http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 16/09/2021
สถิติผู้เข้าชม11,538,966
Page Views13,684,085
« September 2021»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  
lifestyle & review
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
 

ตามไปดู”สวนทุ่งทองคํา” สวนอินทผลัมแห่งแรกในทุ่งกุลา

ตามไปดู”สวนทุ่งทองคํา”  สวนอินทผลัมแห่งแรกในทุ่งกุลา

ตามไปดู”สวนทุ่งทองคํา”

สวนอินทผลัมแห่งแรกในทุ่งกุลา

 โดย สาวดอนเมือง เรื่อง-ภาพ

“สวนทุ่งทองคํา อินทผลัมทุ่งกุลา”   นับเป็นสวนอินทผลัมใหญ่สุดในภาคอีสาน  บนเนื้อที่200 กว่าไร่  อยู่ที่บ้านหนองอ่าง ต.กำแพง อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด  เจ้าของสวนคือหนุ่มใหญ่นาม“เสกสันต์ สีรินทร์”  สวนนี้เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อกลางปี 2562  ณ เวลานี้ ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่เชิดหน้าชูตาของร้อยเอ็ด

000วันนี้ฝันเป็นจริง


 หลายคนคงอยากรู้ว่าทำไมหนุ่มใหญ่รายนี้ ถึงมาปลูกอินทผลัมใน“ทุ่งกุลาร้องไห้” ซึ่งรับรู้กันว่าเป็นดินแดนแห้งแล้งกันดาร ที่สำคัญทำไมถึงประสบความสำเร็จออกลูกออกผลอย่างดี ทั้งที่ปลูกแค่ 3ปีเท่านั้น


 ก่อนอื่นคุณเสกสันต์เล่าแรงจูงใจที่ทำให้มาปลูกผลไม้ชนิดนี้ว่า เป็นคนอ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ในอดีตทำงานเป็นกัปตันเรือสำรวจขุดเจาะน้ำมันบริษัทแห่งหนึ่งของประเทศสหรัฐอเมริกา เรียนจบทางด้านพาณิชย์นาวี ทำมา22ปี เมื่อ10กว่าปีก่อนไปทำงานอยู่ตะวันออกกลาง เคยกินอินทผลัมแล้วติดใจรสชาติ จนเมื่อ 4ปีที่แล้ว อยากทำให้ที่ดินแปลงนี้ที่ซื้อมามีมูลค่ามากที่สุด จากเดิมที่เป็นป่ายูคาลิปตัส  จึงลงมือปลูกอินทผลัมเมื่อกลางปี 2559


 ผลจากการศึกษาหาข้อมูลงานวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้บทสรุปว่าพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุด ในการปลูกอินทผาลัม คือภาคอีสานตอนบน อาทิ เลย หนองคาย อุดร นครพนม หนองบัวลำพู มุกดาหาร และร้อยเอ็ด เนื่องจากมีความหนาวเย็นเพียงพอ  และไม่มีความชื้นในอากาศ

“ผมมีความฝันอยากเห็นอินทผลัมเป็นพืชเศรษฐกิจอีกตัวหนึ่งของคนภาคอีสาน ตอนแรกๆคนอาจจะมองว่าเพ้อฝัน แต่ผมมั่นใจว่าเพราะหาข้อมูลมาก่อน และในวันนี้มันก็เป็นตามที่ผมฝัน”


 นายเสกสันต์ให้ข้อมูลว่า ปัจจัยหลักๆในการปลูกอินผลัมให้ได้ผลดีมี 3ข้อ อย่างแรกคือ สภาพอากาศที่จะเป็นปัจจัยให้ออกดอก จะต้องมีความหนาวเย็นที่เพียงพอ ในฤดูหนาว โดยต้องมีความหนาวที่ต่ำกว่า20องศา ยาวนานต่อเนื่องกันอย่างน้อย3วัน ซึ่งจะเป็นปัจจัยแต่ละครั้งในการกระตุ้นให้เกิดดอกออกมา ในภาคเหนือแม้มีอากาศหนาว บางพื้นที่จะหนาวกว่าอีสาน แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องของแสง ภาคเหนือจะไม่ร้อน ทำให้ผลที่ออกมาพร้อมกัน ภาคอีสานจะเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนประมาณ1เดือน


