http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 03/10/2019
สถิติผู้เข้าชม7,811,343
Page Views9,769,278
« October 2019»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  
สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(save the forest green)
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
เรื่องสั้น/เรื่องยาว - สกู๊ปพิเศษ -บทบรรณาธิการ
นานาอาชีพ-เบ็ดเตล็ดเกร็ด..น่ารู้
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42350726
http://www.thongthailand.com/articles/42028136/แก่นจันทน์พรรณไม้-บทพิสูจน์อดีตนักวิชาการป่าไม้-เพาะกล้าไม้
ซือวานโฮมสเตย์ที่พักคีรีโฮมสเตย์
 

สำนึกรักบ้านเกิด โดย ธงชัย เปาอินทร์

สำนึกรักบ้านเกิด               โดย ธงชัย เปาอินทร์

                                                      สำนึกรักบ้านเกิด 

                                                                                                    ธงชัย เปาอินทร์

                        การประชุมคณะกรรมการมูลนิธิสมเพิ่ม กิตตินันท์หลายครั้ง  ถกเถียงกันเรื่อง
                    นักเรียนทุนที่เรียนสำเร็จแล้ว ควรหรือไม่ควรที่จะต้องคืนทุน
                    หรือตอบแทนบุญคุณมูลนิธิ 
                    ในที่สุด ได้คำตอบที่ตรงกันว่า ขอเพียงได้ส่งเสริมการศึกษาให้กับเยาวชนผู้ด้อยโอกาสได้มีโอกาสเรียนอย่างต่อเนื่องด้วยทุนที่ช่วยกันหามาทุกปีๆ
                    เป็นทุนที่ให้เด็กคนไหนก็ให้ตลอดไปตั้งแต่อนุบาลจนกว่าจะสำเร็จปริญญาตรี หรือเท่าที่กำลังสติปัญญาของเขาจะเรียนไปได้ ได้แค่ไหนก็แค่นั้น ไม่ว่ากัน
                    ไม่มีการคัดเลือกนักเรียนเรียนดี แค่เรียนได้ก็ให้แบบให้โอกาสมากกว่า 


                             หมู่บ้านกลางหุบเขา                                                                    ที่ตั้งมูลนิธิ

                     คณะกรรมการมูลนิธิจะตั้งหน้าตั้งตาหาทุนมาส่งเสริมอย่างเดียว
                     นักเรียนทุนก็มีหน้าที่ต้องตั้งใจเรียนอย่างเดียว
                     เมื่อเรียนสำเร็จปริญญาตรีแล้วก็ขอให้เป็นบัณฑิตที่ดี 
                     ถ้ามีงานทำก็ขอให้เลี้ยงตนเองได้เป็นอันดับแรก แล้วกลับมาดูแลพ่อแม่พี่น้องให้ได้อยู่สุขสบายบ้าง
                     ส่วนมูลนิธินั้น ถ้าวันหนึ่งมีกำลังแข็งแรงมากพอจะกลับมาช่วยกันได้ก็ค่อยว่ากัน
                     เป็นอันว่า คณะกรรมการมูลนิธิมิได้มุ่งหวังการคืนทุนจากนักเรียนทุนแต่อย่างใดเลย ซวดๆ


                              ส่งเรียนตั้งแต่อนุบาล                                                 คณะกรรมการมูลนิธิผู้มีเมตตา

