http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 24/06/2022
สถิติผู้เข้าชม12,587,430
Page Views14,783,068
« June 2022»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  
lifestyle & review
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42365202
 

มจธ. หนุน SAFETist Farm สร้างต้นแบบเศรษฐกิจสีเขียวจากฐานเกษตรกรรมริมคลองบางมด

มจธ. หนุน SAFETist Farm สร้างต้นแบบเศรษฐกิจสีเขียวจากฐานเกษตรกรรมริมคลองบางมด

มจธ. หนุน SAFETist Farm สร้างต้นแบบเศรษฐกิจสีเขียว

จากฐานเกษตรกรรมริมคลองบางมด

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)

จากข้อมูลของกรุงเทพมหานคร ระบุว่า ในพื้นที่สีเขียวจำนวน 3,064 ไร่ของเขตทุ่งครุนั้น เป็น“พื้นที่เกษตรกรรม” เพียง 400 กว่าไร่ ขณะที่อีกกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ เป็น “พื้นที่ว่างเปล่า” ซึ่งในอดีตส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม แต่ถูกทิ้งร้างหลังเหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ เมื่อปี 2554 เพราะสภาพดินมีความเค็มจนไม่สามารถทำสวนผลไม้ได้เหมือนเดิม ดังนั้น การทำให้เกษตรกรทุ่งครุที่เหลืออยู่ สามารถมีรายได้จากการเพาะปลูก รวมถึงรายได้จากกิจกรรมอื่นๆ ที่เกิดจากฐานทุนทรัพยากรของตนเองอย่างเพียงพอและพอเพียง จึงเป็นแนวทางที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยรักษาพื้นที่สีเขียวของเขตทุ่งครุให้คงอยู่ต่อไป

เป็นที่มาให้ ดร.กัญจนีย์ พุทธิเมธี อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และทีมวิจัย ภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบชุมชนริมคลองฝั่งธนบุรีด้วยเครือข่ายคลังสมองของพื้นที่และแผนผังภูมินิเวศเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน (โครงการ Green Thonburi) โดยการสนับสนุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ต้องการที่จะสร้างต้นแบบของ“โมเดลเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)” ให้เกิดขึ้นในพื้นที่ชุมชนริมคลองบางมด เขตทุ่งครุ ที่สามารถสร้างธุรกิจจากฐานทุนด้านการเกษตรที่เลี้ยงตัวเองได้ พร้อมทั้งเป็นผู้ผลิต “อาหารปลอดภัย” และเป็น “อาหารของคนเมือง” ให้กับคนในพื้นที่โดยรอบไปพร้อมกัน 

“เราต้องการนำเศรษฐกิจสีเขียวกลับคืนสู่ชุมชนเกษตรทุ่งครุและชุมชนริมคลองบางมดอีกครั้ง อาจยังไม่ใช่ในรูปแบบเดิมที่เป็นสวนส้ม แต่เป็นการนำรูปแบบหลายอย่างเข้ามารวมกัน ทั้งเรื่องของการเกษตร การท่องเที่ยว และอื่นๆ เพื่อสร้างโมเดลเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่จะส่งผลดี ทั้งกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน” ดร.กัญจนีย์ กล่าว

จึงเป็นที่มาของกิจกรรม “ครอบครัวตะกร้าผัก” ที่ ดร.กัญจนีย์ และทีมวิจัยของ มจธ. ภายใต้โครงการ Green Thonburi เข้าไปสนับสนุน “เซฟติสท์ ฟาร์ม (SAFETist Farm)” ซึ่งเกิดจากความฝันและความมุ่งมั่นของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงพื้นที่กว่า 2 ไร่เศษริมคลองบางมดจากที่เคยปลูกส้มแล้วถูกทิ้งร้าง ให้กลายเป็นแหล่งผลิตอาหารที่ปลอดภัยสำหรับคนในกลุ่มเมื่อสองปีก่อน