0000สั่งต้นพันธุ์จากอังกฤษ

 ข้อที่2 น้ำ ในภาคอีสานมีข้อด้อยก็คือเรื่องน้ำ ถ้าเกิดบริเวณที่มีน้ำเพียงพอก็จะเป็นบริเวณที่เหมาะสม ข้อที่3 คือสายพันธุ์ที่คนไทยยังเข้าไม่ถึง  ซึ่งการปลูกอินทผาลัมในเชิงพาณิชย์ ต้องใช้ต้นกล้าพันธุ์ที่มาจากเนื้อเยื่อ บ้านเรายังทำเองไม่ได้ ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ในส่วนของสวนสั่งนำเข้าจากประเทศอังกฤษ โดยมีอินทผลัมในสวนมากกว่า 15สายพันธุ์


เจ้าของสวนทุ่งทองคำกล่าวว่า ผู้คนในบ้านเรามักชอบกินอินผลัมแบบสดๆ ซึ่งพันธุ์ที่กินสดอร่อยและถูกปากคนไทยก็คือ บาฮี (Barhee หรือ Barhi) เป็นพันธุ์ที่เหมาะสำหรับการทานผลสดโดยเฉพาะ มีแหล่งกำเนิดในประเทศอิรัก ปัจจุบันมีการปลูกกันแพร่หลายในหลายประเทศ กล่าวกันว่า พันธุ์นี้เปรียบเหมือนแอปเปิลแห่งตะวันออกกลาง ส่วนพันธุ์อื่นก็มีเช่น อัมเอ็ดดาฮาน (Um Ed Dahan) ,โคไนซี่ (KHONAIZI)


นายเสกสันต์แจกแจงว่าในสวนแห่งนี้ ปลูกพันธุ์บาฮีเยอะที่สุด ประมาณ 6,000 กว่าต้นในเนื้อที่กว่า 200 ไร่ ใช้ ต้นพันธุ์ที่ได้จากการเพาะเนื้อเยื่อ ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่ผลผลิตออก จำนวน 2000กว่าต้น ใช้เวลาประมาณ 3ปี โดยเฉลี่ยปีแรกให้ผลผลิตอยู่ที่30กิโลกรัม(ก.ก.)/ต้น ผลผลิตปีนี้จะได้ 20 กว่าตัน แม้ว่าบางช่วงจะมีปัญหาในการผสมเกสรอยู่บ้าง ทำให้ได้ผลผลิตไม่เต็มที่


0000ลงทุนไร่ละแสน4ปีคืนทุน

 เจ้าของ“สวนทุ่งทองคํา” ให้ข้อมูลว่า อินผลัมเป็นพืชแห่งอนาคตลงทุนปลูก 3 ปี จะให้ผลผลิตยาว 70-100 ปี หรือ 3 ชั่วอายุคน สาเหตุที่ปลูกพันธุ์ "บาฮี" เยอะสุดเพราะเหมาะกับการรับประทานผลสด มีรสชาติหวานกรอบ ราคาจำหน่ายสูงถึงกิโลกรัมละ 600 บาท โดยวันที่ 7 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมาอายุต้นครบ 3 ปี และผลผลิตจะเริ่มสุกเต็มที่ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม  ทางสวนทุ่งทองคำฯ จึงได้จัดงาน “เทศกาล เที่ยว ชิม กิน อินทผลัมทุ่งกุลา”


สำหรับต้นพันธุ์ที่นำมาปลูกนั้น มีความสูงประมาณ30ซม. ใช้ต้นพันธุ์จากการเพาะเนื้อเยื่อ ราคาต้นละ 1200 บาท ในการขุดหลุมปลูกนั้น เจ้าของสวนทุ่งทองคำระบุว่า ถ้ามาตรฐานง่ายๆเป็นเมตรคูณเมตร จะง่ายในการเตรียมหลุม  ระยะห่าง 6คูณ6เมตร  ถ้าปลูก5เมตรจะชนกัน เกยกัน แสงแดดลงข้างล่างได้ไม่เต็มที่ ส่วนที่สวนปลูกที่7คูณ7 เพราะเป็นระยะเริ่มต้น และใช้ปุ๋ยNPK สูตร 0-0-60 ที่ผสมเอง

พร้อมใช้ปุ๋ยอินทรีย์ผสมดินปลูก มีทั้งปุ๋ยหมัก ปุยคอก ฟางข้าว อินทรียวัตถุ หมักไว้ 1 ปี ให้ปลอดจากเชื้อรา เพื่อปรับโครงสร้างสภาพดิน เพิ่มอินทรียวัตถุในดิน อัตราการใส่ ถ้าต้นทรงพุ่ม1เมตร ใส่เดือนละ1กก.