                    ปีหนึ่ง คณะกรรมการมูลนิธิมาร่วมประชุมสามัญประจำปี ได้รับรายงานว่า ถึงวันนี้มีบัณฑิตจากทุนของเรา 14 คนแล้ว นอกจากนั้นก็จบม.3 บ้าง ม.6 บ้าง ปวช-ปวส.บ้าง และกำลังเรียนปริญญาตรีอยู่บ้าง
                    ทุกคนดีใจและรู้สึกมีความสุข ที่ได้เห็นความสำเร็จของผลพวงแห่งความพยายาม "ช่วยกันหาทุน"
                    กรรมการบางคนเดินไปในหมู่บ้านกิตตินันท์ แล้วเห็นว่า บัณฑิตของเราซื้ออิฐบล็อกมากองไว้หน้าบ้าน กำลังจะซ่อมแซมบ้านให้พ่อแม่ได้อยู่สุขสบายมากกว่าเดิมที่บ้านเป็นเพียงกระท่อมไม้ไผ่หลังโย้เย้
                    คณะกรรมการมูลนิธิดีใจกันว่า "เราได้บัณฑิตที่เป็นคนดี รู้จักทดแทนพระคุณบิดามารดา" เป็นปลื้มกันใหญ่
                    จากวันนั้น คณะกรรมการมูลนิธิดีใจได้ปลื้ม ไม่พูดถึงเรื่องการจะให้นักเรียนทุนคืนทุนอีกเลย 


                             ผู้ปกครองร่วมงาน                                                    นักเรียนทุนกล่าวขอบพระคุณ

                     มีบางปี นักเรียนทุนของเรากลับมาขอบคุณคณะกรรมการมูลนิธิ ด้วยสำนึกแห่งความรู้พระคุณผู้มีจิตเมตตา รู้จักให้กำลังใจคนแก่ๆที่ตั้งใจหาเงินทุนมาส่งเสียพวกเขาเรียนมามากกว่า 24 ปี
                     ประธานคณะกรรมการมูลนิธิวันนี้อายุ 81  ปี ทั้งคณะเกือบ 2,000 ปี น้อยเสียเมื่อไรกัน
                     นักเรียนทุนคนหนึ่งชื่อเล่นว่า แจ๊ค เข้าเรียนที่โรงเรียนบ้านกิตตินันท์ตั้งแต่          ปีพ.ศ.2523 เป็นนักเรียนรุ่นแรกของโรงเรียน เมื่อจบประถมศึกษาปีที่ 4 เขาไปเรียนต่อที่โรงเรียนนาน้อย แต่ก็เรียนสำเร็จเพียงชั้น มศ.3  เท่านั้น
                    ด้วยว่าระหว่างปิดภาคเรียนได้ออกไปหางานทำที่กรุงเทพมหานคร แต่เมื่ออาศัยนั่งกะบกหลังของรถยนต์กลับบ้านเกิด โชคร้ายได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำ เขาพิการท่อนล่างตลอดชีวิต  นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

          
                                        แจ๊ค..เทิดศักดิ์                                                         แจ๊คกับคู่ชีวิต

                     แจ๊คต้องนั่งอยู่บนรถเข็นตลอดชีวิต เขาใช้เสียงเพลงขับกล่อมย้อมใจจนสามารถแต่งเพลงได้เอง ทุกวันว่างเขานั่งอยู่บนรถเข็นร้องเพลงบรรเลงกล่อมใจให้กับตนเองและเพื่อนๆ 
                     เมื่อคณะกรรมการมูลนิธิมาประชุมช่วงเดือนมกราคมทุกปี เขาจึงมาร้องเพลงให้คณะกรรมการมูลนิธิฟังด้วยเพลงที่เขาแต่งขึ้นเอง เล่นกีต้าโปร่งเอง
                     ช่วงเวลาที่บรรเลงคือระหว่างรับประทานอาหาร อันเป็นการทดแทนพระคุณเท่าที่เขาจะทำให้ได้ 
                     แจ๊ค หรือชื่อจริงว่า เทิดศักดิ์ สารผัด เด็กที่เคยเป็นเด็กที่ร่าเริง สนุกสนาน ซุกซนคล่องแคล่วและฉลาดเฉลียว วันนี้ยังอารมณ์ดีเหมือนเดิม 


 
                             เด็กๆเล่นใต้ถุนอาคารเรียนร้าง                                         แจ๊คกับอาชีพของเขา

