http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 28/11/2019
สถิติผู้เข้าชม7,875,360
Page Views9,856,322
« December 2019»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    
สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(save the forest green)
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
เรื่องสั้น/เรื่องยาว - สกู๊ปพิเศษ -บทบรรณาธิการ
นานาอาชีพ-เบ็ดเตล็ดเกร็ด..น่ารู้
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42350726
http://www.thongthailand.com/articles/42028136/แก่นจันทน์พรรณไม้-บทพิสูจน์อดีตนักวิชาการป่าไม้-เพาะกล้าไม้
ซือวานโฮมสเตย์ที่พักคีรีโฮมสเตย์
 

ย่ำทรายในสายหมอกชมดอกไม้ในTasmania โดยเอื้อยนาง

ย่ำทรายในสายหมอกชมดอกไม้ในTasmania โดยเอื้อยนาง

                                                     ย่ำทรายในสายหมอกชมดอกไม้

                                                                               ใน

                                                                       TASMANIA

                                                                                                                                เอื้อยนาง

 

1.  จดหมายจากปลายฟ้า

St.Helens

ใยเข็ม  ที่รัก

                ครั้นแล้วข้อยก็ได้เวลาร่อนจดหมายมาหาเจ้าด้วยความรักและคิดถึงเจ้าหลายนะใยเข็ม     จะเรียกว่าเป็นจดหมายจากปลายฟ้าก็ได้    เพราะที่ที่ข้อยมานั่งเขียนพร่ำพรรณนาถึงเจ้าอยู่นี้นะ  มันตั้งอยู่คล้อยๆ ลงขั้วโลกใต้นะซี ก็ราวๆ เส้นรุ้ง  ที่ 42 องศาใต้  และเส้นแวง  ที่  145 องศาตะวันออก   อันเป็นตำแหน่งที่ตั้งเมือง St. Helens  ในรัฐ Tasmania ประเทศ Australia จ้ะ

                เพราะที่นี่   มีอะไรหลายอย่างเป็นแรงบันดาลใจให้อยากเล่าสู่เจ้าฟังเหลือเกิน จึงตั้งใจว่าจะร่อนจดหมายมาเป็นระยะๆ   เล่าอะไรๆ ที่ได้พบได้เห็นและคิดว่าน่าสนใจมาให้ฟัง (อ่าน) คงดีไม่น้อย  ทั้งเจ้าก็จะได้นำไปเล่าให้เด็กน้อยที่ข้อยทิ้งเขามาให้ได้ฟังอีกทีนะจ้ะ


                                                 



               
สุภาษิตอีสานที่ว่า    คิดฮอดอ้ายให้เหลียวเบิ่งเดือนดาว สายตาเฮาสิจอดกันอยู่เทิงฟ้า     นั้นใช้กับข้อยไม่ได้แล้วนะตอนนี้     เพราะดวงดาวที่มองเห็นเกลื่อนฟ้าบางคืนที่ฟ้าใสนั้น    ไม่เหมือนกันเลยกับที่บ้านเรา    ไม่ว่าจะพยายามเพ่งมองเหลียวเบิ่งอยู่ดึกดื่นค่อนคืนแค่ไหน  ก็ไม่มีทางที่สายตาเราจะพบกับบนฟ้าแน่ๆ ข้อยพยายามมองหาดาวช้าง  ดาวหมูชัง  ดาวดั้ง ดาวเพ็ก หรือแม้แต่ดาวไก่น้อยอันเรียงกันเป็นกระจุกนั้นมันก็ไม่เห็นมีเลย  ดังนั้นบทสุภาษิตนี้ใช้ไม่ได้จริง   

 นอกจากดาวบนฟ้าที่ต่างกันแล้ว     อะไร หลายๆ อย่างในชีวิตประจำวันก็เหมือนจะพลิกผันเป็นพัลวันไปหมด  ข้อยจึงเหมือนคนในบทเพลงลูกทุ่งบทที่ว่า     จากแดนอีสานบ้านเกิดเมืองนอน มาเล่นละครบทชีวิตใหม่  นั้นมากกว่า