คุณวิไลวรรณ ประทุมวงศ์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง SAFETist Farm กล่าวว่า จากการทำงานด้านพัฒนาสังคมในพื้นที่คลองบางมด มานานกว่า 10 ปี ตนเองและเพื่อนๆ จึงต้องการมีพื้นที่สำหรับผลิตอาหารที่ปลอดภัยไว้รับประทานเอง จึงได้มีโอกาสมาเช่าสวนส้มบางมดร้างแปลงนี้พัฒนาเป็นฟาร์มกสิกรรมขึ้นเมื่อปี 2563 โดยนำความรู้ต่างๆ มาช่วยกันพลิกฟื้นสภาพพื้นที่ที่เป็นดินเค็ม ให้มาเป็นแปลงเกษตรปลอดสาร จนสามารถปลูกผักปลอดภัยไร้สารเคมีนำมาแบ่งปันให้กับสมาชิกภายในกลุ่มไว้รับประทานกันได้ และเมื่อโครงการ Green Thonburi เลือกฟาร์มแห่งนี้เป็นต้นแบบของเศรษฐกิจสีเขียวในพื้นที่ทุ่งครุ จึงใช้ความรู้ที่ได้จากการปลูกเพื่อบริโภคมาต่อยอดเป็นการสร้างรายได้ ภายใต้ชื่อ “ครอบครัวตะกร้าผัก”

“จากการทำโครงการมาตั้งแต่เดือน ก.ย. 2564 ที่ผ่านมา โดยการนำผักและผลิตผลที่เก็บได้ภายในฟาร์มมาจัดเป็นชุดตะกร้าผักสดและจัดส่งถึงหน้าบ้านครอบครัวที่สมัครเป็นสมาชิกครอบครัวตะกร้าผักโดยตรงโดยไม่ต้องผ่านคนกลางสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง วันนี้เรามีสมาชิกครอบครัวตะกร้าผัก 30 กว่าราย ทำให้ฟาร์มมีรายได้เพียงพอจะดูแลสมาชิกที่อยู่ประจำในฟาร์มได้แล้ว ก้าวต่อไปของเราก็คือการจะขยายสมาชิกเป็น 100 ครอบครัวในสิ้นปีนี้ พร้อมกับการเชิญชวนคนในชุมชนและพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ ที่สนใจจะปลูกผักขาย ได้เข้ามาเรียนรู้แลกเปลี่ยนเทคนิคการปลูกผักในพื้นที่ดินเค็ม และน้ำกร่อย เพื่อขยายเครือข่ายปลูกผักให้สามารถมีผลผลิตที่หลากหลายและเพียงพอตลอดปี”

นอกเหนือจากการใช้ฐานทรัพยากรมาสร้างรายได้จากการจำหน่ายผลผลิต ที่ปัจจุบันมีทั้งผัก ไข่ไก่ ไข่เป็ด สมุนไพร รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ เช่น สบู่ น้ำยาล้างจาน ฯลฯ แล้ว SAFETist Farm ยังใช้สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้นิเวศวิถีริมคลอง และเป็นสถานที่ฝึกอบรมให้ความรู้กับคนในชุมชนและเกษตรกรที่สนใจ เช่น การอบรมอาชีพปลูกผักให้กับผู้มีอาชีพขายของเก่า ชุมชนใต้สะพาน (ประชาอุทิศ 76), จัดอบรมการทำสินค้าอุปโภคจากน้ำหมักชีวภาพ เป็นต้น  นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศเชิงเกษตรสำหรับครอบครัวหรือกลุ่มคนเมืองที่ต้องการสัมผัสวิถีชีวิตแบบติดดิน ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น พาเรือคายัค ชมวิถีชีวิตชุมชนริมคลองบางมด หรือการจัดกิจกรรม Farm Visit เดือนละ 1 ครั้ง เป็นต้น ทั้งหมดนี้ คือการตอบโจทย์ของโครงการ Green Thonburi ที่ต้องการให้โมเดลเศรษฐกิจสีเขียว ของ SAFETist Farm เป็นต้นแบบของธุรกิจสีเขียวที่นอกจากสามารถสร้างรายได้เลี้ยงตัวเองได้แล้ว ยังเป็นตัวอย่างของการใช้เศรษฐกิจสีเขียวมาเป็นแนวทางขับเคลื่อนการรักษาพื้นที่สีเขียว และเป็นแนวทางที่ช่วยให้เกิดการใช้ประโยชน์จากพื้นที่รกร้างด้วยปัญหาดินเค็มในเขตทุ่งครุและพื้นที่ใกล้เคียง ให้กลับกลายมาเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่มีประโยชน์ทั้งต่อเจ้าของที่ดินและคนกรุงเทพฯ โดยรวม

