http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 10/03/2019
สถิติผู้เข้าชม7,603,403
Page Views9,500,361
« March 2019»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      
สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(save the forest green)
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
เรื่องสั้น/เรื่องยาว - สกู๊ปพิเศษ -บทบรรณาธิการ
นานาอาชีพ-เบ็ดเตล็ดเกร็ด..น่ารู้
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42350726
http://www.thongthailand.com/articles/42028136/แก่นจันทน์พรรณไม้-บทพิสูจน์อดีตนักวิชาการป่าไม้-เพาะกล้าไม้
ซือวานโฮมสเตย์ที่พักคีรีโฮมสเตย์
 

ไปเที่ยวแม่สอด ต้องไปกินเป็ดย่างต้าเว่ย โดย ลุงดำ คำโต เรื่อง-ภาพ

ไปเที่ยวแม่สอด ต้องไปกินเป็ดย่างต้าเว่ย  โดย ลุงดำ คำโต เรื่อง-ภาพ

ไปเที่ยวแม่สอด ต้องไปกินเป็ดย่างต้าเว่ย

โดย ลุงดำ คำโต เรื่อง-ภาพ

            ลุงดำ โชคดี ได้ติดตามพระชายกลาง อภิญาโณ วัดพระรามเก้า ธรรมสัญจรไปไกลถึงชายแดนประเทศไทยฝั่งตะวันตก เป้าหมายคือไปร่วมฉลองการต่อสู้เพื่อเอกราชรัฐกะเหรี่ยง ปีที่ 70 ได้เดินสะพานไม้ไผ่ข้ามแม่น้ำเมย ตรงข้ามฝั่งบ้านแม่สะลิดหลวง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก  โชคดีซ้ำสองเมื่อครอบครัวคุณสมฤกษ์-วรางคณา โกศลวิทยานันต์ เจ้าของร้านเป็ดย่างต้าเว่ย  ปรารถนาที่จะถวายเพลพระอาจารย์และเพื่อนสื่อมวลชนผู้ติดตาม  ลาภปากสิครับ


    ท่านนายกเทศมนตรีแม่สอด มาร่วมต้อนรับพระชายกลางอ๓ิญาโณ วัดพระรามเก้า คุณภาวิณีย์ เจริญยิ่ง

             จาก นสพ.ข่าวสด เลยได้โอกาสสัมภาษณ์ท่านเป็นกรณีพิเศษ เพื่อเผยแพร่ให้ชาวไทยได้รู้จักแม่สอดและเมืองเมียวดี เมียนมาร์มากยิ่งขึ้น

เป็ดย่างต้าเว่ย

             ร้านเป็ดย่างต้าเว่ยเป็นอาคารตึก 2 คูหา เลขที่ 1086/5-6 หมู่ 1. ถนนสายเอเซีย ซอยมิตรไมตรี ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก  63110   ริมถนนสายแม่สอด-เมียววดี ฝั่งขวาก่อนผ่าน ตรวจคนเข้าเมืองแม่สอด  มองเห็นสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาร์ข้ามแม่น้ำเมยอยู่ลิบๆ  ภายในร้านเห็นตู้โชว์เป็ดย่างแขวนไว้ มีหมูแดงและหมูกรอบ ไข่ต้มสุก ผักเคียงเรียงอยู่ในตู้


หมูกรอบกับหมูแดงย่าง 

             โต๊ะอาหารชุดเป็นไม้สัก  นั่งได้ 4 คน จำนวน 10 ชุด  ตู้แช่เครื่องดื่มเย็นฉ่ำ  น้ำดื่มบริการตนเองได้ฟรี   ห้องสุขาสะอาดพร้อมบริการ  เจ้าของร้านเป็นคู่สามีภรรยาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม  มีพนักงานช่วยบริการหนึ่งคน และลูกสาวเป็นนักศึกษาเอกภาษาจีน ปิดภาคเรียนก็เดินทางกลับมาช่วยพ่อแม่ กำลังหลักการบริการจึงเป็นวิสาหกิจครอบครัว                                          