                                               


                    
แรกทีเดียวก็ตั้งใจว่าจะมาเที่ยวเฉย จึงยืมเงินออมทรัพย์ครู (แฮ่ยังใช้ไม่หมดเลย)   มาเที่ยวแล้วจะกลับไปเขียนสารคดีท่องเที่ยว    เหมือนที่เคยทำตอนไปเวียงจันทน์ หลวงพระบางกระนั้น     แต่มันไม่ง่ายอย่างนั้นนะซี ไม่ง่ายเหมือนไทยกับลาว   ความแตกต่างทั้งภาษาพูด วัฒนธรรม ประเพณี ตลอดภูมิอากาศ อะไรอื่นอีกเยอะแยะที่มันยากจะเข้าใจ  มันจึงท้าทายข้อยนักหนาแล้วใยเข็มเอ๋ย     ท้าทายให้อยากรู้  อยากเห็นให้ลึก กว่าแค่นี้   เลยเกิดความตั้งใจแน่วแน่  จะต้องหาทางมาอีกทีให้ได้

                อีกอย่างนะใยเข็มผู้อุปถัมภ์รายการให้ข้อยได้มาพักอยู่สบาย ที่นี่น่ะเป็นหนึ่งในสมาชิกสโมสรโรตารีเซ็นเฮเลนส์  ข้อยจึงหนีไม่พ้นไปปฏิบัติกิจร่วมกับสโมสรนี้  ที่มีอะไรน่าทึ่งและให้แปลกใจอยู่ทุกวันว่ามันช่างต่างกับชาวสโมสรนี้ที่บ้านเรานักหนา  ข้อยจึงอยากให้เจ้าฟังไว้จะได้เอาไปสอนเด็กๆด้วยแหละ

 

                   เพื่องานเพื่อประสบการณ์เพื่อความฝัน

                จึงไม่หวั่นไม่พรั่นไม่อ่อนไหว

                พร้อมจะลุยข้างหน้าฝ่าฟันไป

                ไกลแสนไกลในโลกกว้างหว่างดงดอน

                        เบื้องซ้ายมีทะเลเห่กล่อม

                        ขวาฟาร์มใหญ่ไต่ภูสล้างสลอน

                        บนฟ้ามีเมฆพราวไม่ร้าวรอน

                        เหมือนนกจรจากรังมันไม่หวั่นไพร

               

                บทกลอนนี้เขียนบนเส้นทาง   จากเมืองเซนต์เฮเลนส์ ไป โฮบาร์ต(Hobart) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐทัสมาเนีย    ถนนทอดยาวไปตามชายฝั่งตะวันออก   มุ่งลงใต้ไปเรื่อย จึงมองเห็นทะเลสีครามอยู่ทางซ้ายมือ   ส่วนทางขวาเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนสลับทุ่งหญ้ากว้างใหญ่   มองไกล เห็นฝูงแกะสีขาว มอ และเล็มหญ้าอยู่ลิบ

                ทัศนียภาพของทัสมาเนีย  ดูสวยสงบตรึงตา  แผ่นดินกว้างใหญ่แต่มีคนอยู่อาศัยเพียงน้อยนิด   ธรรมชาติจึงบริสุทธิ์ สะอ้าน  บวกการจัดการที่มีประสิทธิภาพ  และกฎหมายที่ศักดิ์สิทธิ์   ดินแดนแห่งนี้   จึงเป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์   ของชาวออสซี่ทั้งหลาย   และชาวต่างชาติอื่น   ทั่วโลกด้วย   เฉพาะตัวข้อยที่เห็นนั้น  มันช่างแปลกตา กระทบใจตั้งแต่ครั้งแรกที่บินอยู่บนฟ้าเหนือเมืองโฮบาร์ต  มองผ่านปุยเมฆลงมาเห็นฟ้าหลากสีจนอดไม่ได้ต้องหยิบปากกาขึ้นมาเขียนในตอนนั้นเลยว่า

