http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 28/11/2018
สถิติผู้เข้าชม7,497,197
Page Views9,374,571
« December 2018»
SMTWTFS
      1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031     
สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(save the forest green)
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
เรื่องสั้น/เรื่องยาว - สกู๊ปพิเศษ -บทบรรณาธิการ
นานาอาชีพ-เบ็ดเตล็ดเกร็ด..น่ารู้
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42350726
http://www.thongthailand.com/articles/42028136/แก่นจันทน์พรรณไม้-บทพิสูจน์อดีตนักวิชาการป่าไม้-เพาะกล้าไม้
ซือวานโฮมสเตย์ที่พักคีรีโฮมสเตย์
 

นวัตกรรม วนเกษตร ที่ลาดกระทิง

นวัตกรรม วนเกษตร ที่ลาดกระทิง

นวัตกรรม วนเกษตร ที่ลาดกระทิง

โดย ธงชัย เปาอินทร์ เรื่อง-ภาพ

ผู้บริหาร ออป.ภาคกลางถ่ายภาพร่วมกับสื่อมวลชนจากส่วนกลาง

            อดีตคือความหลัง เมื่อครั้งที่ผมเข้าเรียนวนศาสตร์ปี 1มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน  แล้วต้องไปดูงานเทอมแรกที่บริษัทไม้อัดไทยจำกัด ศรีราชา (2511) นอนกลางทะเล กินอาหารทะเล ปรีดิ์เปรมเกษมสุขสนุกปาก แต่พอเช้าตรู่ต้องบุกตะลุยด้วยรถบรรทุกผ่านผืนป่าไม้ยางนา ตะเคียนทอง ป่าที่เรียกกันว่า ป่าที่ราบต่ำ(Lowland Forest) พร้อมกับร้องเพลงที่ฝึกกันมาจากสโมสรวนศาสตร์ทุกค่ำคืน

            “รื่นรมย์ชมพรรณไม้ในป่า ที่ได้มาชมแล้วเพลินใจ  นกแว่วร้องก้องมาแต่ไกล เสียงกอไผ่เสียดกอดังคล้ายเสียงเพลง ........... ...โน่นไม้ยาง นั่นไม้ยูง ลิบลิ่วแลสูงเคียงข้างไม้แดง โน่นไม้สักราคาแพง แลเห็นชะนีห้อยโหนต่องแต่งหลายตัว  ...”

            แก่แล้ว จำได้กระท่อนกระแท่น แต่จำได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่รถโขยกเขยกผ่านผืนป่าดงพงพีที่มีแต่ป่าไม้ไพรพง ต้นยางสูงเสียดฟ้า  จุดหมายปลายทางคือสวนป่าลาดกระทิง  กลับรู้สึกสนุกเหลือกำลัง


สมัยนั้นทางยากลำบากกว่านี้มากนัก

            วันนี้ เดินทางด้วยรถตู้ แอร์เย็นฉ่ำ ถนนราบดุจปูด้วยแพรไหม ลมหายใจแผ่วโผยเพราะผ่านไปจุดไหนก็ไม่เห็นไม้ยางยูงสูงลิบลิ่วดังแต่อดีตเมื่อ 50 ปีที่ผ่านเลย ป่าที่ราบต่ำกลายเป็นไร่มันสำปะหลังและสวนป่ายูคาลิปตัสกับตึกรามบ้านช่องไปทั่ว   ไม่เหลือแม้ร่องรอยของลูกไม้ยางและตะเคียนสักต้น ทางภาคอีสานยังดีที่เห็นมีทั่วไปตามหัวไร่ปลายนา  รู้สึกเศร้า


             คุณฉลาด สุธาน๊ะ  หัวหน้าสวนป่าลาดกระทิง เล่าให้ฟังว่า เดิมสวนป่าลาดกระทิงเป็นสวนป่าปลูกเพื่อทดแทนตามเงื่อนไขสัมปทานทำไม้ของบริษัทไม้อัดไทยจำกัด ตั้งแต่ปีพ.ศ.2511,2519จนถึงปีพ.ศ.2532 ปิดป่าสัมปทาน  ก็ปิดการดำเนินงาน แต่ยังต้องทะนุบำรุงสวนป่า  ต่อมาส่งมอบต่อให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้จัดการตราบทุกวันนี้ พื้นที่ 19,187.06 ไร่

