอมะละกอก็จะได้กินส้มตำหรือเรียกว่าตำบักหุ่ง รสแซบๆ เปรี้ยวๆเค็ม ทำให้กลืนข้าวได้สะดวกยิ่งขึ้น แต่วันไหนไม่เจอทั้งถั่วฝักยาวและบักหุ่ง คนครัวจะเดินเด็ดยอดไม้บางชนิดมาผิงไฟ แล้วใช้จิ้มน้ำพริกตาแดง ผักกูดสดๆหาได้ตามริมห้วยน้ำไหล บางป่าหาไม่เจอเช่นเข้าเขตป่าเต็งรัง ก็จะได้กินผักกระโดนใบอ่อนๆจิ้มน้ำพริกตาแดงแทน    

            มณีผู้เคยแต่กินอาหารที่แม่ทำให้กิน และเมื่อแต่งงานก็ต้องกินรสมือเมีย ชีวิตคละเคล้าไปทั้งสุขและปริ่มเปรม แต่ไม่เคยรู้สึกทุกข์ยากเรื่องกินอยู่หลับนอน   

 

 

 

Tags : เสือกลิ่นสาบโดยอินทรีดำ ตอน 12

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก เดือนละ 30,000 บาท ปีละ 300,000 บาท

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 10,000 บาท ปีละ 100,000 บาท

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 1,000 บาท ปีละ 10,000 บาท

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี ครั้งละ 3,000 บาท

E-mail:thongchai_paoin@hotmail.com

E-mail:thongchai.paoin@gmail.com

Mobile:081-9416364 

facebook/ธงชัย เปาอินทร์

 
view