                    แจ๊ค ฝึกอาชีพเป็นช่างอิเลคทรอนิค พิการเพียงท่อนล่าง แต่มือ  สมอง และจิตใจของเขายังใช้งานได้ดีเยี่ยม
                    ทุกวันนี้มีอาชีพที่มั่นคงด้วยการรับซ่อมเครื่องไฟฟ้า ทีวี วิทยุ อยู่ที่ตลาดในอำเภอนาน้อยด้วยความมานะอดทน
                    วันนี้แจ๊คอายุ 33 ปี เป็นหนุ่มใหญ่ที่มีความรับผิดชอบชั่วดี 
                    วันหนึ่ง เขาโทรศัพท์มาหาผม(เลขานุการมูลนิธิ)  เขากล่าวด้วยเสียงที่มาดมั่น

                             
                                                                                 เต้นทุกปี..น่ารักจริงๆ                                    

                    "ลุงธงครับ ผมแจ๊คนะครับ ผมได้พูดคุยกับน้องๆ ในหมู่บ้านที่เป็นนักเรียนทุนทั้งที่กำลังเรียนและที่เรียบจบแล้ว  พวกผมรู้สึกซาบซึ้งในพระคุณคณะกรรมการมูลนิธิมากเลยครับ ผมคุยกันว่า ผู้ใหญ่เหล่านั้นมีแต่ให้พวกเรามานานหลายปีแล้ว แต่พวกเรายังไม่เคยทดแทนพระคุณท่านเลย" แจ๊คทิ้งระยะเสียงหายไป


                           นักเรียนช่วยงาน                                                                                          
        
                    "แจ๊ค แจ๊ค  ยังอยู่ในสายไหม" ผมขานหา  แจ๊คตอบกลับมาอีกครั้ง
                    "ลุงธงครับ พวกผมอยากตั้งกองทุนเยาวชนรักบ้านเกิด  เพราะว่าทุกวันนี้โรงเรียนของเราถูกปิด โทรมไปเยอะ เวลาที่คณะกรรมการมาแจกทุนแต่ละปี พวกผมรู้สึกว่า น่าอับอายที่โรงเรียนรกมาก พวกผมรู้สึกอยากทดแทนพระคุณท่านคณะกรรมการที่ช่วยพวกเราตลอดมา  พวกผมก็เลยอยากจะช่วยกันหาทุนเอาไว้พัฒนาโรงเรียนให้สะอาด ดูดี เหมือนเมื่อยังเปิดสอนอยู่ครับ  ลุงธงเห็นด้วยไหมครับ"
                     ผมฟังแจ๊คเล่าแล้ว น้ำตาคลอเบ้า  ผมรู้สึกดีใจ ดีใจมากๆ ที่เด็กๆมีกำลังพอเพียงแล้ว เกิดสำนึกรักบ้านเกิด โรงเรียนที่เคยร่ำเรียนมา
                    "ดีแจ๊ค ดีมาก ลุงจะเรียนให้ท่านประธานคณะกรรมการมูลนิธิท่านอุดม หิรัญพฤกษ์ ทราบนะ ท่านคงดีใจ" 


                        นักเรียนทุนช่วยกันเอง                                                                 ลงแรงพัฒนา

                    จากนั้น  ผมโทรศัพท์ไปรายงานท่านประธานกรรมการ เล่าให้ท่านฟังว่าเด็กๆอยากทำอะไร  สำนึกรักบ้านเกิดได้เกิดแล้ว ตามที่พวกคณะกรรมการได้กรุณาให้เวลาแก่นักเรียนทุนตลอดมา
                     อีกสี่วันต่อมา 
                     "ลุงธงครับ ผมแจ๊คนะครับ  พวกผมอยากทอดผ้าป่าสามัคคี เรียนแบบที่มูลนิธิทำครับ ช่วงสงกรานต์นักเรียนทุนจะกลับมาเยี่ยมบ้านเกิด ก็เลยจะถือโอกาสหาเงินทุนตั้งเป็นกองทุนพัฒนาโรงเรียนร้าง วันที่ 11 เมษายน 2553 ครับลุงธง" 
                     แจ๊คโทรมาเล่ากำหนดการให้ฟัง และได้ส่งซองผ้าป่ามาให้ช่วยพวกเขาหาทุนด้วย



                              ช่วยกันรับบริจาค                                                                 เดินหาเงินกันเลย

