http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 28/09/2022
สถิติผู้เข้าชม12,886,756
Page Views15,094,837
« September 2022»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
lifestyle & review
  วช. ร่วมพิธีวางพุ่มดอกไม้ ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ ๔ วันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๕ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดพิธีวางพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระสยามเทวมหามงกุฎ
  จิตอาสาปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ 12 สิงหาคม น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนองค์กร สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดกิจกรรมจิตอาสา “ปลูกต้นไม้ สร้างฝายชะลอน้ำ คืนชีวิตให้กับแผ่นดิน” เพื่อเฉลิมพระเกียรติส
  สปน. - สถ. และ บชท. หนุนท้องถิ่นขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงทั่วไทย ในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565” วันที่ 4 สิงหาคม 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และมูลนิธิ
  มก. ศึกษาโซ่อุปทานของผลิตภัณฑ์สับปะรดแบบครบวงจร ตามแนวคิดเศรษฐกิจบีซีจีพร้อมพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนต้นแบบแปรรูปเส้นใยสับปะรดเพื่อผลักดันการผลิตเชิงพาณิชย์ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกสับปะรดรายใหญ่ของโลก แต่เกษตรกรยังต้องเผช
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42365202
 

ส่อง 2 วัดดังในยะลา-ปัตตานี วัดคูหาภิมุข-วัดช้างให้

ส่อง 2 วัดดังในยะลา-ปัตตานี วัดคูหาภิมุข-วัดช้างให้

ส่อง 2 วัดดังในยะลา-ปัตตานี วัดคูหาภิมุข-วัดช้างให้

 ปู้เปรี้ยว เมืองปทุม

 เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีโอกาสเดินทางไปจังหวัดยะลา  โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)  ร่วมกับเทศบาลนครยะลา นำนักวิจัย มหาวิทยาลัยนเรศวร(มน.) ลงพื้นที่ เก็บตัวอย่างซากเชื้อ SARS-CoV-2 ในน้ำเสียโสโครก หาฮอตสปอตการระบาดโควิด-19 ในชุมชน ซึ่งสามารถตรวจสอบผู้ติดเชื้อได้

  โครงการวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากวช. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มีนักวิจัยจากมน. นำโดย ผศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่ในชุมชนเทศบาลนครยะลา  เก็บตัวอย่างซากเชื้อ SARS-CoV-2 ในน้ำเสียโสโครก เพื่อทำแผนที่ความเสี่ยงคาดการณ์ผู้ติดเชื้อระดับชุมชนในเทศบาลนครยะลา ล่วงหน้า 2สัปดาห์ เป็นการดำเนินการเชิงรุกตอบโต้การแพร่ระบาดของโควิด-19

   สำหรับการเก็บตัวอย่างน้ำเสียชุมชนในครั้งนี้ รวมพื้นที่ประมาณ 40 จุด และนำตัวอย่างน้ำกลับไปตรวจวิเคราะห์ซากเชื้อ SARS-CoV-2 ด้วย RT-qPCR และ LAMP เพื่อคำนวณร้อยละของผู้ติดเชื้อในชุมชน และรายงานผลเป็นแผนที่ระบุความเสี่ยง คาดการณ์การติดเชื้อล่วงหน้าต่อไป โดยเทศบาลนครยะลาจะนำผลการวิจัยนี้ไปวางมาตรการเชิงรุกต่อไป

  ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการ วช. กล่าวว่า การแก้ปัญหาและรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ถือเป็นวาระแห่งชาติ วช.ได้สนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ ในฐานะหน่วยงานบริหารงานวิจัยของประเทศ (PMU) และศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมการแพทย์ และการวิจัยและพัฒนา เพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง วช. และหน่วยงานประชาคมวิจัยได้เตรียมพร้อมนวัตกรรมทางการแพทย์อื่นๆ เพื่อการรองรับการระบาดในระลอกใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต สำหรับการตรวจหาเชื้อ SARS-CoV-2 ในน้ำเสียโดยใช้เทคนิคผสมผสาน ของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวร นับเป็นผลงานที่มีความก้าวหน้าและมีประโยชน์ต่อประเทศ สามารถลดต้นทุนการจัดการ เพื่อให้ชุมชนและสังคม สามารถเข้าถึงข้อมูล และการเตือนภัยล่วงหน้าจากการโรคอุบัติใหม่ได้

