http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 30/06/2022
สถิติผู้เข้าชม12,594,020
Page Views14,790,218
« July 2022»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      
lifestyle & review
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42365202
 

เข็มมุ่งประชาธิปไตยตอน2. ทำการเมืองให้ถูกต้อง โดย นิรกาย

เข็มมุ่งประชาธิปไตยตอน2. ทำการเมืองให้ถูกต้อง โดย นิรกาย

                                          เข็มมุ่งประชาธิปไตยตอน2.

                                            ทำการเมืองให้ถูกต้อง

โดย นิรกาย

                นิตยสาร “ไทม์” วิเคราะห์ว่าไทยกำลังจะกลายเป็น “ดินแดนแห่งการสูญเสีย” ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ที่สอดคล้องกับ “สถานการณ์ปฏิวัติกระแสสูง” ของไทยในเวลานี้เป็นอย่างยิ่ง

                “การสูญเสีย” เป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ในทุกๆ  “สงครามปฏิวัติ” เพราะเป็นการ “ดิ้นรน ต่อสู้” ของประชาชน (จะโดยรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม) เพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองที่ทำให้พวกเขา “อยู่รอด” ได้ อย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี ในขณะที่ผู้ปกครองซึ่งเป็นคนส่วนน้อย (เผด็จการ) ย่อมต้องป้องกันอำนาจไม่ให้หลุดมืออย่างสุดจิตสุดใจ

                 การต่อสู้และการสูญเสียดังกล่าวเคยเกิดขึ้นแล้วในอังกฤษ ในฝรั่งเศส โซเวียต จีน มาเลเซีย อินเดีย พม่า เวียดนาม เนปาลและประเทศต่างๆในโลก

                 สงครามประชาชนจะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้า “ผู้ปกครองเผด็จการ มีดวงตาเห็นธรรม!

                 เห็นว่า หลังจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม เกิดระบบทุนนิยมแล้ว การปกครองต้องเป็นประชาธิปไตย ถ้าการปกครองไม่เป็นประชาธิปไตย อำนาจอธิปไตยคนส่วนน้อย ไม่ว่าจะมาจากการเลือกตั้งหรือการยึดอำนาจ ย่อมจะไป “ทำนาบนหลังคน”  หากินบนส่วนต่างของหยาดเหงื่อแรงงานของกรรมกร รายได้แห่งชาติจะตกไปอยู่ในมือ “คนส่วนน้อย”อย่างไม่เป็นธรรม ช่องว่างทางสังคมจะถ่างออกจากกันอย่างมาก เป็นปัจจัยแห่งความไม่เสมอภาคในด้านต่างๆตามมา

                การระดมประชาชนมา “ตาย” ในสงครามแห่งความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ (Conflict of Interest) ระหว่างเผด็จการชนชั้นเหลืองและเผด็จการชนชั้นแดงที่ผ่านมา ทำให้สถานการณ์ด่ำดิ่งเข้าสู่ “หลุมดำ” ของ “สงครามประชาชน” เร็วยิ่งขึ้น

                การ“ลุแก่อำนาจ” ประกอบอาชญากรรมทางการเมืองด้วยการสังหารโหดประชาชน ทำให้เผด็จการไทย “ติดเบ็ดกรรม” ที่ไม่มีวันหมดอายุความ แม้จะส่งบริวาร “เกรดเอ” มา ลดดีกรีแห่งความโกรธแค้น ด้วยโปรแกรม “ปฏิรูปประเทศ” ก็ไม่สามารถแก้ “วิกฤติศรัทธา” ประชาชนได้ ซ้ำร้าย “บริวาร” ชั้นอ๋อง ซึ่งถูกส่งให้มา “ล้างมือเปื้อนเลือด” ให้ ก็ยังถูก “วิกฤติศรัทธา” ประชาชนเล่นงานจนพังไปตามไปด้วย

                คดีที่ไม่มีอายุความคดีนี้ แม้จะเทียบไม่ได้กับการสังหารโหดของเขมรแดง แต่คดีที่ร้ายแรงคดีหนึ่งของยุคนี้ทีเดียว

