http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 27/11/2021
สถิติผู้เข้าชม11,895,456
Page Views14,059,900
« December 2021»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
lifestyle & review
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42365202
 

"กระท่อม"พารวย นิธิ ลิ้มสิรนาถ เปิดสูตรเพาะต้นกล้า กระท่อม

"กระท่อม"พารวย นิธิ ลิ้มสิรนาถ เปิดสูตรเพาะต้นกล้า กระท่อม

"กระท่อม"พารวย นิธิ ลิ้มสิรินาถ เปิดสูตรเพาะต้นกล้า กระท่อม

โดย สาวดอนเมือง เรื่อง-ภาพ

  นับตั้งแต่ภาครัฐปลดล็อก"กระท่อม"ออกจากบัญชียาเสพติด ประเภทที่ 5 เมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้คนทั่วไปสามารถปลูกกระท่อม และสามารถซื้อขาย หรือนำมาบริโภคได้อย่างเสรี ไม่ผิดกฎหมายอีกต่อไป ทำให้เกิดอาชีพใหม่ๆเกี่ยวกับกระท่อมขึ้นมาหลายอาชีพ ทั้งขายใบกระท่อมสด เพาะกล้า ตอนกิ่ง เสียบยอด ล้อมต้นกระท่อมขาย  ซึ่งมีขายกันทั่วไป รวมทั้งในออนไลน์ด้วย เรียกว่ารวยจากกระท่อมกันเป็นแถว


 คุณนิธิ ลิ้มสิรินาถ" หรือโอ๋ รองประธานสมาคมผู้ปลูกพืชทางเลือกใหม่เพื่อการเรียนรู้และการค้าไทย(สปกท.) จ.ฉะเชิงเทรา และประธานวิสาหกิจชุมชนบ้านคุณโอ๋ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา  เป็นอีกคนหนึ่งที่ได้เงินก้อนโตจากการปลดล็อกกระท่อม โดยขายต้นกล้ากระท่อมได้เกือบล้านบาทในช่วงระยะเวลาไม่กี่เดือน

  เจ้าตัวเล่าที่มาที่ไปของการขายต้นกระท่อมจนกลายเป็นเศรษฐีย่อมๆว่า พอทราบข่าวจากนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรมว่าจะมีการปลดล็อกกระท่อมในวันที่ 24 ส.ค. ก็เตรียมเพาะกล้าไว้ แต่ไม่รู้ว่าจะมาแรงขนาดนี้ กลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ เริ่มตั้งแต่เพาะกล้าจากเงินทุนแค่ 1,500 บาท ช่วงระยะเวลา 3 เดือนทำเงินได้ 9 แสนกว่าบาท เพราะกระบะหนึ่งที่เพาะตกประมาณ 1,000 กว่าต้น ภายใน 3 เดือนได้ 3,000 กว่าต้น ขายตั้งแต่ต้นละร้อยยันต้นละ 700-800 บาทตามไซส์


 ช่วงแรกไซส์ 20-30 ซ.ม. ขายต้นละ 200 บาท ส่วนไซส์ 40-50 ซ.ม. ขายต้นละ 300 บาท ไม่ถึงสัปดาห์ขยับราคาขึ้นเป็นต้นไซส์ 10-20 ซ.ม. ต้นละ 200 บาท ไซส์ 20-30 ซ.ม. ต้นละ 300 บาท ส่วนไซส์ 40-50 ซ.ม. ต้นละ 700 บาท เลยทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นแบบเห็นได้ชัด จริงๆแล้ว ช่วงแรกที่ปลดล็อกมา 2-3 วัน ขายไปเยอะแล้ว เฉพาะวันแรกขายไปได้ 3 แสนกว่าบาท


 ก่อนหน้าจะมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว หนุ่มวัย 40 ปลายๆ ดีกรีปริญญาตรีวิศวะ บอกว่า เคยเป็นผู้จัดการโรงแรม แต่ด้วยพิษเศรษฐกิจและเป็นโรคมะเร็งขั้วปอด เลยออกจากงานประจำมาใช้ชีวิตเรียบง่ายแบบพอเพียงมาหลายปีแล้ว โดยปลูกทุกอย่างที่กินได้ในบ้านพักเนื้อที่ 200 ตารางวา อยู่ตัวอ.เมืองฉะเชิงเทรา พร้อมศึกษาและกินสมุนไพรอย่างน้ำมันกัญชาจนหายจากโรคร้าย จึงมีความรู้และมีประสบการณ์ในส่วนของกัญชาและกระท่อม ต่อมาได้ซื้อกัญชาจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้มาทำการตลาดในชื่อแบรนด์"สไมล์ กัญ" เป็นชากัญชาพร้อมดื่ม ขายในออนไลน์กระปุกหนึ่งมี 10ซอง ราคา 450 บาท ซึ่งช่วงก่อนขายดีมาก แต่ระยะหลังยอดขายค่อนข้างอืด เลยหันมาเอาจริงเอาจังกับการเพาะกล้ากระท่อม