“เมื่อชุมชนสามารถมีรายได้ที่เหมาะสมและเพียงพอจากฐานทุนทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งในผืนดินและคูคลองของเขา ก็จะเกิดการช่วยกันรักษาพื้นที่นี้ไว้ ซึ่งการสร้างโมเดลเศรษฐกิจสีเขียวของชุมชนริมคลอง ทั้งชุมชนคลองบางมดแห่งนี้กับชุมชนคลองบางประทุนที่ดำเนินการโดย มจธ. รวมถึง ชุมชนตลาดพลู และชุมชนพูนบำเพ็ญ ที่ดำเนินการโดยสถาบันอาศรมศิลป์ และมหาวิทยาลัยสยาม เป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของงานวิจัยภายใต้โครงการ Green Thonburi ที่ต้องการจัดทำ “แผนผังการพัฒนาพื้นที่บนฐานเศรษฐกิจสีเขียว” ที่สอดล้องกับศักยภาพและความต้องการของชุมชน ที่ทีมงานจาก 3 สถาบันการศึกษา รวมถึงสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยในฐานะหัวหน้าโครงการ ต่างเห็นร่วมกันว่าการสร้างเศรษฐกิจสีเขียวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำเป็นต้องได้รับการบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาควิชาการ และภาคเอกชน เพื่อร่วมสนับสนุนชุมชนในการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น (Local Economy) ซึ่งสร้างความยั่งยืนให้กับทั้งชุมชน สิ่งแวดล้อมโดยรอบและเมืองในภาพรวม”

นอกเหนือจากการดำเนินการขับเคลื่อนในระดับชุมชนหรือในระดับพื้นที่แล้ว  โครงการ Green Thonburi  และภาคีเครือข่าย ยังมีการจัดทำ ข้อเสนอนโยบายให้กับผู้บริหารของกรุงเทพมหานคร  ซึ่งนอกเหนือจาก การพัฒนาพื้นที่บนฐานเศรษฐกิจสีเขียว  แล้ว ยังมีอีก 2 ประเด็นหลักคือ “การจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อการเกษตร” และ “นโยบายการพัฒนาพื้นที่และแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดิน”

“การจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อการเกษตร ถือเป็นความสำคัญเร่งด่วนที่ควรเร่งดำเนินการ เพราะสำนักการระบายน้ำ กทม. มีหน้าที่ครอบคลุมการดูแลคูคลอง เป็นหลัก  แต่ยังไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบการเกษตร ที่จะมาดูแลคุณภาพ ปริมาณ และความต่อเนื่องของสายน้ำที่จะสนับสนุนเศรษฐกิจสีเขียวในเมืองเพื่อสามารถคงไว้ซึ่งความยั่งยืนทางเศรษฐกิจของภาคเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร  รวมถึงการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ยังเชื่อมโยงกับการพัฒนาการท่องเที่ยวท้องถิ่น (Local Tourism) สร้างผลกระทบในหลากมิติทั้งต่อเศรฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม”  ในขณะที่ข้อเสนอเกี่ยวกับ “นโยบายการพัฒนาพื้นที่และแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดิน”  จะเน้นให้เกิดความสอดคล้องกับการอนุรักษ์และสนับสนุนเศรษฐกิจสีเขียวของชุมชน  ผ่านมาตรการต่างๆ  อาทิ ระยะถอยร่นจากแนวคลอง การสร้างกำแพงริมคลองเปิดโล่ง และระบบบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพของโครงการพัฒนาและอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญซึ่งจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและเอกชน ” ดร.กัญจนีย์ กล่าว

 

  

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี 

บรรณาธิการ  จำลอง บุญสอง

บรรณาธิการภาพ  ชัยวัฒน์ เดชพุ่มพวง

ฝ่ายการตลาด คุณ บุณย์วรางค์ มนตรีพิศาล โทร.081-4971702  

ประจำกองบรรณาธิการ สาวดอนเมือง มณี บันลือ  อินทรีดำ ธงชัย อึ้งเข่งสุง ติ่ง พงษ์ไทย

 
view