http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 30/06/2022
สถิติผู้เข้าชม12,594,019
Page Views14,790,217
« July 2022»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      
lifestyle & review
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42365202
 

เข็มมุ่งประชาธิปไตยตอน 4. ปฐมบทแห่งการต่อสู้ทางชนชั้น โดย

เข็มมุ่งประชาธิปไตยตอน 4. ปฐมบทแห่งการต่อสู้ทางชนชั้น โดย

                                      เข็มมุ่งประชาธิปไตยตอน 4.

                                    ปฐมบทแห่งการต่อสู้ทางชนชั้น

โดย "นิรกาย"

                ต้องยอมรับข้อเขียนหน้า 11 ของมติชนสุดสัปดาห์ฉบับนี้มากที่สุด เพราะผู้เขียนจับความเคลื่อนไหวทางการเมืองของบ้านเราได้ลึกทีเดียว

                ไฟที่ผู้เขียนฉายให้เห็นการเคลื่อนไหวของ “คณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน” ซึ่งเป็นตัวแทนของ “กลุ่มผลประโยชน์” (Interest Group) ชนชั้นนายทุนที่ได้ประโยชน์จากการปกครองแบบเผด็จการไทยมานาน ได้ไปทำให้ “มวลชนประชาธิปไตย” ที่หลงไป “ติดกับ” “มายา” แห่งการต่อสู้ระหว่างกลุ่มผลประโยชน์ (Interest) ผู้ปกครองเหลืองกับผู้ปกครองแดง (ชั้นสูงกับชนชั้นกลางที่ใช้สัญลักษณ์ เหลือง-เป็นแดง เป็นเครื่องมือในการหลอกมวลชนปฏิวัติให้ต่อสู้กันเอง) คิดได้ว่า การต่อสู้ทางชนชั้นนั้นมีจริงและกำลังเริ่ม “ทุติยบท” หรือบทที่ 2 ของมันแล้วหลังจากมีการถกเถียงกันเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท

                  การรวมหัวกันออกมาต่อต้านการขึ้นค่าแรง 300 บาท แม้ว่าด้านหนึ่งจะเป็นการสะท้อนความต้องการของกลุ่มผลประโยชน์ (Interest) ของชนชั้น ซึ่งเป็นเรื่องของการออกแรงเพื่อ “ปรับดุล” ในประเทศที่ปฏิวัติประชาธิปไตยตามปรกติก็ตาม แต่ในประเทศที่ยังไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างไทย การแสดงออกดังกล่าวถือได้ว่า “กลุ่มผลประโยชน์” (ทางชนชั้นที่ได้ประโยชน์จากการปกครองแบบเผด็จการไทยกลุ่มเก่า) ดังกล่าว กำลังร่วมมือกัน “ต่อรอง” “ปราม” หรือ “ข่มขู่” อำนาจอธิปไตยชนชั้นกลางใหม่ ที่ประชาชนฉันทานุมัติให้เข้ามาใช้อำนาจนั่นเอง

                ด้วย “ความเป็นอัจฉริยะ”ของประชาชนในสถานการณ์ปฏิวัติกระแสสูง ทำให้ประชาชนเหล่านั้นใช้ “การเลือกตั้ง” ที่เผด็จการเปิดให้ “ยืมมือ” พรรคเพื่อไทยมา “โค่น” อำนาจอธิปไตยเก่าลง หรือไปทำให้ Space หรือ “พื้นที่ยืน” อันกว้างขวาง ที่ได้จากการ “ถืออำนาจอธิปไตยคนส่วนน้อย” “กลุ่มเก่า” “ลดลง” เป็นอัตราส่วนที่ผกผันกับอำนาจประชาชนที่เพิ่มขึ้นอย่างเงียบๆ

                การตกอยู่ในวงล้อมประชาชนดังกล่าวสร้างความอึดอัดให้กับกลุ่มผลประโยชน์โบราณมาก พวกเขาจึงแสดงออกด้วยการให้ “องค์กรจัดตั้ง” ของกลุ่มทุนผูกขาดออกมาส่งเสียง “ขู่” “ปราม” อำนาจของพรรคนายทุนอีกฝ่ายหนึ่งที่หาเสียงกับประชาชนด้วยการขึ้นค่าแรง ไม่เพียงแต่เท่านั้นพวกเขายัง “ยื้อเกมแห่งอำนาจ” ด้วยการชะลอการออกใบรับรองความเป็น ส.ส.ให้พรรคเพื่อไทยและพรรคอื่นด้วย ทั้งๆที่อำนาจอธิปไตยที่ประชาชนฉันทานุมัติมานั้นมีศักย์ตามธรรมชาติเหนือกว่าอำนาจของกกต.ซึ่งเป็นเพียงกลไกหนึ่งของอำนาจอธิปไตยเก่าที่ตั้งขึ้นมาอย่างผิดหลักวิชา