                    วันที่ 10 เมายน 2553  ผมนั่งรถทัวร์ไปลงได้แค่จังหวัดแพร่ ไปถึงเมื่อ 23 น.เศษๆ หัวหน้าหน่วยจัดการต้นน้ำห้วยสามสบ คุณประมวล โพธิ  มารอรับเข้าไปยังบ้านกิตตินันท์ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน
                    ผมไปถึงบ้านอันเป็นที่ตั้งสำนักงาน มูลนิธิ อยู่ท่ามกลางชาวบ้านอีก 60 หลังคาเรือน อากาศกำลังเย็นสบายๆ ผมนอนหลับด้วยความสุข เมื่อได้กลับบ้านหลังที่สอง บ้านที่ชาวบ้านได้ร่วมกันสร้างเอาไว้ให้เป็นที่ตั้งของมูลนิธิสมเพิ่ม กิตตินันท์(เพื่อการศึกษาในรูปทุนต่อเนื่อง) และมูลนิธิเฮียะ เปาอินทร์(เพื่อผู้สูงอายุต้นแบบบำนาญประชาชนคนบ้านป่า) ของทุกคน
                    ระหว่างการเดินทาง ผมไม่ทราบเลยว่า กองกำลังทหารของรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ(ชั่ว) นายกรัฐมนตรีที่ปล้นเขามา กำลังปราบปรามคนเสื้อแดงที่สี่แยกคอกวัว และหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ข้างๆอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ้ารู้ผมคงหันหลังกลับไปร่วมด้วยช่วยอีกแรง

           
                                                                     แม่เลี้ยงพิศมัย....ใจดีเสมอ

                    วันที่ 11 เมษายน 2553  ช่วงเช้านักเรียนทุนที่กลับบ้านเกิดได้ร่วมกันเล่นเกมส์กับเยาวชนเป็นที่สนุกสนาน 
                    ระหว่างตั้งองค์ผ้าป่าอยู่นั้นมีท่านผู้มีเกียรติมากมายเข้ามาร่วมทำบุญ  ช่วงกลางวันมีขนมจีนแกงเขียวหวานหมูเลี้ยง แกล้มข้าวเหนียว น้ำพริกหนุ่ม ฯลฯ 
                   บ่ายๆ แข่งฟุตบอลระหว่างนักเรียนทุนในอดีตกับผู้สูงอายุในหมู่บ้าน เป็นที่สนุกสนานอีกรายการหนึ่ง เหมือนอย่างกับอดีตที่พวกเขาเคยเล่นกันทุกปี 

                               

                   บ่าย 15.00 น. หลวงพ่อพระมหาพิพัฒน์(ปธ.4) วัดกิตตินันท์วนาราม ลงมารับผ้าป่าสามัคคีข้างสนามหน้าโรงเรียน นักเรียนและชาวบ้านร่วมอนุโมทนา ได้เงินเข้ากองทุนสุทธิ 61,921 บาท รายจ่ายสุทธิ 16,551 บาท ยอดเงินคงเหลือ 45,370 บาท เปิดบัญชี 3 คน ใช้ชื่อว่า กองทุนนักเรียนทุน(มูลนิธิสมเพิ่ม กิตตินันท์) เฮ้!!

                 วัดเป็นช่องทางผ่านเพื่อการสานต่อเจตนารมณ์เสมอมา  ขอขอบพระคุณพระมหาพิพัฒน์ครับ

                        
                 เงินส่วนที่เป็นกองทุน เข้าบัญชีธนาคารที่อำเภอ ลงชื่อร่วมกัน 3 คน หลังจากนั้นได้ร่วมกันปรึกษาหารือว่า จะใช้เงินเพื่อการพัฒนาใดๆบ้าง  ได้ข้อสรุปว่า  ตั้งชื่อกองทุนว่า กองทุนเยาวชนบ้านกิตตินันท์ 
                 วัตถุประสงค์ก็เพื่อ
                 สมาชิกกองทุนขอรับผิดชอบตั้งแต่บริเวณที่ตั้งสำนักงานมูลนิธิ มาจนถึงบริเวณโรงเรียนและสนามหน้าโรงเรียนทั้งหมด ประกอบด้วย
                 อาคารสำนักงานมูลนิธิ  บ้านชมรมคุณเหี่ยว  อาคารสมเพิ่ม กิตตินันท์  อาคารเรียนใหม่(ตึกชั้นเดียวใต้ถุนสูง) ห้องสุขาของโรงเรียน  โรงอาหารเก่า  และบ้านพักริมน้ำ