            ปลูกสวนป่าดังนี้คือ ยูคาลิปตัส 34% กระถินเทพา 26% ไม้สัก 7% ยางพารา 2% พื้นที่ที่เหลือเป็นพื้นที่อนุรักษ์ไว้ 31% รูปแบบการปลูกสร้างสวนป่าแบบเดิมๆ ปลูกป่าด้วยระยะปลูก 2x4 หรือ 2x3 เมตร ระหว่างแถวต้นไม้ป่าอนุญาตให้ชาวไร่เข้าปลูกพืชไร่ได้ เมื่อต้นไม้ยังไม่เติบโตจนบดบังแสงแดด  


            ด้วยรูปแบบเดิมนี้ เน้นที่สวนป่าได้จำนวนต้นไม้ตามประสงค์  ชาวบ้านได้อาศัยปลูกพืชไร่เพียง 1 หรือ 2 ปี เป็นการปลูกสร้างสวนป่าตามหลักการปลูกป่าในตำราเป๊ะ  ปีถัดไปไปปลูกแปลงไหน ชาวบ้านก็จะได้พื้นที่ใหม่ไปทำพืชไร่ ครั้นหมดพื้นที่สวนป่า ชาวบ้านก็หมดพื้นที่ทำกิน สวนป่าก็หมดบทบาทการปลูกป่า แต่การทำไม้เพื่อหาเงินจากการขายไม้ยังดำเนินต่อไป

            สวนป่าลาดกระทิง ตัดต้นไม้ขายได้เงินเข้ารัฐ แถมมีกิจกรรมการเผาถ่านไม้อีกด้วย


            ถ้าเป็นไม้ยูคาลิปตัสหรือกระถินเทพา ที่แตกหน่อตอสองได้ ชาวบ้านอาจทำไร่ควบไปในสวนป่าได้อีกสักปี  ชะตากรรมของชาวบ้านที่ต้องอาศัยผืนป่าทำกินหม่นหมอง  อาจมีหรืออาจหมด สภาพความเป็นอยู่ระหว่างหน่วยงานกับชาวบ้านประหนึ่งศัตรู หรืออาจเหมือนรัฐบาลกับประชาชนคนตาดำๆ

             คุณฉลาดเล่าต่อว่า หลายปีมานี้ แนวคิดการบริหารจัดการพื้นที่สวนป่าแตกต่างออกไป เพื่อให้ สวนป่าอยู่ได้และชาวบ้านอยู่ดี ควบคู่กันไป รูปแบบวนเกษตรจึงต้องปรับเปลี่ยนเป็นการปลูกป่าแปลงใหม่แตกต่างจากรูปแบบเดิมๆ

             จากระยะปลูกต้นไม้ป่า 2x3 เมตร (266ต้น/ไร่)หรือ2x4 เมตร(200 ต้น/ไร่)  เน้นจำนวนต้นและระยะปลูก ปลูกต้นไม้แบบแถวเดียว  มาเป็นการปลูกสร้างสวนป่าด้วยระยะปลูก แบบแถวคู่ ระยะปลูกต้นไม้ 1x2x6 เมตร หรือ 1.5x1.5x4.5 เมตร  ชาวบ้านทำไร่ระหว่างแถวต้นไม้ได้มากขึ้น และทำได้ตลอดไป แบบว่ายั่งยืน มีที่ทำกินตลอดไป


              สัดส่วนรายได้ของสวนป่าจากไม้ป่าเศรษฐกิจโตเร็ว เช่นยูคาลิปตัส กระถินเทพา หรือกระถินเทพณรงค์ ที่ปลูกด้วยระยะดังกล่าวแบบแถวคู่ สูงสุด  ในขณะเดียวกัน ชาวบ้านก็ได้ผลผลิตจากพืชไร่เช่นข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ได้เป็นตัวเงินสูงสุด แถมยั่งยืนเพราะทำกินได้ตลอดไป