                การหวงแหนอำนาจและผลประโยชน์อย่างโง่งมดังกล่าวนั่นแหละคือการ สร้าง “เงื่อนไข” “สงคราม” ให้เกิดขึ้น ความพยายามในการ “แยกน้ำออกจากปลา” อย่างไร้เดียงสานั่นแหละ ที่จะทำให้พวกเขาจับได้ว่า ความยุติธรรมไม่มีจริง ความไม่ยุติธรรมนั่นแหละที่เป็น “แนวร่วมมุมกลับ” ของ “สงครามปฏิวัติ” สงครามปฏิวัติใดๆในโลกไม่ได้ถูกสร้างมาจากประชาชนเลยแต่มันถูกสร้างมาจากการปกครองเผด็จการทั้งสิ้น

                  ดังนั้นอย่ามาโทษประชาชนต้องโทษการปกครองของพวกคุณเอง!

                 ซึ่งมหาอำนาจเองก็รู้ดี รู้ดีว่าความอยุติธรรมจาก “ชนชั้นอำนาจเก่า” จะทำให้เกิดสงครามปฏิวัติของประชาชน สงครามปฏิวัติของประชาชนจะไปทำให้มหาอำนาจตะวันตกและพวก “สูญเสีย” “ที่ยืน” ในภูมิภาคนี้ไป เขากลัวว่าการIndependent ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากการปฏิวัติประชาธิปไตยหรือการปฏิวัติคอมมิวนิสต์ก็ตาม จะทำให้พวกเขาเสียพื้นที่ Geo Politic ที่สำคัญต่อผลประโยชน์ของพวกเขา ไม่เพียงแต่เท่านั้นพวกเขายังกลัวอย่างจับขั้วหัวใจว่า “มวลชนอิสลาม”ที่ “ใหญ่ที่สุดในโลก” ซึ่งอยู่ในประเทศทางด้านใต้ของไทยจะกลายเป็นแนวร่วมของอิสลามปฏิวัติไปด้วยถ้าไทย Independent

                  พวกเขารู้ดีว่าท้ายสุดของการต่อสู้ระหว่างกลุ่มผลประโยชน์ชนชั้นสูงเก่ากับกลุ่มผลประโยชน์ชนชั้นกลางใหม่ “ฝ่ายใด” จะเป็นฝ่ายชนะ ดังนั้นการเลือกตั้งช่วงที่ผ่านมา มหาอำนาจจึงบงการให้สหประชาชาติเข้ามา “ปราม” การโกงการเลือกตั้งที่อยู่ภายใต้อิทธิพลอำนาจมืดของกลุ่มผลประโยชน์เก่าไทยอย่างแข็งขัน การใช้ให้อินเดียก็ดี เกาหลีใต้ก็ดีหรือประเทศในสายจัดตั้งของมหาอำนาจก็ดี เข้าพบคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็เพื่อการแสดงออกซึ่งการแบ้คอัพฝ่ายนี้อย่างเต็มที่  นี่คือความฉลาดของมหาอำนาจ

                ท่านผู้อ่านครับ การต่อรองในเรื่องอำนาจและผลประโยชน์จากทั้งในและนอกประเทศกำลังดำเนินกรรมวิธีของมันอย่างเข้มข้น ในท่ามกลางสถานการณ์ปฏิวัติกระแสสูงที่ดำเนินกฎของมันโดยไม่สนใจกับการต่อรองใดๆของกลุ่มผลประโยชน์

                ภายใต้ชนชั้นล่างไทยที่ไม่ได้ต้องการให้มีการขจัดนายทนุทั้งกลุ่มเก่าและกลุ่มใหม่ลงไปแบบคอมมิวนิสต์ซ้ายจัดในอดีต ทั้งก็ไม่ได้ “โง่งม” ให้ 2 ชนชั้นมาใช้อุบาย “เกี้ยเซี๊ยะ” มากดขี่ขูดรีดพวกเขาอย่างแต่ก่อนอีกด้วย เขาต้องการเพียงแต่ให้ได้มาซึ่ง “หลัก” “การปกครอง” ที่สามารถประกันได้ว่า จะทำให้พวกเขาได้ “มีพื้นที่” “ต่อรอง” ได้อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ต่อรองได้บน “ความเสมอภาค” ไม่ใช่ด้วยการ “ร้องขอ” แบบ “ขอทาน” อย่างในปัจจุบัน ซึ่งพวกเขาก็รู้ดีว่า “หลัก” การปกครองที่สามารถ “ตอบโจทย์” พวกเขาได้ ก็มีแต่หลักการปกครองแบบประชาธิปไตยเท่านั้น

                 ปล. การประทุษร้ายต่อกันและกันอย่างมากมายมหาศาลด้วยอัตราเพิ่มที่สูงยิ่งในบ้านในเมืองเราในทุกวันนี้ คือภาพสะท้อนของ “รัฐล้มเหลว” อย่างแท้จริง อนาธิปไตยสภาพที่เกิดขึ้นดังกล่าว ได้ตักเตือนผู้คนในประเทศนี้ให้รู้ว่า ถ้าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ของยุคทุนนิยมแล้ว บ้านเมืองจะเลวร้ายมากไปกว่านี้อีกมากมายนัก