 

วิสาหกิจครอบครัว พ่อแม่ลูก 

             ได้เวลาพระฉัน บรรดาลูกศิษย์ที่ติดตามมาก็พลอยได้รับอานิสงส์  นั่งเรียงรอรับประทาน เมนูพิเศษ เป็ดย่างต้าเว่ยราดด้วยน้ำปรุงที่ข้นกำลังดี เห็นแล้วชวนน้ำลายสอ  จัดเรียงเคียงมากับขิงดอง  หมูกรอบราดน้ำปรุงเฉพาะเคียงด้วยแตงกวาหั่นเฉียง  เกาเหลาเกี๊ยวน้ำสามสหายใส่รวมๆมากับหมูแดงหั่นเฉียง หมูกรอบหั่นกำลังพอคำ ผักสีเขียว และเครื่องปรุงตามชอบ เป็นน้ำซุปพิเศษ ถือได้ว่าเป็นอีกเมนูที่น่ากินมากๆ


เป็ดย่างสับพอคำและเครื่องเคียง

              โอ้ มากินข้าวเป็ดย่างต้าเว่ยแล้วไม่มีข้าวสวยหุงกำลังดี ชนิดข้าวหอมมะลิ  นุ่ม  หอมกรุ่น  น้ำจิ้มเป็ดย่างเป็นน้ำซีอิ๊วเปรี้ยวดองด้วยพริกสด และที่พิเศษคือน้ำพริกเผาซึ่งทางร้านปรุงใส่กระปุกให้เลือกจิ้มได้  ร้านเป็ดย่างทั่วๆไปไม่เคยได้ชิม  ขอให้ลองแล้วจะรู้ว่าน้ำพริกเผาที่คั่วได้ที่นั้นหอมชวนกินเพียงใด 


หมูกรอบ หนังกร๊อบกรอบ 

               ลุงดำรักษามารยาทครับ พระอาจารย์ฉันจนอิ่มแล้ว ก็รวบช้อนเก็บ ครั้นจะเอ่ยปากถามท่านถึงเรื่องรสชาติก็พลันนึกขึ้นได้ว่า  ท่านได้ฉันมังสาหารแล้วตามพระวินัยบัญญัติ  คำยืนยันจากพระอาจารย์จึงเป็นศูนย์ 

                ลุงดำคำโต ตักเป็ดย่าง ขิงดอง และน้ำจิ้มพริกดอง กินทีละอย่างอย่างคนอยากรับรู้ถึงรสชาติ หนังเป็ดย่างแห้ง มันที่หนังละลายไปกับความร้อน  เนื้อเป็ดนุ่ม หอมเครื่องเทศที่ปรุงก่อนย่าง และน้ำราดหน้าเป็ดย่างสับหอมหวานนวลๆ ไม่หวานแหลม และไม่เคี่ยวจนข้นเป็นยาง เรียกว่า กำลังกินได้อร่อย กินไปเยอะเลยเชียว


ข้าวสวยหอมมะลิร้อนๆ

                แต่พอได้ลองตักหมูกรอบราดน้ำปรุงเยิ้มชวนน้ำลายไหล  เคียงด้วยแตงกว่าหั่นเฉียง กับข้าวสวยร้อนๆ เนื้อหมูนุ่ม เคี้ยวได้สบายหายห่วงเรื่องฟันผู้สูงวัย แต่กรอบหนังกำลังดี หลาย ๆร้านที่ลุงดำเคยไปสั่งหมูกรอบ เคยเคี้ยวหนังแข็งเป๊ก  ขบวนการจะทำหมูกรอบให้หนังกรอบได้ขนาดนี้ ต้องใช้เวลาและต้องกะเวลานาทีได้เป๊ะ  


