http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 25/10/2021
สถิติผู้เข้าชม11,756,798
Page Views13,911,550
« October 2021»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      
lifestyle & review
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42365202
 

ไม่ตอบโจทย์

ไม่ตอบโจทย์

 จำลอง บุญสอง

                                                        ไม่ตอบโจทย์

                ข่าวใหญ่ช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาก็คือข่าวการเจรจาระหว่างขบวนการบีอาร์เอ็นกับตัวแทนรัฐบาลไทยโดยมีมาเลเซียเป็นคนกลางในการเจรจาในท่ามกลางการสงสัยของผู้คนจำนวนมากว่า

งานนี้จะได้ผลหรือไม่!

                ก่อนอื่นผมอยากจะเท้าความไปในอดีตเมื่อ 20 กว่าปีที่ผ่านมาว่า ในการแก้ไขปัญหาสงครามลัทธิระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์มาลายา (ที่ใช้ยุทธวิธีป่าล้อมเมืองแบบเดียวกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนสมัยเหมาเจ๋อตง) กับรัฐบาลประชาธิปไตยมาเลเซียนั้นต้องใช้บริการ “นโยบาย 66/23” เข้าช่วยแก้ไขปัญหาสงครามภายในของประเทศดังกล่าวทั้งสิ้น

                 ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการแก้ไขก็คือ “บิ๊กจิ๋ว” พล.อ เชาวลิต ยงใจยุทธ ผบ.ทบ.บิ๊กจิ๋วคนนี้แหละที่เป็นคนเอาสารที่อาจารย์ประเสริฐ ทรัพย์สุนทรร่าง ไปให้พล.อ เปรม ติณสูลานนท์เซ็นออกมาเป็นนโยบาย 66/23 แบบงงๆจนแก้ไขปัญหาคอมมิวนิสต์ไทยซ้ายจัดแนวทางอาวุธได้นั่นแหละ

                  ผลของการใช้นโยบาย 66/23 ในครั้งนั้นทำให้สงครามภายในของมาเลเซียที่มีมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง โดยเราได้คนจีนมาเลย์มาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (แทนที่จะเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติมาเลย์) อยู่แถวบ่อน้ำร้อน ธารโต นราธิวาสและสงขลาในวันนี้ (พร้อมๆกับเสียพื้นที่ป่าฮาราบาราไปเป็นที่ทำกินให้คนละ 15 ไร่ พร้อมเงินจำนวนหนึ่งแบบเดียวกับผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยที่ยุติการต่อสู้ด้วยอาวุธ)ครั้งนี้รัฐบาลมาเลเซียขอบอกขอบใจไทยอย่างมากมายที่ช่วยแก้ไขปัญหาภายในให้เขา

                   หลังจากไทยช่วยแก้ไขปัญหาให้มาเลเซียได้แล้ว สงครามในสามจังหวัดภาคใต้ก็น่าจะยุติลง แต่ทว่าเหตุการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้นเพราะการปกครองแบบเผด็จการที่ไม่เห็นหัวประชาชน ทำให้การต่อสู้ของประชาชนในสามจังหวัดภาคใต้กลับคุโชนขึ้น รัฐบาลไม่ว่าพรรคไหนๆ “เพื่อไทย” หรือ “พรรคประชาธิปัตย์” ที่คุยนักคุยหนาตอนจะโค่นทักษิณว่าจะแก้ปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ได้ก็ “ล้มเหลว” ไม่เว้นแม้แต่บิ๊กจิ๋วที่มีบุญเก่าที่อาจารย์ทำให้ไว้และกลุ่มวาดะห์ซึ่งเป็นคนในพื้นที่เข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาให้

                   ก่อนหน้าหลายปีที่ผ่านมา กองทัพแห่งชาติภายใต้ระบอบเผด็จการก็มีคำสั่งให้ทหารนอกเครื่องแบบแต่งชุดดำ “แปลกปลอม” เข้าไปอยู่ตามหมู่บ้านต่างๆใน 3 จังหวัดภาคใต้ ผลของการกระทำครั้งนั้นทำให้ชาวบ้านจับตัวทหารเอาไว้บางส่วนและออกมาชุมนุมตามท้องถนน จนนำมาสู่การปราบที่มัสยิดกรือเซะและการควบคุมฝูงชนที่มีเจตนาแอบแฝงทำให้มีคนตายลงจำนวนมาก 2 เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ “สงครามประชาชน” ที่กรุ่นอยู่แล้วเกิดความรุนแรงขึ้น คือนอกจากทหารจะเสียชีวิตจากการถูกซุ่มโจมตีและถูกกับระเบิดแล้วยังพาให้ครูและคนอื่นๆต้องตายตามไปด้วย มากกว่าสงครามกับคอมมิวนิสต์ไทยในอดีตมากมายนัก

