http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  ข่าวสาร
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 08/05/2024
สถิติผู้เข้าชม14,069,131
Page Views16,381,746
« May 2024»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
ข่าวสาร
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42365202
 

ดอยแม่สลองวันนี้ ยังมีมนต์ขลัง โดย อึ้งเข่งสุง เรื่อง-ภาพ

ดอยแม่สลองวันนี้ ยังมีมนต์ขลัง โดย อึ้งเข่งสุง เรื่อง-ภาพ

ดอยแม่สลองวันนี้ ยังมีมนต์ขลัง

โดย อึ้งเข่งสุง เรื่อง-ภาพ

              ถ้าจอมพลเจียง ไค เช็ค ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐจีน ค่ายประชาธิปไตย ไม่พ่ายแพ้ เหมา เจ๋อ ตุง ประธานพรรคคอมมูนิสต์แห่งประเทศจีน ค่ายคอมมูนิมต์ ก็คงไม่เกิดบ้านบนดอยแม่สลอง  กองพล 93 แห่งจีนคณะชาติใต้หวัน  จอมพลเจียง ไค เช็ค หนีร่นไปอยู่บนเกาะใต้หวัน หรือเกาะโฟโมซา เหมา เมมจ๋อ ตุง ปกครองแผ่นจีนส่วนใหญ่ทั้งหมด ดอยแม่สลองจึงเป็นหมู่บ้านคนไทยเชื้อสายจีนพันธุ์แท้ที่ฝังรากลงลึกบนแผ่นดินไทย วิวัฒนาการทำให้ทั้งดอยแม่สลองและอดีตทหารกองพล 93 สร้างบ้านแปลงเมืองจนรุ่งเรืองได้อย่างไร

สภาพป่าต้นน้ำบนดอยแม่สลอง

              ดั้งเดิมทีเดียวบนดอยแม่สลองเป็นป่าต้นน้ำชั้นหนึ่งที่สำคัญของลุ่มน้ำแม่จันและแม่กก เป็นป่าดงดอยที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,000 เมตร ถึง 1,700 เมตร ภูมิอากาศหนาวเย็นในช่วงฤดูหนาวเริ่มต้นที่เดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ ส่วนจะหนาวมากหนาวน้อยขึ้นอยู่ว่าแต่ละปี เกิดการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศอย่างไร 

ชุมชนเข้าอยู่อาศัย

              ต่อมาปีพ.ศ.2492 จอมพลเจียง ไค เช็ค พ่ายศึก เหมา เจ๋อ ตุง ถอนร่นไปอยู่ยังเกาะใต้หวัน เหลือเพียงกองพลทหารทางใต้ที่ยังไม่ได้อพยพตามไปอีก 4,349 คน แยกเป็น 5 กองพล เคลื่อนขบวนทัพหลบหนีการไล่ล่าของเหมา เจ๋อ ตุง ไปหลบอยู่ที่เชียงแล ประเทศพม่า 

              ปีพ.ศ.2504 พม่ากวาดล้างหนัก ใต้หวันรับให้กองพลทหารจีนคณะชาติเหล่านี้อพยพไปอยู่ใต้หวัน ได้แก่กองพลที่ 1,2และ4

ขยายพื้นที่ทำกินแบบไร่เลื่อนลอย

              ส่วนกองพลทหารจีนคณะชาติที่ 3 โดยการบัญชาการของนายพล หลี่ เหวิน ฝาน ถอยร่นเข้าไปฝังรากอยู่ที่อำเภอฝาง (ก่อนขึ้นดอยอ่างขาง) จังหวัดเชียงใหม่  ส่วนกองพลทหารจีนคณะชาติที่ 5 หรือเรียกกันว่า กองพล 93 บัญการโดยนาลพล ต้วน ซี เหวิน ไม่ยอมอพยพไปอยู่ใต้หวัน แต่ได้หลบหลีกลงมาอยู่ที่ดอยแม่สลอง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย 

สวนท้อดอกขาวสะพรั่ง

              เป็นหมู่บ้านที่เป็นกองพลทหารของจีนคณะชาติทั้งสองแห่ง ซึ่งเมื่อปักหลักอยู่เสียแล้วก็หักล้างถางพง ทำไร่เลื่อนลอยเพื่อปลูกข้าวไร่ไว้กินพอประทังชีวิต ป่าต้นน้ำดอยแม่สลองโดยเฉพาะบนสันปันน้ำกลายเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านไป มีทั้งที่ดอยแม่สลองนอกและดอยแม่สลองใน  ต่อมาปีพ.ศ.2513 โดยการช่วยเหลือของประเทศสหรัฐอเมริกาช่วยประสานงานให้ จึงได้จัดตั้งเป็นหมู่บ้าน สันติคีรี และให้เป็นคนไทยเชื้อสายจีน ได้บัตรประชาชนไทย "ผงเป็งคงทายเลี้ยว" เหมือนที่ผมเคยได้ยินเตี่ยพูดอยู่