                ด้วย “อัจฉริยภาพของประชาชน” ที่รักสันติและไม่ต้องการใช้อาวุธ การเลือกตั้งที่ผ่านมา พวกเขาจึงได้ “ยืมมือ” เผด็จการอีกชนชั้น ทำ “สงครามสั่งสอน” โดยใช้ “บัตรเลือกตั้ง” เป็น “อาวุธ”

                 การเลือกตั้งได้จบลงไปแล้ว แต่สงครามประชาชนยังคงอยู่ เพราะมีระบอบนกกระสา (เผด็จการ) ที่เปลี่ยนสีจากเหลืองมาเป็นแดง เป็น “เงื่อนไขสงคราม” 

                 เพราะระบอบนกกระสาไม่ว่าจะเป็นระบอบเหลืองหรือระบอบแดง ล้วนแต่เป็นระบอบที่กิน “กบ” ด้วยกันทั้งสิ้น 

                ยิ่งนกกระสา “เกี้ยเซี๊ยะ” กันได้ กบก็ยิ่งหนักมากไปกว่าเดิม เพราะทั้งคู่ต่าง “กินจุ” ด้วยกันทั้งคู่

               ถ้าไม่อยากให้นกกระสากินกบ กบต้องสร้างการปกครองของกบ โดยกบและเพื่อกบเอาเอง จะไปให้นกกระสาปกครองไม่ได้ เพราะการปกครองโดยชนชั้นใดก็เพื่อประโยชน์ของชนชั้นนั้น

               ประเทศใดมีสงครามต้องยุติสงครามก่อน วันนี้ประเทศไทยเกิดสงครามแล้ว สงครามนั้นคือสงครามประชาชน

               ในการยุติสงครามใดๆ เราต้องรู้เหตุปัจจัยหรือรู้เงื่อนไขของการนำมาซึ่งสงครามก่อน ไม่เพียงแต่เท่านั้นถ้ามีความขัดแย้งหรือเงื่อนไขหลัก เราต้องแก้ไขปัญหาความขัดแย้งหลักก่อนเสมอ ความขัดแย้งหลักของประเทศไทยในวันนี้ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างผู้ปกครองเจ้าของเหลือง-แดง แต่เป็นความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับผู้ปกครองที่มี “ระบอบเผด็จการ” เป็นเงื่อนไขสงคราม” นั่นเอง  (สงครามประชาชนในจีน ในเวียดนามมีการรุกรานจากมหาอำนาจเป็นเงื่อนไขสงคราม ประชาชนจีนประชาชนเวียดนามจึงทำการปฏิวัติ “ประชาชาติ” ไม่ใช่ “ปฏิวัติประชาธิปไตย” แบบบ้านเรา)

               เมื่อเรารู้ว่า “สงครามประชาชน” มีระบอบเผด็จการเป็นเงื่อนไขสงคราม ถึงแม้จะมีการ “เกี้ยเซี๊ยะ” ทางการเมืองของผู้ปกครองเหลืองกับผู้ปกครองแดงในวันนี้ ก็แก้ไขปัญหาไม่ได้ ที่แก้ไม่ได้ก็เพราะแก้ผิดจุดหรือเกาไม่ถูกที่คันหรือให้ยาไม่ถูกกับโรค

               เกาไม่ถูกที่คันก็ดี การให้ยาไม่ถูกกับโรคก็ดี แทนที่จะแก้ไขปัญหา กลับจะไปทำให้ปัญหามากขึ้นกว่าเก่าคือทำให้มีการดื้อยาจนยากแก่การแก้ไข ดั่ง “ลิงแก้แห” คือ “ยิ่งแก้ ยิ่ง “มัดตัวลิง” ให้มากยิ่งๆขึ้น

               คนไทยทุกคนล้วนแต่ปรารถนาต่อชาติบ้านเมืองด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ต่างที่ทิฐิหรือความเห็นที่อยู่ในสมองของแต่ละคนต่างหาก ที่ผิดหรือถูก ถ้าทิฐิผิดก็นำมาสู่ปัญหา ทิฐิถูกเท่านั้น ที่ทำไม่ให้เกิดปัญหาหรือแก้ไขปัญหาได้