นายเสกสันต์ให้ข้อมูลอีกว่า  อินทผลัมเป็นพืชไม่สมบูรณ์เพศ จะแยกเพศโดยสิ้นเชิง มีต้นตัวผู้-ตัวเมีย จึงต้องนำเกสรมาผสมกัน  ใช้เวลา140วันถึงจะเก็บผลผลิตได้ ปีนี้เก็บเป็นปีแรกได้ 20 กว่าตัน จาก2000 กว่าต้นนั้น  ลงทุนปลูกตกไร่ละ 1 แสนบาท ไม่รวมค่าที่ดิน และคิดคำนวณไว้แล้วว่า ภายใน 4 ปีน่าจะคืนทุน เป็นการใช้เงินลงทุนที่สูงมาก  โดยปีแรกใช้จ่ายเงินเดือนละ 1,200,000 บาท ใช้คนงาน 30 กว่าคน คิดว่าปี2563ก็น่าจะได้ทุนคืน

สำหรับการนำอินทผลัมมาแปรรูปนั้น ตอนนี้ได้ทำน้ำอินทผลัมสด น้ำอินทผาลัมนมสด ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่มีหวานธรรมชาติจากอินทผาลัม เป็นการสร้างจุดเด่น เพราะอินทผาลัมเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว เป็นน้ำตาลที่ค่อนข้างบริสุทธิ์ กินเข้าไปแล้วไม่ตกค้างในระบบกระแสเลือด เป็นความหวานที่มีประโยชน์ ให้กำลังงานสูง แปรรูปก็จะเป็นเครื่องดื่ม ขนม ที่ใช้ความหวานธรรมชาติ


000ย้ำเป็นผลไม้เศรษฐกิจ

นายเสกสันต์ระบุว่า อินผลัมเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่มีอนาคต เพราะเป็นผลไม้ที่ชาวมุสลิมต้องรับประทานกันตามความเชื่อความศรัทธาทางศาสนา หรือพูดง่ายๆว่าเป็นผลไม้ของพระเจ้า ฉะนั้นจึงมีตลาดใหญ่ โดยเฉพาะตลาดในประเทศอาเซียนอย่างอินโดนีเซียที่มีประชากรถึง 218ล้านคน อย่างไรตอนนี้ลำพังขายผลสดในประเทศก็ไม่เพียงพอแล้ว

 แม้จะเป็นสวนอินทผลัมใหญ่สุดในอีสาน แต่ทางสวนไม่ได้ขายต้นพันธุ์ โดยนายเสกสันต์บอกว่าได้ส่งเสริมให้เกษตรกรในละแวกนั้นปลูกด้วย และมองว่าหากหน่วยงานภาครัฐสนับสนุนในเรื่องเงินทุนก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นผลไม้ที่มีราคา เกษตรกรที่ปลูกสามารถมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีได้ เนื่องจากแม้จะลงทุนสูงแต่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าในระยะเวลาแค่ 3-4 ปีท่านั้น ซึ่งทางประเทศตะวันออกกลางเองก็ยังแปลกใจว่าทำไมสวนนี้ถึงปลูกได้ผลผลิตดี ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพื้นดินบ้านเราไม่ใช่ทะเลทรายรากต้นอินทผลัมจึงหากินได้ดีกว่า ทำให้เจริญเติบโตได้ดี จึงออกลูกค่อนข้างเร็ว หากเปรียบเทียบกับการปลูกในประเทศตะวันออกกลาง ส่วนค่าความหวานก็ไม่ได้แตกต่างกันมานัก

 ที่ผ่านมามีเกษตรกรทั้งประเทศและต่างประเทศมาศึกษาดูงานที่สวนแห่งนี้ และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอีกแห่งของร้อยเอ็ดที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว ขณะที่เจ้าของสวนมุ่งมั่นตั้งใจให้เป็นศูนย์เรียนรู้การปลูกอินทผลัมในภาคอีสาน สำหรับเกษตรกรหรือผู้ที่สนใจ สามารถแวะชมสวนทุ่งทองคำฯ ติดต่อได้ที่โทร0888037777

 

0000ใต้ภาพ

 1447...เสกสันต์ สีรินทร์ เจ้าของสวนทุ่งทองคำฯ

144...ในช่วงอินทผลัมออกลูกนักท่องเที่ยวต่างแห่ไปชมและถ่ายรูป

 

Tags : จำลอง บุญสอง

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี 

ฝ่ายการตลาด คุณ บุณย์วรางค์ มนตรีพิศาล โทร.081-4971702  

ประจำกองบรรณาธิการ สาวดอนเมือง มณี บันลือ  อินทรีดำ ธงชัย อึ้งเข่งสุง

 
view