 คุณโอ๋บอกว่า กระท่อมมีหลายพันธุ์ทั้งก้านแดง กั้งเขียว โพธิ์ทอง แตงกวาและหางกั้งแดง แต่ที่นิยมปลูกกันคือก้านแดงเพราะพันธุ์นี้มีตัวฤทธิ์ยาที่โรงงานต้องการ รองลงมาคือแตงกวา

 สำหรับเทคนิคการเพาะพันธุ์ต้นกระท่อม เขาอธิบายว่า กระท่อมมีแต่เกสร ดังนั้นต้องคัดพันธุ์ที่ต้องการ เช่นก้านแดง ต้องไม่ปลูกติดกับสายพันธุ์อื่น หากปลูกติดกับสายพันธุ์อื่นจะกลายพันธุ์ ที่นี่จะเน้นกระท่อมก้านแดง วิธีการเพาะจริงๆแล้วง่าย เริ่มจากใช้พีทมอสใส่ตะกร้าที่มีรูแล้วราดน้ำให้ชุ่ม นำเมล็ดโรยให้ทั่วใช้กระบอกฉีดน้ำหรือมฟ๊อกกี้ไปที่เกสรให้ชุ่มทั้งหมด คลุมพลาสติกไว้ 5-7 วัน จะงอกต้นอ่อนออกมา จากนั้นนำพลาสติกออก แล้วใช้ฟ็อกกี้ฉีดต่อ พอ 1 เดือนแยกต้นกล้านำออกมาใส่ถุง  ปลูกลงถุงไปประมาณอีก 2 เดือนจะได้ไซส์ 20 ซ.ม. แต่ถ้าอยากขายเร็วๆ ลงทุนไปสัก 1 เดือนสามารถขายได้ ต้นจะมีขนาด5-10 ซ.ม.


 ส่วนแมลงศัตรูพืชของกระท่อมคือเต่าทอง และตั๊กแตน ช่วงระหว่างการเพาะต้นกล้าต้นเล็ก ส่วนที่สำคัญต้องระวังคือถาดเพาะ ต้องระวังอึ่งอ่างและคางคก เพราะสัตว์พวกนี้ชอบความชุ่มชื้น จึงมักมุดไปในถาดหรือใต้ถาด เพราะฉะนั้นเวลาเพาะต้องวางไปในที่สูงหน่อย ไม่ให้ปีนเข้าไปได้

 ทั้งนี้การเพาะกล้ากระท่อมไม่จำเป็นต้องทำเป็นโรงเรือน สามารถปลูกกลางแจ้งได้ แต่โรงเรือนสามารถกันตั๊กแตนกับเต่าทองได้ ที่นี่ไม่ได้ใช้ยาหรือสารเคมีอะไรเลย ใช้ปุ๋ยชีวภาพ ไม่มีปุ๋ยเคมี เพราะถ้าใช้ปุ๋ยเคมีเยอะๆต้นกล้าก็ต้องพึ่งเคมีตลอด แต่ใช้ปุ๋ยชีวภาพ เช่นมูลสัตว์ น้ำส้มควันไม้หรือสะเดาที่นำมาหมักเป็นจุลินทรีย์ นำมาผสมเพื่อฉีดพ่น หากใช้สารเคมีฉีดเข้าไปก็ไม่ดี เนื่องจากตลาดส่งออกมีการตรวจสารพิษ


 คุณโอ๋ระบุว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาซื้อต้นกล้ากระท่อมเป็นพ่อค้าตลาดนัด เพื่อนำต้นไปขายต่อ ครั้งหนึ่งขายได้เจ้าละ 100-500ต้น ในส่วนของเกษตรกรที่นำไปเพาะปลูกมีน้อย นอกจากนี้ยังมีคนสั่งจองไว้เยอะเป็นแสนๆต้น เพราะลูกค้าเชื่อใจ เนื่องจากขายในนามสมาคมสปกท. ซึ่งได้จัดโครงการปลูกต้นกระท่อม 1 ล้านต้นทั่วประเทศ (โทร091-742-5998)