  ด้านนายภิรมย์ นิลทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้ถือว่าเป็นผลดีต่อยะลา เนื่องจากยังอยู่ในพื้นที่จังหวัดสีแดงเข้ม โดยเทศบาลนครยะลาจะนำผลการวิจัยนี้ไปวางมาตรการเชิงรุกต่อไป  ซึ่งจังหวัดยะลาต้องการหลุดออกจากพื้นที่สีแดงเข้มให้ได้ เพื่อเปิดเมืองให้ประชาชนได้ใช้ชีวิตอย่างปกติ เด็กๆได้ไปโรงเรียน ประชาชนประกอบกิจกรรมต่าง ๆได้

  หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว ก่อนเดินทางกลับ แม้มีเวลาไม่มาก แต่สิ่งที่ได้รับกลับมีคุณค่าทางใจสุดๆ  เพราะได้ท่องเที่ยววัดสำคัญๆในยะลา รวมไปถึงปัตตานี ซึ่งยะลาเป็นจังหวัดเดียวในภาคใต้ที่ไม่ติดทะเล และอยู่ใต้สุดของประเทศไทย ดังปรากฏในคำขวัญประจำจังหวัดคือ "ใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน"

  ในช่วงแรกแอบกังวลใจเล็กๆ  กลัวๆกล้าๆเพราะเคยดูข่าว เรื่องของความไม่สงบใน3จังหวัดชายแดนใต้  แต่เมื่อนั่งรถมาจากสนามบินหาดใหญ่ เข้าเขตแผ่นดินยะลา ความรู้สึกเหล่านั้นกลับเปลี่ยนไป  เพราะสัมผัสได้ถึงความเป็นเมืองร่มรื่น มีภูเขาต้นไม้สีเขียวขจีตลอดเส้นทาง ผู้คนอัธยาศัยดี อาหารอร่อย บ้านเมืองสะอาด สถานที่ท่องเที่ยวมีมากมายน่าสนใจ  ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ยะลาได้รับรางวัลมากมาย ทั้งในระดับประเทศและในอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสะอาด การจัดวางผังเมือง และการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน 

              

  อย่างที่นายยู่สิน จินตภากร รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครยะลา ให้ข้อมูลว่า ยะลา “ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด น่าเที่ยวมากกว่า  เดินเที่ยวได้ไม่มีปัญหา ชีวิตของคนยะลามีหลายวัฒนธรรม ทั้งไทย-จีน พุทธ มุสลิม คริส ฮินดู แต่อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข”

  จุดแรกที่ได้ไปเช็คอินหลังทำงานหลักเสร็จคือ  ดื่มกาแฟ เติมคาเฟอีน ให้ตาสว่าง  ที่คีรีเขตคาเฟ่ กลางตัวเมือง ร้านกาแฟแห่งนี้ ใช้กาแฟโรบัสต้ากลิ่นหอมกรุ่นเป็นของดียะลา รวมกับกาแฟอาราบิก้าจากภาคเหนือ ผู้มาเยือนจะได้ดื่มด่ำกับกาแฟสดแท้  ผลผลิตจากเหนือเทือกเขาสันกาลาคีรี ให้ความหอมสดชื่นของกาแฟไทย และวัฒนธรรมปลายด้ามขวาน

  เสร็จจากนี้ก็เดินทางไปไหว้พระขอพรกัน วัดแรกคือวัดคูหาภิมุข หรือวัดถ้ำยะลา ตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมืองยะลา  เป็นสถานที่สำคัญที่ แสดงความรุ่งเรืองของศาสนาพุทธในบริเวณนี้ ตั้งแต่สมัยอาณาจักรศรีวิชัย  