                             
                                                ส.อบจ.เขตนาน้อย  ดต.สันติ ตันเกียง(แปลก)ก็ใจดี

                    กิจกรรมที่อยากพัฒนาคือ ซื้อเครื่องปั๊มน้ำพร้อมล้อมคอกเพื่อความปลอดภัย 
ปูกระเบื้องห้องสุขาของโรงเรียน  ปรับพื้นสนามหน้าโรงเรียน และหน้าที่ทำการมูลนิธิ  ด้วยดินจากบ่อหน้ามูลนิธิ ปลูกต้นไม้(ไทร)รอบสนามหน้าโรงเรียน เพื่อให้เกิดร่มเงาและความร่มรื่นกลับคืนมา
                    บทสรุป สิ่งที่ไม่เคยคาดหวัง วันนี้ เด็กๆเมื่อวันนั้น ได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เข้มแข้ง และมีวิสัยทัศน์ที่ดี น่าปลื้มใจที่ได้สำนึกรักบ้านเกิดขึ้นด้วยตัวตนของพวกเขาเอง เป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่งว่า เขาเหล่านั้นล้วนเป็นคนดีของสังคมดังที่คณะกรรมการวาดหวัง 
                    แจ๊ค เป็นประธานจัดหากองทุน...............แต่วันนี้ยังไม่ได้ตั้งประธานกองทุนตัวจริง เอ้า ประชุมแล้วเลือกตั้งเลย 1 สิทธิ์ 1 เสียงเด้อ
                    บุญส่วน ราชต๊ะจักร และผู้ใหญ่บ้านม.14 เป็นประธานที่ปรึกษาและที่ปรึกษากองทุน ดีแล้ว ช่วยๆกันประคับประคองได้เข้มแข็งแน่ๆ ที่ปรึกษาตั้งอีกหลายๆคนก็ได้  

                       

                    ผมเดินทางกลับในเย็นวันที่ 11 เมษายน 2553 ด้วยความซาบซึ้งใจในพลังความร่วมมือของชาวบ้านกิตตินันท์และเยาวชนที่วันนี้เข้มแข็งเหมือนเดิม 
                    เต็มตื้นไปด้วยความสุขใจที่ได้เห็นผลพวงแห่งคุณค่า 
                    "ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน"

ปล.รอรูปจากงานอีกหลายๆรูป ส่งมาได้ค่อยลงทีหลัง เว็บไซท์ก็ดีอย่างนี้แหละ อิอิ 
นี่ถ้าวันที่ 10 เมย.อยู่ในม็อบ ก็ไม่รู้ว่ายังจะมานั่งเขียนเว็บอยู่ได้หรือไม่ บุญผ้าป่าเด็กๆแท้ๆ เลยรอดพ้นภัยทั้งปวง แม้จะเสียดายที่ก้าวข้ามประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไปอีกครั้ง
ปีนี้ 62 ปีแล้ว คงจะหมดโอกาส แต่ก็ไม่แน่หากมีการปราบปรามอีกครั้ง ที่ราชประสงค์ ได้เจอกัน   




















Tags : foundation

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก เดือนละ 30,000 บาท ปีละ 300,000 บาท

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 10,000 บาท ปีละ 100,000 บาท

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 1,000 บาท ปีละ 10,000 บาท

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี ครั้งละ 5,000 บาท

ฝ่ายการตลาด จิราภรณ์ ขจรศักดิ์สุเมธ "เจี๊ยบ" 086-669-6018 

E-mail: jeabaod@gmail.com 

 
view