                    เมื่อ “จนแต้ม” ในการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจึงได้ไปขอ “บุญคุณ” คืนจากมาเลเซีย ด้วยการขอร้องให้มาเลเซียช่วยเป็นคนกลางในการเจรจาให้

แน่นอนว่า งานนี้ “บิ๊กจิ๋ว” มีส่วนด้วยไม่มากก็น้อย ส่วนจะได้ผลหรือไม่ถ้าไม่พิจารณา “เงื่อนไขของสงคราม” ซึ่งนำมาซึ่งสงครามกันแล้วก็อย่าไปทำอะไรเลย

                    สงครามภายในประเทศมาเลเซียเป็นปัญหาการช่วงชิงอำนาจรัฐระหว่างลัทธิคอมมิวนิสต์กับลัทธิประชาธิปไตยซึ่งมีผลมาจากการรุกรานของมหาอำนาจจากยุโรปและนำมาซึ่งวิธีในการแก้ไขปัญหาการรุกรานไปคนละแนวทางคนละลัทธิ พรรคคอมมิวนิสต์มาลายาแม้จะได้รับการสนับสนุนจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนเช่นเดียวกับพรรคคอมมิวนิสต์ไทย แต่ครั้นมาโดนยา 66 /23 เข้าก็ทำให้พรรคคอมมิวนิสต์ไม่ว่าประเทศไหนก็หมดสภาพของการต่อสู้ด้วยอาวุธเดินต่อไป (66/23ไม่ได้ห้ามยึดถือลัทธิเพราะห้ามไม่ได้แต่ให้มาต่อสู้ในแนวทางสันติ)

                    ส่วนเหตุแห่งปัญหาสงครามประชาชนในประเทศไทยเกิดจากการปกครองแบบเผด็จการเป็นปฐมเหตุหรือ “เงื่อนไขสงคราม” พูดง่ายๆก็คือโจทย์ปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้คือโจทย์การเมืองเช่นเดียวกับปัญหาประเทศไทยทั้งประเทศในเวลานี้ ดังนั้น “กุญแจ” ที่จะไขปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ได้มีอยู่ทางเดียวคือ ต้องใช้กุญแจประชาธิปไตยมาไข ด้วยการเปลี่ยนการปกครองแบบเผด็จการให้มาเป็นการปกครองแบบประชาธิปไตยเสีย ปัญหาภาคใต้ก็จะยุติลงไปโดยปริยาย 

                    แต่ถ้าไม่ทำต่อให้มีการเจรจากันสักกี่รอบ เอามาตรา 17 สัตตะมาใช้กันอีกสักกี่ครั้ง ก็แก้ไขปัญหาไม่ได้เพราะกุญแจที่เอาไปไขนั้น “ผิดดอก”

                    และอย่ามาพูดถึงเรื่องการตั้งมหานครรัฐปัตตานี เพราะการตั้งรัฐปัตตานีเป็นการแบ่งแยกราชอาณาจักรผิดมาตรา 1 ที่ระบุว่าประเทศไทยเป็นราชอาณาจักร (รัฐเดี่ยว) จะแบ่งแยกไม่ได้และเป็นการผิดหลักวิชาอย่างร้ายแรง บิ๊กจิ๋วหรือไม่จิ๋วถ้าทำผิดชาติบ้านเมืองเสียหายก็ต้องรับผิดชอบ แค่อบจ.อบต.ผู้ว่ากทม.ก็ปีนเกลียวกันจะตายอยู่แล้ว รัฐซ้อนรัฐนี่ชอบกันจริงไม่รู้อะไรกันนักหนา ปัญหาชาติไม่ได้อยู่ที่ “รูปของรัฐ” แต่ปัญหาอยู่ที่เนื้อหาของการปกครองต่างหาก

                    ชาวบ้านเขาไม่ได้เป็นผู้ก่อการร้ายหรอกครับ ผู้ก่อการร้ายตัวจริงอยู่กันเต็มสภา มองประชาชนเป็นปัญหาไม่มองที่ผู้ปกครองเป็นปัญหาบี้มดให้ตายหมดทั้งรังก็ยังมีมดรังอื่นมาสู้ต่ออีก ถ้าไม่แก้ตามที่ผมบอกนอกจากจะล้มเหลวแล้ว ผบ.เหล่าทัพทั้งหลายยังจะพาทหารไปตายอีกเรื่อยๆครับ!

Tags : เระาต่างจุกยืน

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี 

ฝ่ายการตลาด คุณ บุณย์วรางค์ มนตรีพิศาล โทร.081-4971702  

ประจำกองบรรณาธิการ สาวดอนเมือง มณี บันลือ  อินทรีดำ ธงชัย อึ้งเข่งสุง

 
view