                  หวอเตือนภัยที่กำลังเกิดขึ้นนี้ เป็นหวอเตือนภัยของน้ำทะเลที่ “ลดลงอย่างรวดเร็ว” ก่อน “สึนามิ” จะขึ้นมาทำลายล้างกวาดต้อนเอาชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนในบ้านในเมืองนี้อย่างรุนแรง

                  การ “ยื้อ” “อำนาจอธิปไตย” ที่ประชาชน “ฉันทานุมัติ” ให้ “พรรคเพื่อไทย” เข้ามาใช้อำนาจ จะเพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์และพวก “รักษาการ” อำนาจไปได้นานๆหรือเพื่อการ “ต่อรองอำนาจและผลประโยชน์” อะไรก็ตามที เป็นเรื่องตลกของโลก เพราะไม่เคยมีเลยว่า “อำนาจอธิปไตย” ซึ่งเป็นอำนาจสูงสุด จะต้องตกอยู่ภายใต้การบงการหรือการพิพากษาของกลไกรัฐอย่างกกต.ซึ่งทั่วโลกมีไว้เพื่อการบริหารจัดการการเลือกตั้งเท่านั้น ไม่ได้มีไว้เพื่อการให้ใบเหลืองใบแดงอย่างบ้านเรา

                มันเป็นความแปลกประหลาดที่กินเนสบุ๊คต้องเอาไปบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองของโลกเช่นเดียวกับการ “ยุบพรรค” ซึ่งไม่มีทำกันในโลกประชาธิปไตย เพราะการตั้งพรรคเป็นการรวมตัวกันของประชาชนเพื่อการแสดงออกถึงความต้องการของประชาชนไม่ว่าหนึ่งฝ่ายใด “การยุบพรรค” จึงเท่ากับการ “ตัดสิทธิ์” ของประชาชน เป็นการ “ก่อการร้าย” ต่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของมนุษยชาติ

                เช่นเดียวกับการ “ห้าม” ไม่ให้มีการ “นัดหยุดงาน” การนัดหยุดงานคือการใช้สิทธิ์ของกรรมกรเพื่อการ “ต่อรอง” และ “แบ่งปัน” ผลประโยชน์จาก “การลงทุนร่วมผลิต” ระหว่างนายทุนกับกรรมกรในรูป กรรมกร “ร่วมทุน” ด้วย “แรง” นายทุน “ร่วมทุน” ด้วย “เงิน”และ “ปัจจัยการผลิต”

                 การที่ผู้ปกครองไทยสามารถทำ “อุบาทว์” หลายๆประการขึ้นในบ้านในเมืองนี้ได้ ก็เพราะการปกครองของเราเป็นเผด็จการที่มีนายทุนและชนชั้นสูงพลิกแพลงใช้การเลือกตั้งและการรัฐประหารมาถืออำนาจอธิปไตยเอาไว้นั่นเอง ด้วยเหตุนี้การเรียกร้องเพื่อให้ได้มาซึ่งการปกครองแบบประชาธิปไตยจึงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับคนไทยทุกคน และก็มีแต่การปกครองแบบ    

                 ประชาธิปไตยเท่านั้นที่จะสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นจริงบนแผ่นดินนี้ ไม่พียงแต่เท่านั้น ภายใต้ยุคทุนนิยมที่ดำรงอยู่ในโลก มีแต่การปรองดองระหว่างนายทุนกับกรรมกรซึ่งเป็นทั้งคู่ขัดแย้งและพลังอิสระด้วยกันเท่านั้นที่สามารถนำมาซึ่งการปรองดองที่แท้จริง การสร้างความปรองดองระหว่าง (พรรค) ตัวแทนชนชั้นสูงกับ (พรรค) ตัวแทนชนชั้นนายทุน ที่พยายามทำผิดๆกันอยู่ทุกวันนี้ เป็นความปรองดองเพื่อการรักษาระบอบแห่งการเอารัดเอาเปรียบต่อกรรมกรเอาไว้ให้ยืนยาวต่อไป

                 การปรองดองชนิดนี้เป็นการปรองดองที่ไม่สามารถนำมาซึ่งความปรองดองที่เป็นจริงให้เกิดขึ้นในชาติบ้านเมือง เป็นการปรองดองภายใต้เจตนาของความเป็นจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ครับ!

Tags : อะไรนำมาซึ่งความขัดแย้งในชาติ

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี 

บรรณาธิการ  จำลอง บุญสอง

บรรณาธิการภาพ  ชัยวัฒน์ เดชพุ่มพวง

ฝ่ายการตลาด คุณ บุณย์วรางค์ มนตรีพิศาล โทร.081-4971702  

ประจำกองบรรณาธิการ สาวดอนเมือง มณี บันลือ  อินทรีดำ ธงชัย อึ้งเข่งสุง ติ่ง พงษ์ไทย

 
view