                 อ้อ เกาเหลาสามสหายของร้านนี้  ซดน้ำได้ชุ่มคอและรสชาติกำลังชวนซด โดยไม่ได้ปรุงเลย ผักสีเขียวสดสุกกำลังดี  ไม่มีกลิ่นเหม็นเขียวหรือสาบกลิ่นเฉพาะตัวของผักชนิดนี้  สรุปว่า มื้อนี้ อานิสงส์แรง อร่อยสมใจและอิ่มซะจนพุงปลิ้น  พอปากว่าง ลุงดำก็อดสนใจไม่ได้เลยว่า เจ้าของร้านเป็นใครมาจากไหน เพราะสำเนียงเสียงที่พูดและรอยยิ้มแปลกแตกต่างไปจากคนพื้นที่แม่สอด ซึ่งเป็นคนเหนือแต่ภาษาเหนือของคนตากก็แปลกไปจากสำเนียงเหนืออื่นๆ


                  ได้ความว่า มือย่างและมือสับเป็ด คุณสมฤกษ์  โกศลวิทยานันต์ อายุ 48 ปี เป็นคนมาจากทางภาคอีสาน แต่เคยไปเรียนที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ทับแก้ว อ.เมือง จ.นครปฐม  จนจบปริญญาตรีจากคณะศึกษาศาสตร์ เอกเทคโนโลยีการศึกษา โททัศนศิลป์  จบแล้วก็เข้าทำงานตามความถนัดที่ นสพ.สยามโพสท์ หน้าสารคดีโลกสีฟ้า เพราะมีความชำนาญในการถ่ายรูป มากเป็นพิเศษ 


                  ส่วนภรรยาคือคุณ วรางคณา วณิชาชีวะ บ้านเดิมอยู่อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ศิษย์เก่าสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  วิทยาเขตกำแพงแสน  เตรียมอุดม พญาไท และปริญญาตรีจากคณะนิเทศศาสตร์ ปีพ.ศ.2535 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เอกหนังสือพิมพ์  โททั่วไป  ผ่านงาน นสพ.ประชาชาติธุรกิจ  แล้วย้านไปทำงานที่ นสพ.สยามโพสท์ หน้ากองบรรณาธิการโลกสีฟ้า


                  นั่นแน่ สาวกำแพงแสนได้พบรักกับหนุ่มอีสานที่สารคดีโลกสีฟ้านี่เอง   แล้วลาออกไปสอบเป็นข้าราชการประชาสัมพันธ์ถึง มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี  แต่เป็นได้แค่ 6 เดือนก็ลาออกมาแต่งงานเมื่อปีพ.ศ.2541 กับบัณฑิตหนุ่ม สมฤกษ์ โกศลวิทยานันต์ ซึ่งก็ตัดสินใจลาออกจากงานด้านสื่อสารมวลชน  ช่วงชีวิตข้าวใหม่ปลามันหันมาทำธุรกิจขายส่ง  ความคาดหวังตั้งใจจะเป็นเจ้าสัว   แต่แล้วชีวิตก็ลิขิตให้ต้องเปลี่ยนสายงานและอาชีพ


                   อาศัยที่เคยมีเพื่อนสมัยเรียนศิลปากรเป็นลูกชายเจ้าของร้านเป็ดย่างหมูแดงหมูกรอบราชวัตร  คุณสมฤกษ์ หัวหน้าครอบครัวหายอมจำนนต่อภาวะเศรษฐกิจผันแปรไม่ ตัดใจไปขอวิชาย่างเป็ด ทอดหมูกรอบ และย่างหมูแดง กับครอบครัวของเพื่อนเก่า  แล้วก็หอบหิ้วลูกเมียมุ่งหน้าไปตายเอาดาบหน้าถึงสุดเขตประเทศไทย อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก  ทุ่มเงินก้อนสุดท้ายได้ตึกมาสองคูหา เปิดขายส่งสารพัดแต่ในที่สุด ได้ใช้วิชาย่างเป็ดเป็นหน้าร้าน