                                  
 

             
ด้นดั้นถิ่นฟ้าลิบลิ่ว

                เมฆพริ้วพร่างพรายหลายหลากสี

                เป็นถั่นแถวแวววับจับระวี

                ราวกับมีมนต์สวรรค์เสกสรรไว้

                        โค้งรุ้งริ้วรายที่ปลายฟ้า

                        ละไอละอองทองทาวะวิบไหว

                        ปุยม่วงขลิบแดงจูงขาวคราวครรไล

                        ชมพูไล่จับครามงามนักแล

         

ทัสมา-เนียนั้นเป็นเกาะหนึ่งต่างหาก  ที่อยู่ใต้ออสเตรเลียลงไป  การเดินทางจึงออกจะหลายช่วงตอนนิดหน่อย    คือมาถึงออสเตรเลียที่ซิดนีย์(Sydney)  หรือเมลเบิร์น(Melbourne)แล้ว   ต้องต่อเครื่องบินอีกทีไปลงที่เมืองหลวงโฮบาร์ต    หรือลันเชสตัน(Lanuceston) อันเป็นเมืองสำคัญทางเหนือของรัฐก่อน     ถ้าลงโฮบาร์ตใช้เวลาเดินทางสู่เซนต์เฮเลนส์   265 กิโลเมตร      ส่วนเมืองลันเชสตันนั้นห่างจากเซ็นต์เฮเลนส์ 165 กม. คนที่นี่ขับรถใช้ความเร็วตามป้ายจราจรเป๊ะเลย  เจ้าไม่ต้องเกรงใจว่าข้อยจะลำบาก  เพราะหนทางในทัสมาเนียขับรถสบายกว่าบ้านเราเยอะ   นอกจากมรรยาทและวินัยในการขับขี่แล้ว   คนยังมีน้อยรถก็เลยน้อยไปด้วย  ถนนหนทางจึงว่างโล่งจนออกจะเงียบเหงาไปด้วยซ้ำ   ยิ่งระยะทางระหว่างเมืองนั้น  ถนนจะยิ่งดูว่างเปล่า  นาน ทีจึงจะเห็นมีรถสวนมาให้ดีใจ   จะมีให้เห็นก็แต่ฝูงวัว  ฝูงแกะที่และเล็มหญ้าในทุ่งโล่งริมถนน    ที่ต้องระวังก็คือสัตว์จำพวกกระต่ายป่า  ตัวพอสซั่ม  วอลล่าบี  ที่มักวิ่งตัดถนนให้รถชนตายเป็นอาหารของนกกา  ทั้งๆที่มีป้ายบอกให้รู้ว่าเขตนี้มีสัตว์ป่าจำพวกนี้เยอะให้ระวังตั้งไว้เป็นระยะ  แต่บางครั้งก็มองไม่เห็นมันจนปัญหาที่จะหลบ  ตัวมันเล็ก  วิ่งไว  และมีมากมายโดยเฉพาะบริเวณช่วงถนนตัดผ่านป่า  จะเห็นซากของมันถูกชนจนไส้พุงแตกนอนตายอยู่เกลื่อนไป  สบายกาผู้ชอบสาวไส้เลยแหละ


                                         


               
เซนต์เฮเลนส์ตั้งอยู่ชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของทัศมาเนียด้านมาหาสมุทรแปซิฟิค  โฮบาร์ตนั้นอยู่ตอนใต้ลงไป  ส่วนลันเชสตันตั้งอยู่ทางเหนือลึกเข้าไปในส่วนกลางของรัฐ    ดังนั้นไม่ว่าเจ้าจะลงเครื่องบินเมืองใดในสองเมืองนี้     ก็มีโอกาสชมทัศนียภาพของทัสมาเนีย ก่อนถึงเซนต์เฮเลนส์แน่