เลี่ยนเตียนโล่ง

               ต่อมาก็ปลูกพืชสวนอายุยืนหลายปีเช่นต้นลิ้นจี่ ลำใย ท้อ บ๊วย และพืชผัก ส่งขายไปทั่ว มีกระทั่งไวน์ผลไม้ เหล้าผลไม้จีน ต่อมาด้วยการสนับสนุนของจีนใต้หวัน จึงมีการส่งสินค้ามาขายได้แก่ผลไม้เชื่อม ผลไม้อบแห้ง เห็ดหูหนูและเห็ดหอม กลายเป็นตลาดผลผลิตจากจีนใต้หวันมากมายหลายชนิด ประกอบกับมีอาหารการกินตามแบบอย่างและรสชาติจีนๆ จึงเป็นที่นิยมของคนจีนในเมืองกรุงมากๆ

ดอกนางพญาเสือโคร่ง

               อีกไม่นานต่อมา ชาวดอยแม่สลองนอกและแม่สลองในก็เปิดโรงเรียนสอนภาษาจีน มีการพิมพ์หนังสือด้วยวิธีโบราณที่โรงเรียนแห่งนี้ มีสนามกีฬาให้ออกกำลังกาย ต่อมาชาวจีนในกรุงเทพนิยมส่งลูกหลานมาเรียนหนังสือจีนกลางที่บนดอยแม่สลอง ว่ากันว่า ได้สำเนียงจีนใต้หวันหรือจีนแมนดารินแท้

                ในบริเวณโรงเรียนมีการปลูกต้นไม้ดอกสวยงามดกดื่นไปทั่ว โดยเฉพาะต้นนางพญาเสือโคร่งซึ่งเป็นไม้ป่าในถิ่นกำเนิดของดอยสูงทางภาคเหนือ และเมื่อเข้าหนาวจะออกดอกสีชมพูบานสะพรั่งไปทั้งต้น เป็นความสวยงามที่ต้องเทียบเคียงกับดอกซากุระที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อมีใครไปถ่ายรูปเพียงรูปเดียว แล้วเก็บไปดูกัน เท่านั้นเรื่องราวก็เล่ากันไปอย่างกว้างขวาง ดังไปเลย

ถ่ายจากบนวัดสันติคีรี

               ด้วยความที่ดอยแม่สลองโดดเด่นด้วยภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีภูมิอากาศที่หนาวเย็นตลอดปีโดยเฉพาะในฤดูหนาว มีวิถีชีวิตที่แตกต่างจากชาวไทยทั่วไป มีวัฒนธรรมดั้งเดิมของจีนโบราณ มีทรัพยากรที่สามารถขายเป็นสินค้าได้อย่าน่าสนใจ มีดอกไม้สวยงามทั้งไม้ดอกเมืองหนาวและต้นนางพญาเสือโคร่ง ดังนั้นเมื่อการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยโปรโมทจึงได้รับการสนองตอบจากชาวไทยทั่วไป

สวยงามเมื่อแสงสุรีย์ส่อง

               บนดอยแม่สลองนี้ มิใช่ว่าจะมีเพียงชาวจีนกองพล 93 เท่านั้น หากแต่โดยรอบๆพื้นที่มีชนเผ่าต่างๆมากมายอยู่ร่วมกัน เช่น ชาวลาหู อาข่า มูเซอร์ ม้ง ฯลฯ จึงมีวิถีชีวิต ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และความเชื่อ หลากหลายและโดดเด่น  งดงาม อันเป็นทรัพยากรท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่า เมื่อดังเสียแล้ว การสร้างบ้านพักแรมก็เพิ่มมากขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลงไปจากวิถีชุมชนดั้งเดิมเกือบสิ้นเชิง  

รีสอร์ตบนดอยแม่สลอง

               บ้านเรือนที่สร้างจากวัสดุท้องถิ่น มุงหลังคาด้วยหญ้าคา ปิดฝาผนังด้วยไม้ไผ่ กรอบประตูหน้าต่างแปะกระดาษแดงเขียนด้วยตัวหนังสือสีดำ เหลือน้อยลงไปเต็มที วิถีชีวิตเดิมๆที่ผมเคยเห็น อาแปะแก่ๆสวมหมวกกระเพาะหมู นั่งจิบน้ำชาร้อนๆอยู่หน้าบ้านยามเช้า พร้อมกับผิงแดดไปด้วยเพื่อแก้หนาว หายไปเกลี้ยง แต่ก็ยังมีให้เห็นว่าทุกคนเป็นคนพื้นถิ่นจีนกองพลคณะชาติ กองพลที่ 93