              สวนป่าลาดกระทิง ไม่ทิ้งแม้กระทั่งกิ่งก้านต้นไม้ เก็บงำนำมาเผาถ่านด้วยเตาเผา 6 เตา ผลิตถ่านไม้ได้เดือนละ 375 กระสอบ ปีละ 4,500 กระสอบ ยังคงเป็นผลประโยชน์ของหน่วยงาน  กระทั่งการเพาะกล้าไม้ของสวนป่าก็ยังเป็นรายได้เมื่อเอกชนคนทั่วไปมาขอซื้อเพื่อการนำไปปลูกบนที่ดินกรรมสิทธิ์ของเขา



             งานวิชาการ  สวนป่าแปลงเก่า สำรวจหากำลังผลิตเพื่อผลของรายได้ที่ชัดเจน   การปรับปรุงพันธุ์ไม้เพื่อให้ได้พันธุ์ดี  การคัดเลือกแม่ไม้ที่มีลักษณะดี ให้ผลผลิตสูง การเพาะกล้าด้วยระบบการตัดปักชำ ถ้าเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อต้นทุนจะสูงเกินไป  ทั้งนี้ ยังเป็นผลพวงของสวนป่ามากกว่าชาวบ้านในแต่ละชุมชน 


จะเห็นตุ่มขาวๆที่ราก นั่นคือไมคอไรซ่า 

              โครงการส่งเสริมปลูกไม้เศรษฐกิจ  โดยอาศัยต้นแบบจากการทดลองของสวนป่า  และเป็นต้นแบบให้ประชาชนที่สนใจนำไปปลูกบนที่ดินกรรมสิทธิ์ของตนเอง  ผลประโยชน์ของชุมชนเกิดตรงนี้มากขึ้นกว่าการชาวไร่อาศัยทำไร่ในสวนป่าและปลูกผสมผสานกัน  ต้นไม้ที่ส่งเสริมได้แก่ ต้นกระถินเทพณรงค์ ยูคาลิปตัสพันธุ์ดี เพื่อให้ชาวไร่ได้ทั้งเนื้อไม้และพืชไร่


             เจ้าของที่ดิน ยังทำไร่ตามชอบ เช่นมันสำปะหลัง ข้าวโพด ข้าวไร่  แต่ปลูกผสมด้วยตนไม้ป่าเศรษฐกิจพันธุ์ดีเช่นยูคาลิปตัส หรือกระถินเทพณรงค์ ตามรูปแบบที่สวนป่าลาดกระทิงทดสอบแล้วว่า เจ้าของไร่จะได้ประโยชน์สูงสุดทั้ง พืชไรที่จะปลูกได้ตลอดไปในสวนป่าเศรษฐกิจ ผลผลิตพืชไร่จะได้ทุกปี  ต้นไม้ป่าจะได้เมื่อถึงอายุตัดฟัน และไว้ตอได้อีกอย่างน้อย 2 ตอหรือ 2 ปีเป็นอย่างน้อย

ทั้งนี้ สวนป่าลาดกระทิงได้รับงบประมาณจากรัฐให้ปลูกไม้ป่าเศรษฐกิจโตช้า ไร่ละ 5,940 บาท และไม้ป่าเศรษฐกิจโตเร็ว  ไร่ละ 3,500 บาท/ไร่ แบ่งจ่าย 3 ปี


ยูคาลิปตัสตอ 2 และมันสำปะหลังอีกรอบ

ปลูกข้าวไร่ในป่าเศรษฐกิจแบบ 2 แถว

               นางสมชิด วรวินัน นำที่ดินมีโฉนดเข้าร่วมโครงการ 36 ไร่ ปลูกต้นยูคาลิปตัส คามาลดูเลนซิส แบบแถวคู่ พืชไร่ปลูกมันสำปะหลัง  เมื่อวัยที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2560  ภาพที่เห็นมันสำปะหลังกำลังเติบโต และจะเก็บเกี่ยวเป็นรายได้ระยะแรก  นางสมชิดตอบว่า น่าจะได้ไร่ละ 5 ตัน เป็นเงินมากน้อยแล้วแต่ราคาขณะที่ขุดมัน 