                บริเวณที่ตั้งตัวเมืองเซนต์เฮเลนส์เป็นหุบเขาริมอ่าวลึกชื่อ Georges Bay ถือเป็นเมืองศูนย์กลางของแถบนี้  ขึ้นกับเขตการปกครองท้องถิ่นของ Port Land ซึ่งมีคนอาศัยประมาณ 2,000 คน และข้อยเป็นคนไทยคนเดียวและคนแรกของเมืองนี้  แต่ก็ดูไม่แปลกแยกเท่าไหร่นะ เวลาเดินในตลาดหรือท่ามกลางฝูงชน (ถ้าไม่เอื้อนเอ่ยเจรจาภาษาอังกฤษสำเนียงไทยอีสานออกมา)  ด้วยว่าชาวออสซี่นั้นแม้ส่วนใหญ่จะเป็นคนอังกฤษ  แต่ในยุคตื่นทอง (ช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ของออสเตรเลียมีการขุดพบทองคำมากมาย)   มีผู้คนทั้งจากยุโรปและเอเชียหลายเชื้อชาติเข้ามาแสวงโชค  และเลยลงหลักปักฐานอยู่อาศัยกลายเป็นคนออสเตรเลีย  และในปัจจุบันมีชาวเอเชียเข้ามาอยู่อาศัยโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ กระจายทั่วประเทศกว่า 60,000 คนก็เลยดูยิ่งมากหน้าหลายตาผสมผสานทั้งศิลปะ        วัฒนธรรม และสายเลือด รูปร่างหน้าตาจึงมีคละเคล้าปะปนทั้ง ฝรั่ง จีน แขก และชาวอะบอ-ริจิ้น (ชนพื้นเมืองเดิมของออสเตรเลีย)  คล้ายอีสานบ้านเราทั้งมี ไทย ลาว จีน ญวน พวน แขก เขมร ส่วย ต่างๆนั้นแหละข้อยว่า

                จะว่าไปแล้วประวัติศาสตร์ของออสเตรเลียและทัสมาเนีย ถ้านับจากก้าวย่างของคนขาวที่เข้ามาบุกเบิกจับจองเป็นเจ้าของถิ่นนี้ก็คงอยู่ในยุคเดียวกับกลุ่มวัฒนธรรมลาว  หลั่งไหลข้ามแม่น้ำโขงสู่อีสานคือประมาณ 200 ปีกว่ามานี่เอง  ย้อนหลังไปกว่านั้นทัสมาเนียมีแต่ชาวป่าที่ล่าสัตว์กินเป็นอาหารและป่าดง  ในขณะอีสานมีมรดกทางวัฒนธรรมหลายยุคหลายสมัย ไม่ว่าบ้านเชียง เนินนกษาหรือว่าประสาทขอมอันอลังการ 200 กว่าปีผ่านมามีทั้งความเหมือนและแตกต่าง ทัสมาเนียปัจจุบันมีมรดกที่พากเขาภาคภูมิใจขายให้นักท่องเที่ยว  ทั้งจากธรรมชาติที่หลายหลายแบบอย่าง ป่าเขา สำเนาไพร ถ้ำหิน น้ำตกนกกาและนานาสัตว์ป่า  รวมสิ่งปลูกสร้างยุคบุกเบิก บ้านเรือน ตึกราม ถนนสะพานหลายแห่งเป็นฝีมือของนักโทษจากอังกฤษ ล้วนน่าสนใจ เอาไว้ฉบับหน้าจะค่อย เล่านะจ๊ะ

                                                                               

  รักเจ้าหลาย

                                                                จาก ข้อยเอง เอื้อยนาง

Tags : tasmania-เอื้อยนาง

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก เดือนละ 30,000 บาท ปีละ 300,000 บาท

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 10,000 บาท ปีละ 100,000 บาท

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 1,000 บาท ปีละ 10,000 บาท

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี ครั้งละ 5,000 บาท

ฝ่ายการตลาด จิราภรณ์ ขจรศักดิ์สุเมธ "เจี๊ยบ" 086-669-6018 

E-mail: jeabaod@gmail.com 

 
view