  พวกเราซื้อดอกไม้ ไปไหว้พระในโบสถ์  เดินขึ้นบันไดที่ทำเป็นหัวพญานาคสีขาว ลำตัวเลื้อยยาวไปยังปากถ้ำมีรูปปั้นยักษ์ สูงใหญ่ชาวบ้านเรียกว่า “เจ้าเขา” สร้างโดยช่างพื้นบ้านเมื่อ พ.ศ. 2484

  ภายในถ้ำมีลักษณะคล้ายห้องโถงใหญ่ ดัดแปลงเป็นศาสนสถาน มีปล่องที่เพดานถ้ำยามแสงแดดส่องลงมาดูสวยงามมาก เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ สันนิษฐานว่าสร้างมาแต่ปี พ.ศ. 1300 เป็นพระพุทธไสยาสน์สมัยศรีวิชัย มีขนาดความยาว 81 ฟุต 1 นิ้ว เชื่อกันว่าเดิมเป็นปางนารายณ์บรรทมสินธุ์ เพราะมีภาพนาคแผ่พังพานปกพระเศียร ต่อมาจึงได้ดัดแปลงเป็นพระพุทธไสยาสน์แบบหินยาน  ใช้เวลาเดินชมความงดงามในถ้ำ กราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ร่วมหยอดตู้บำรุงวัดสร้างกุศล

  ต่อมาเดินทางต่อเพื่อไปกราบนมัสการหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ จ.ปัตตานี อันเป็นทางผ่านก็ไปขึ้นเครื่องที่สนามบินหาดใหญ่ เคยคิดว่าหากมีโอกาส อยากไปวัดช้างให้สักครั้งในชีวิต และแล้วฝันก็เป็นจริง เชื่อว่าชาวพุทธคงไม่มีใครไม่รู้จัก หลวงปู่ทวดตำนานเหยียบน้ำทะเลจืด ปาฏิหาริย์เล่าขานไม่รู้จบ  สถานที่ตั้งของวัดอยู่ติดกับสถานีรถไฟวัดช้างให้ หน้าวัดมีรางรถไฟเก๋ๆ สามารถเดินไปถ่ายรูปเล่นได้

 วัดแห่งนี้เคยเป็นวัดที่หลวงปู่ทวดได้เป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัด และอัฐิของหลวงปู่ก็บรรจุไว้ที่วัดแห่งนี้ด้วยเช่นกัน ทำให้วัดช้างให้กลายเป็นวัดที่ผู้คนที่เลื่อมใสในหลวงปู่ ต้องมากราบไหว้สักการะบูชา  เป็นวัดที่มีความสงบมากๆ    

  สำหรับการกราบไหว้ขอพรหลวงปู่ทวด สามารถจุดเทียนจุดธูปได้ที่บริเวณหน้าวิหารสมเด็จหลวงพ่อทวดส่วนแผ่นทอง และดอกไม้สามารถนำเข้าไปสักการะภายในวิหารได้ ถ้าใครมีโอกาสมาเที่ยวปัตตานี ยะลา หรือนราธิวาส ขอแนะนำให้มาเที่ยวที่นี่ดู แล้วจะรู้ว่าสวรรค์บนดินมีอยู่จริง แล้วอย่าลืมเช็คอิน ถ่ายรูปชิลๆ มาอวดกันด้วย

 

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี 

บรรณาธิการ  จำลอง บุญสอง

บรรณาธิการภาพ  ชัยวัฒน์ เดชพุ่มพวง

ฝ่ายการตลาด คุณ บุณย์วรางค์ มนตรีพิศาล โทร.081-4971702  

ประจำกองบรรณาธิการ สาวดอนเมือง มณี บันลือ  อินทรีดำ ธงชัย อึ้งเข่งสุง ติ่ง พงษ์ไทย

 
view