               ส่วนต้นยูคาลิปตัส ปลูกแบบแถวคู่ 1.5x1.5 สลับฟันปลา ระยะห่างที่เว้นให้ปลูกมันสำปะหลัง 4.5 เมตร จำนวน 9,612 ต้น (36ไร่) 


               แต่อย่างไรก็ตาม สวนป่าลาดกระทิงได้เก็บสถิติรายได้จากการทำการปลูกป่าแบบวนเกษตร ดังตารางต่อไปนี้  สนใจติดต่อได้โดยตรงที่สวนป่าลาดกระทิง อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา


                คุณ มงคล ศรีอนันต์ ผอ.ออป.เขตศรีราชา  รับผิดชอบสวนป่าในภาคตะวันออกทั้งหมด 8 สวน เล่าว่า  ในสวนป่าไม้อะราง (นนทรีชนิดหนึ่ง) ต้นไม้เติบโตสม่ำเสมอ เป็นแปลงทดลองทางวิชาการป่าไม้ ของผู้เชี่ยวชาญจากองค์การ CSIO ประเทศออสเตรเลีย คุณคงศักดิ์ ภิญโญภูษาฤกษ์  บัดนี้ผลพวงทางวิชาการจบโครงการ กลายเป็นที่พักของช้างป่ากว่า 20 เชือก

               “ช่วงเวลา 16.00 น.เป็นต้นไป ช้างโขลงหนึ่งราวๆ 20 เชือก มักจะเดินทางเข้ามาหากิน และพอถึงเวลามืดค่ำก็อาศัยสวนป่าต้นอะรางเป็นที่พักแรม  ไม่ยอมกลับเข้าป่าอนุรักษ์เขาอ่างฤาไน จะด้วยประการใด ตอบได้ยากครับ เพราะสื่อสารกันคนละภาษา แต่ช่วงเวลาดังกล่าว ทุกวันๆ ชาวบ้านรู้ดีว่า จะไม่เข้ามาเก็บเห็ด เด็ดผักหวานป่าแถวนี้ กลัวช้าง”


                คุณมงคลเล่าเหมือนจะเห็นภาพ ทำเอาสื่อมวลชนอย่างพวกเราแทบไม่อยากเดินทางไปสวนป่าคลองตะเกรา เพราะอยากจะเฝ้าถ่ายรูปและวิดีโอโขลงช้างดังกล่าว 

                “เห็นทีจะต้องแอบมากันอีกสักครั้ง เพื่อช้าง อ้อ มันจะเป็นไปได้ไหมครับว่า ถ้าสร้างห้างฝั่งตรงข้าม ให้พ้นวิถีช้าง  เพื่อเป็นสถานที่นำเที่ยวหรือชมช้างป่า” เงียบ ไม่มีคำตอบ


นักวิชาการป่าไม้ในออป.ภาคกลาง 

                อย่างไรก็ดี  ช้างโขลงนี้ไม่ทำลายต้นอะรางและยูคาลิปตัสแต่อย่างใด  หากินไปตามขอบสวนป่าที่ยังมีชายห้วยให้พันธุ์พืชอาหารช้างพอเพียงให้เขาเก็บกิน  วันหนึ่ง อาจเปิดชมช้างบนห้างส่องสัตว์ป่าได้ด้วย เป็นอีกมิติของการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรท่องเที่ยวประเภทสัตว์ป่า ปัญหาคือ เมื่อสร้างห้างส่องสัตว์ป่าแล้วต้องทดลองให้มั่นใจว่า เมื่อชมจนพอใจแล้วจะย่องกลับได้อย่างไรไม่ให้ช้างไล่ตามมาด้วย ชดโช้


กล้าไม้ปักชำคัดเลือกพันธุ์แล้ว

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก เดือนละ 30,000 บาท ปีละ 300,000 บาท

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 10,000 บาท ปีละ 100,000 บาท

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 1,000 บาท ปีละ 10,000 บาท

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี ครั้งละ 5,000 บาท

ฝ่ายการตลาด จิราภรณ์ ขจรศักดิ์สุเมธ "เจี๊ยบ" 086-669-6018 

E-mail: jeabaod@gmail.com 

 
view