               สงครามกลางเมืองไทยมีเหตุมาจาก “กระบอบ” (ผิด) ไม่ได้เกิดจาก “คน” (ผิด) ถ้าเราเห็นว่า “คน” ผิด เราจะฆ่ากันตายกันอย่างโง่งม แต่ถ้าเรา “รู้ถูก” คือรู้ว่าสงครามกลางเมืองมีสมุทัยมาจาก “ระบอบผิด” เราก็ร่วมใจแก้ไขระบอบผิดให้เป็นระบอบถูกเสีย เราก็จะไม่ฆ่ากันอย่างโง่งมให้เป็น “เงื่อนไขสงคราม” ที่มากยิ่งขึ้น การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินก็มากขึ้นไปจนกว่าจะคลำปมแห่งปัญหาเจอ คลำปมแห่งปัญหาเจอแล้วยังไม่พอยังแก้ไขปัญหาถูกอีกด้วย แก้ไขปัญหาถูกยังไม่พอ ยังต้องใช้ระยะเวลาในการเปลี่ยนผ่าน (Transitional Period) อีกด้วย 

                ในยุคทุนนิยมเราไม่สามารถฝากความหวังใดๆไว้กับคน (อัศวินม้าขาว) ในยุค Feudal ได้ เพราะคนในยุคทุนนิยมมีแนวโน้มที่จะทำเพื่อตัวเองเพราะถูกกิเลสของทุนนิยมยั่วยุเสมอไป ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องฝากความหวังไว้กับ “หลักการ” หลักการที่ดีที่สุดในเวลานี้คือหลักการ “ประชาธิปไตย”

                ไทม์ไม่ได้บอกถึง Lost Country ว่า Lost จากเรื่องใด เพราะไทม์วิเคราะห์ข่าวจากปรากฏการณ์ ไม่ใช่วิเคราะห์ข่าวมาจากธาตุแท้ การวิเคราะห์ข่าวแบบ “จิ๊กซอว์” เช่นนี้ ถ้าไม่เป็นการรู้ที่ “ไม่รอบด้าน” ก็มีจุดประสงค์ที่จะ “ฆ่าตัดตอนปัญหา” เพื่อการคงอยู่ของระบอบเผด็จการของประเทศไทยเอาไว้ เอาไว้เพื่อใช้ “ขี่คอ” ขี่คอเพื่อ “แทรกแซงกิจการภายใน” โดยผ่าน “การเมืองที่อ่อนแอ” ของเรานั่นเอง

                อย่าลืมว่าไทยตั้งอยู่บนภูมิรัฐศาสตร์ Geo Politic ที่เป็นหน้าด่านของประเทศคอมมิวนิสต์กับโลกเสรี ระหว่างมหาอำนาจกับประชาคมมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่มหาอำนาจสามารถใช้เป็น Land Bridge เพื่อ “ส่งกำลังบำรุงทางการเมือง” ไปเล่นงาน พม่า จีน ลาว เขมร เวียดนาม มาเลเซียที่ Independent ไม่ขึ้นต่อการ “ชี้นำ” จากมหาอำนาจ อีกด้านหนึ่ง ไทยก็อยู่ใกล้กับมาเลเซีย อินโด ฟิลิปปินส์ และบรูไน ซึ่งเป็นประเทศประชาคมมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งอเมริกากลัวนักกลัวหนาว่าจะเป็นกำลังทางการเมืองให้ขบวนการมุสลิมแนวทางอาวุธ ดังนั้นมหาอำนาจย่อมไม่จะไม่ปล่อยให้ไทยเป็นอิสระ วิธีเดียวที่จะทำให้ไทยไม่เป็นอิสระได้ก็คือการส่งเสริมการปกครองเผด็จการไทยให้คงอยู่ แต่ถ้ายื้อสถานการณ์ไม่ได้ “การปกครองใหม่” ย่อมต้องไม่เป็นอันตรายต่อมหาอำนาจ   

                แม้ผู้ที่ปรากฎในข่าวหลายคนจะออกมาปฏิเสธบทความ ไทม์ ออนไลน์ ที่บอกว่ามีการเจรจาลับๆ เพื่อ “เกี้ยเซี๊ย” กันระหว่างเหลืองและแดงที่มีนายสุรเกียรติ เสถียรไทยเป็นแกนในการปรองดองนั้น คนนอกไม่มีทางรู้ได้ว่าจริงหรือไม่จริงยกเว้นคนในที่เกี่ยวข้องทั้งในทางลับและทางแจ้งเท่านั้น