เอกลักษณ์หนึ่งของความเป็นจีน

               ช่วงเวลาที่ผมได้ขึ้นไปคราวนี้ ตรงกับช่วงเวลาตรุษจีนพอดี แต่เนื่องจากไม่ได้เตรียมการใดๆไว้ จึงไม่ได้ภาพการไหว้สาบรรพบุรุษของชาวจีนบนดอยสูง มีเพียงโคมแดงที่ประดับไว้ตามบ้านเรือน มีกระถางปักด้วยกิ้งสนสามใบแล้วแขวนด้วยซองแดงให้เป็นของขวัญแก่ลูกหลาน เป็นวัฒนธรรมที่เอนเอียงไปทางวันคริสมาสต์ฝรั่งเสียด้วย

หนูน้อยเดินเที่ยววันเที่ยวตรุษจีน

               เห็นกลุ่มเด็กๆผู้หญิงแต่งตัวสวยสุดของเธอ เดินเที่ยวกันในวันเที่ยว แต่ก็เพียงรวมตัวกันเที่ยว ส่วนกลุ่มเด็กชายนั้นได้เห็น(แต่ถ่ายรูปไม่ทัน) เขาก็ไปเป็นกลุ่มๆ แต่เขวี้ยงด้วยประทัดดังสนั่นลั่นกันไปทั่ว เศษกระดาษประทัดสีแดงกระจายไปทุกแห่ง พบนักเรียนกลุ่มหนึ่งแต่งเครื่องแบบนักเรียน ถามว่าไม่ไปเที่ยววันเที่ยวหรือ เขาตอบว่า ผมเป็นชาวอาข่าไม่หยุดเรียนครับ

กระถางอังเปาของแต่ละครอบครัว

               ช่วงเช้ามืด เพื่อนผมปลุกแล้วก็ลุกไปนั่งรถยนต์ปีนขึ้นไปบนยอดเขาวัดสันติคีรี เพื่อไปกราบไหว้พระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคิรี ซึ่งตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,500 เมตร   เหนือหมู่บ้านสันติคีรี ห่างจากหมู่บ้าน 4 กม. มีถนนราดยางตัดขึ้นไปยังพระบรมธาตุ พระบรมธาตุฯ สร้างแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2539 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จย่า เป็นเจดีย์ศิลปะล้านนาประยุกต์ บนฐานสี่เหลี่ยมลดชั้น สูงประมาณ 30 ม. ฐานกว้างด้านละประมาณ 15 ม. ประดับกระเบื้องสีเทา มีซุ้มจระนำด้านละสามซุ้ม เรือนธาตุประดับพระพุทธรูปยืนสี่ทิศ องค์ระฆังประดับแผ่นทอง แกะสลักลวดลาย ใกล้กับองค์เจดีย์เป็นวิหารแบบล้านนาประยุกต์ที่ตั้งของพระบรมธาตุฯ เป็นจุดสูงสุดของเทือกดอยแม่สลอง จึงชมทิวทัศน์ได้กว้างไกล

พระบรมธาตุบนวัดสันติคีรี

               บนลานพระบรมธาตุเราได้พบนักท่องเที่ยวชาวจีนมาจากแผ่นดินใหญ่ 2 สาว เธอเล่าว่ามาที่นี่ด้วยข้อมูลว่าเป็นหมู่บ้านกองพลทหารจีนคณะชาติที่ 93 น่าจะสื่อด้วยภาษเดียวกันได้ ดูเธอมีความสุขและร่าเริงมาก เธอเล่าว่ามาจากเมืองกวางตง มณพ,เดียวกับโคตรเหง้าผมเลย ซึ่งพูดกันด้วยภาษจีนแต้จิ๋ว จึงสื่อสารกันไม่ได้เลย วันนี้คนจีนพูดภาษาจีนกลางหรือแมนดารินหมดแล้ว 

สองสาวน้อยสาวจีนกับน้องโบว์"กาญจ์ อายุ"จากโพสท์ทูเดย์

              นอกจากนี้ยังได้พบชาวไทยมุสลิมจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กลุ่มนี้กำลังหนุ่มแน่น มีเพียงหนุ่มใหญ่คนเดียวที่ท่าจะมาดูแลให้เกิดการท่องเที่ยว หรือเป็นโต๊ะครูก็ไม่แน่ใจนัก  แต่ละคนก็ดูมีความสุข รื่นเริง เพราะว่าอยู่ใต้สุดได้ของประเทศได้เดินทางไกลมากกว่าพันกิโลเมตรขึ้นมาเที่ยวถึงเหนือสุดของประเทศ 