                   “เปิดขายทีแรกก็ขายได้ 2-3 ตัว เพราะเป็นร้านใหม่ ยังไม่ค่อยมีใครรู้จัก  แต่ยิ่งนานวันเข้ากลับพบว่ามีแขกที่มากินหน้าซ้ำๆ  จากมาครั้งแรกก็เริ่มมาครั้งที่สองสามสี่ จนกลายเป็นลูกค้าประจำ แถมนำพาเพื่อนฝูงตามมากินมากขึ้น วันที่ขายได้เกิน 5 ตัวดีใจ เฟสบอกเพื่อนๆไปทั่วเลย อารามดีใจ เป็ดย่างต้าเว่ยมีคนติดแล้วค่ะ”


                   “สามีหนูเขาทำหน้าที่ย่างเป็ดด้วยตนเอง เครื่องปรุงยังคงรักษาสูตรเป็ดย่างราชวัตรของเพื่อน แต่หลายๆอย่างหลายๆเมนูก็เริ่มพัฒนาขึ้นเอง ทุกอย่างสามีหนูทำเองด้วยมือของเขาค่ะ เป็นทั้งมือย่างเป็ดและสับเป็ดสองหน้าที่เชียวค่ะ”


                   ฟังดูแล้วเหมือนว่า สองสามีภรรยาคู่นี้มีอาชีพและมีวิชาที่ร่ำเรียนมาทางศิลปะจะละทิ้งไปเสียแน่  ดูแล้วก็น่าเสียดายวิชาความรู้  แต่ไม่ใช่                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                        

                  “วันหยุด เพื่อครอบครัว   เราก็ไปเที่ยวป่าเที่ยวดง ไปเห็นทีสวยงามก็อดใจถ่ายรูปสต๊อกไว้ จนถึงส่งเข้าไปขายรูปในชัดเตอร์สต๊อก ก็เป็นรายได้อีกทางหนึ่งที่ช่วยจุนเจือครอบครัว  วิญญาณตากล้องและนักเขียนยังอยู่ค่ะ”


                   “ตอนนี้ ขายเป็ดย่างได้แต่ละวัน 12-15 ตัว เทศกาลตรุษจีน สาตรจีน ก็จะรับขายส่งเป็ดย่างตามสั่งอีกไม่น้อย และนับวันจะมากขึ้นๆ “ คุณวรางคณาเล่าไปยิ้มไป


                     “หนูเหรอ เช้าแต่งตัวสวย โพสท์รูปให้แฟนคลับชมว่าแต่งตัวกลมกลืนกับชนเผ่าใด พร้อมบริการลูกค้า เสมอต้นเสมอปลาย  การแต่งกายนี่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ แต่ที่ไม่เปลี่ยนไปเลยนะคะคุณลุง  หนูเก็บตังส์ทั้งหมดคนเดียว  ฮะฮะฮะ”

                     รอยยิ้มและเสียงหัวเราะเหมือนเผด็จการแท้ๆ เทียว ฮา


                     พอเสียง “สัพพีตีโย...... “พระอาจารย์อำนวยพรให้กับเจ้าภาพ ตามพระวินัยบัญญัติ ก็ได้ยินเสียง สาธุ ขึ้นพร้อมกัน 

                     ลุงดำได้แต่ภาวนาในใจ “เพี้ยง ขอให้ขายเป็ดย่างต้าเว่ยดีเป็นเทน้ำเทท่าตลอดไป รวยๆเฮงๆ” 

 

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก เดือนละ 30,000 บาท ปีละ 300,000 บาท

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 10,000 บาท ปีละ 100,000 บาท

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 1,000 บาท ปีละ 10,000 บาท

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี ครั้งละ 5,000 บาท

ฝ่ายการตลาด จิราภรณ์ ขจรศักดิ์สุเมธ "เจี๊ยบ" 086-669-6018 

E-mail: jeabaod@gmail.com 

 
view