 การปลูกกระท่อมนั้นไม่ยาก ชอบดินร่วนซุย ชอบอากาศชื้นและแดดรำไร ถ้ามีแหล่งน้ำที่ดีสามารถปลูกได้ทุกพื้นที่


 ส่วนการขยายพันธุ์ มีหลายวิธีทั้งการเพาะจากเกสร การปักกิ่งชำ การเสียบยอดและตอนกิ่ง ซึ่งการเสียบยอดจะเก็บใบได้เร็ว ใช้เวลาแค่ 3-6 เดือน แต่ถ้าเพาะกล้าใช้เวลา 3 ปี แต่ต้นจะมั่นคงและใหญ่ ในส่วนของตนเพาะกล้าอย่างเดียว โดยเข้าร่วมโครงการปลูกต้นกระท่อม 1 ล้านต้นของสมาคมฯด้วย มีเป้าหมายให้เกษตรกรปลูกกระท่อม ในพื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้ 100 ต้น แต่ถ้าไม่มีพื้นที่ขนาดนั้นก็ให้รวมกลุ่มกันครบ 1 ไร่ แล้วมาทำสัญญากับสมาคมฯได้ ทางสมาคมฯจะเป็นผู้รับซื้อใบ

 "ตอนนี้กระท่อมมาแรงกว่ากัญชา เพราะกัญชายังไม่ปลดล็อคหลายอย่าง แต่กระท่อมปลดล็อคหมดแล้ว ยกเว้นการนำเข้า ส่งออก หรือการผลิต ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกระท่อม อันนี้ต้องขออนุญาตอย.ก่อน ส่วนตัวมองว่าตลาดกระท่อมน่าจะไปได้ไกล เพราะในการวิจัยหรือการค้นพบของต่างประเทศทั้งญี่ปุ่น จีนหรือว่าสหรัฐ ยอมรับว่ากระท่อมสามารถลดเบาหวานได้ และคนในบ้านเราเป็นเบาหวานเยอะมาก  อีกอย่างกระท่อมของไทย ไม่น่าจะมีใครสู้ได้ ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย รวมถึงเรื่องของสายพันธุ์หรือสภาพอากาศ ประเทศไทยได้เปรียบ เรื่องสารที่อยู่ในตัวใบ"

 ด้วยความที่เห็นช่องทางการตลาด คุณโอ๋ให้ข้อมูลว่า ได้ร่วมกับพรรคพวกใช้ที่ดิน 50 ไร่ในจ.กาญจนบุรี เพื่อปลูกกระท่อม เพราะแต่ละปีมีรายได้เยอะมาก ในพื้นที่ 1 ไร่ทำรายได้ไร่ละ 40,000 บาทต่อเดือน อันนี้คือรายได้ขั้นต่ำที่ขายใบอย่างเดียว ส่วนตลาดรองรับมีทั่วไป เพราะตอนนี้เริ่มมีคนจดทะเบียนขออนุญาตนำเข้าส่งออกกระท่อม

 เขายังบอกอีกว่า กระท่อมเป็นพืชที่ไม่มีผล ตอนนี้เกษตรกรที่ระยองและจันทบุรี เริ่มมาปรึกษาจะตัดต้นทุเรียนออกเพื่อจะปลูกกระท่อม เนื่องจากผลไม้มีรายได้ปีต่อปี แต่กระท่อมทำรายได้ทั้งปี เพียงให้มีใบและปลอดภัยเท่านั้นเอง อีกอย่างโรคของใบกระท่อมก็มีน้อยมาก ป้องกันกันแค่แมลงอย่างเดียว เท่าที่ทราบตอนนี้มีจีน ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา นำใบกระท่อมไปทำยารักษาเบาหวาน

 จากบทสนทนานี้คงทำให้หลายคนอยากเข้าสู่วงการกระท่อมบ้าง ซึ่งถือว่าเป็นสมุนไพรอีกตัวที่มีอนาคตสดใส เพราะใช่จะมีตลาดในประเทศเท่านั้น ยังมีตลาดต่างประเทศด้วย

Tags : จำลอง บุญสอง

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี 

ฝ่ายการตลาด คุณ บุณย์วรางค์ มนตรีพิศาล โทร.081-4971702  

ประจำกองบรรณาธิการ สาวดอนเมือง มณี บันลือ  อินทรีดำ ธงชัย อึ้งเข่งสุง

 
view