              บนยอดอยวัดสันติคีรีแห่งนี้ ได้กลายเป็นจุดชมวิวและบันทึกภาพดอยแม่สลองไปโดยปริยาย แม้ว่าจะขึ้นลงด้วยความยากลำบากสักหน่อย แต่เมื่อได้ขึ้นมาเห็นแล้ว ก็เกินคุ้ม  

               ทิวเขาสลับซับซ้อนภายใต้แสงสุรีย์ที่กำลังเปล่งประกายสีทอง สวยงามจับใจ มีดอกนางพญาเสือโคร่งสีชมพูเป็นโฟร์กราว ช่วยให้ภาพมีมิติมากยิ่งขึ้น เพียงเท่านี้ก็พอใจ

แสงธรรมนำทางบนดอยแม่สลอง

                ลงจากดอยสูงเสียดฟ้า รถยนต์ของคณะแวะไปถ่ายรูปทั่วไป ได้เห็นแสงพระธรรมนำทางสุกสว่างไปทั้งดอย ชาวดอยแม่สลองมีทั้งชาวพุทธและชาวคริสต์ มีแม้กระทั่งความเชื่อผีสางเทวดานางไม้ ตามความเชื่อของชนเผ่า เรื่องเช่นนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ แต่อย่างไรก็ตาม ทุกความเชื่อของแต่ละชนเผ่าไม่ได้เป็นปัญหาหรืออุปสรรคในการดำเนินชีวิตอยู่ร่วมกันแต่อย่างใด 

ร้านอาหารเช้า กาแฟ-หมั่นโถว

               แวะเติมเต็มอาหารเช้าด้วยข้าวขาหมูหมั่นโถว ผัดเห็ดหอมน้ำมันหอย ผัดผักสดจากบนดอยแม่สลองของแท้ แล้วก็ขอเตือนว่า ขาหมูที่นี่เขาขายยกขา ไม่มีประเภทข้าวราดหน้าขาหมูจานเดียว  ถ้าไม่ใช่คอจริงๆละก้อควรหลีกเลี่ยงของเหลือ เพราะว่าราคาค่างวดอาหารบนดอยแม่สลองสูงเอาการอยู่ เช้าๆ จึงเห็นมีหนุ่มสาวนั่งดื่มกาแฟกับหมั่นโถวพอรองท้อง

ขาหมูยูนนาน คนเดียวอย่าสั่ง

               วิถีชีวิตและวิถีทำกินของคนบนดอยแม่สลองเปลี่ยนไปจากเดิมมากที่สุดก็ตอนที่ ชาวจีนคณะชาติได้รับการส่งเสริมให้ปลูกชา แรกๆก็มีตลาดอยู่ที่ท้องถิ่นกินดื่มกันเอง ต่อมาด้วยความสามารถและศักยภาพการปลูกชาและการผลิตใบชากล้าแกร่ง จึงกลายเป็นสินค้าระดับอินเตอร์ มีพิธีการชงชาตามแบบอย่างในประเทศใต้หวัน หรือประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ 

หมั่นโถวเกลียว

               ไร่ชา เป็นพืชเศรษฐกิจที่ผลิตเป็นปริมาณมากๆ ปลูกครั้งเดียวเก็บเกี่ยวได้ชั่วชีวิต ใบชาที่เด็ดขายกันนั้นใช้เพียงใบชายอดแรกและใบคู่แรกเท่านั้น ส่วนใบชาแก่และกิ้งก้านที่ตัดแต่งใช้ทำชาที่ชงกินเป็นชานมเย็นหรือชาดำเย็น เป็นชาโหลคุณภาพด้อยที่สุด แต่ทุกชิ้นส่วนเป็นเงิน เท่าที่เห็นบนดอยแม่สลองเป็นสวนชาของบริษัทใบชาต่างๆเสียหมดแล้ว เกษตรกรดั้งเดิมลดน้อยถอยลง นี่คือวิวัฒนาการ    

ภตตาคารหรู แพง

เด็กหญิงลาหูแต่งชุดสวย เพื่อให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป ได้เงิน

โรงน้ำชาริมทาง

สวนชาริมทาง ขนาดใหญ่

พื้นที่ถากถางอีกไม่นานจะเป็นสวนชา

หนุ่มมุสลิมจากสามจังหวัดชายแดนใต้

โต๊ะครู ผู้นำคณะมาเที่ยว

รีสอร์ตพันาให้งามด้วยต้นนางพญาเสือโคร่ง

Tags : ดอยวาว กำลังงามเหลือแสน

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี เชิญได้โดยตรงที่ โทร.081-9416364

ติดต่อ 135 ม.12 ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม 73140

 
view