                แต่น่าสังเกตว่าดร. สุรเกียรติ เสถียรไทย ผู้เคยเป็น รมว.ต่างประเทศในยุครัฐบาลทักษิณ ได้ตั้งขบวนการปรองดองขึ้นในช่วงเดียวกันกับที่บทความลง

                แต่ไม่ว่า “โรดแมป” เกี้ยเซี๊ยะ จะถูกปฏิเสธอย่างไรก็ตาม การสงบเงียบของกองทัพก็ดี การลดดีกรีในการโจมตีฝ่ายเหลืองลงไปก็ดี น่าเชื่อได้ว่ามีการเจรจาลับๆกันอย่างแน่นอน เพียงแต่การเจรจานั้น เกิดจากความคิดของ 2 ชนชั้น ที่สู้กันหรือเปล่า หรือเกิดจากอิทธิฤทธิ์ของมหาอำนาจที่เห็นว่า

                ถ้าให้เผด็จการ 2 ชนชั้น (ซึ่งเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ของมหาอำนาจด้วยกัน) “สู้กัน” จนพินาศไปทั้งคู่แล้ว มหาอำนาจต่างหากที่จะ “สูญเสีย” “ที่ยืน” ในภูมิภาคนี้ไป

               มิฉะนั้น “สื่อ” และ “สหประชาชาติ” มือเท้าของมหาอำนาจ คงไม่ออกโรงมาพร้อมๆกันในช่วงเวลานี้แน่

               วันนี้หลายคนพยายามพูดว่าการเมืองไทยมีเสถียรภาพแล้วแต่บอกได้เลยว่าเสถียรภาพนั้นเป็นเสถียรภาพจากการสร้างขึ้นเป็นเสถียรภาพที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนหลักการหรือสอดคล้องกับความจริงแท้ ดังนั้นเสถียรภาพที่เราเห็นจึงเป็นเสถียรภาพที่ตั้งอยู่บนเลนโคลน ที่ใครก็ไม่สามารถสร้างเสถียรภาพใดๆได้บนมัน ยกเว้นผู้ที่เข้าใจในกฎธรรมชาติที่แท้จริง

               คุณชวนบอกว่าการ “รัฐประหาร” ไม่มีอีกแล้ว ผมก็ขอ “สวน” คุณชวนด้วยว่า รัฐประหารนั้น “มีแน่” ตราบใดที่การปกครองแบบเผด็จการยังคงอยู่ ผมแปลกใจว่าคุณชวนจำต้องเชื่อไปอย่างนั้น เพราะพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นมาเป็นรัฐบาลได้ ก็ด้วยเพราะทหารที่พูดว่า “จะไม่ทำรัฐประหาร” ทำ “รัฐประหาร” “ใส่พาน” ให้นั่นเอง

                ทางเดียวที่จะแก้ไขปัญหาชาติได้มีอยู่ทางเดียวในวันนี้คือ ทำการเมืองให้ถูกต้อง การเมืองที่ถูกต้องคือการเมืองแบบประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ใช่การเมืองระบอบเผด็จการที่เอาวิธีการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตยมาหลอกเอาอำนาจอธิปไตยไปให้ “คนส่วนน้อย” (ชนชั้นสูงและชนชั้นนายทุนผูกขาด) เฉกเช่นที่ทำกันมาตลอดระยะเวลา 78 ปี!

 

Tags : เข็มมุ่งประชาธิปไตย

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี 

บรรณาธิการ  จำลอง บุญสอง

บรรณาธิการภาพ  ชัยวัฒน์ เดชพุ่มพวง

ฝ่ายการตลาด คุณ บุณย์วรางค์ มนตรีพิศาล โทร.081-4971702  

ประจำกองบรรณาธิการ สาวดอนเมือง มณี บันลือ  อินทรีดำ ธงชัย อึ้งเข่งสุง ติ่ง พงษ์ไทย

 
view