http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 21/10/2021
สถิติผู้เข้าชม11,739,630
Page Views13,892,896
« October 2021»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31      
lifestyle & review
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42365202
 

สาวใหญ่แม่ลูก 3 "สุนีย์ ชุมนพรัตน์ "แพะ"สร้างชีวิต

สาวใหญ่แม่ลูก 3 "สุนีย์ ชุมนพรัตน์ "แพะ"สร้างชีวิต

สาวใหญ่แม่ลูก3

“สุนีย์ ชุมนพรัตน์”

“แพะ”สร้างชีวิต

โดย สาวดอนเมือง เรื่อง-ภาพ 

             สุนีย์ ชุมนพรัตน์ วัย 48 ปี เป็นหญิงสู้ชีวิตอีกคนที่น่ายกย่อง เพราะในวันนี้ใช่เพียงเธอจะเป็นภรรยาที่ดีของสามี และเป็นแม่ที่ดีของลูก3 คนเท่านั้น แต่เธอยังเป็นที่ปรึกษา และเป็นผู้ให้กำลังใจแก่คนในชุมชนที่ประสบทุกข์และเจอปัญหาเดือดร้อนต่างๆนานา

              สุนีย์เล่าว่า พอเรียนชั้นประถม6 ก็ทำงานมาตลอดตั้งแต่อายุ 15 ปี เนื่องจากฐานะทางบ้านยากจน พ่อแม่มีลูกเยอะตอนเด็กๆ ช่วยพ่อแม่ทำนา ว่างจากทำนาก็ช่วยขายของ ด้วยความอยากจะมีรายได้จุนเจือครอบครัว จึงต้องออกจากบ้านเกิดจ.สงขลา มาทำงานโรงงานเย็บเสื้อโหล ที่กรุงเทพฯ ได้ค่าจ้างตัวละ ๓ บาท ทำงานตั้งแต่หกโมงเช้าจนถึงตีสองหรือถึงสว่าง ได้ค่าจ้างวันละไม่ถึงร้อยบาท แต่เธอส่งให้ทางบ้าน เดือนละ ๓๐๐ บาททุกเดือน


             ช่วงทำงานโรงงานเย็บเสื้อโหลเพียงปีกว่า ร่างกายย่ำแย่เพราะทำงานหนัก และป่วยเพราะฝุ่นผ้า จึงกลับบ้านมารับจ้างขายเสื้อผ้าที่หาดใหญ่ จนพบกับสามี พอแต่งงานก็เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามและย้ายมาอยู่ จ.ปัตตานี

               พอแต่งงาน ฐานะก็ยังยากจนเหมือนเดิม ต้องหาเช้ากินค่ำ รับจ้างทำงานก่อสร้างทั้ง 2 คนก็ชักหน้าไม่ถึงหลัง ได้ค่าจ้างคนละ 50-60 บาท และกว่าเงินค่าจ้างจะออกใช้เวลานานถึง 15 วัน  พอมีลูก 1 คน รายได้ยิ่งไม่พอกับรายจ่าย

 

              “บางทีลูกอยากกินอะไรที่แพงๆ อย่างสมัยก่อนลองกองกิโลกรัม(ก.)ละ 150 เราก็ไม่มีปัญญาที่จะซื้อให้ลูก คนเป็นแม่ก็เจ็บปวดเพราะลูกคนโตอายุ 3 ขวบอยากกินเหมือนเพื่อนเขา แต่ก็ต้องทน  ชีวิตเรามันต้องสู้ เราท้อได้แต่ว่าเราถอยไม่ได้”

                 ทำงานอยู่หาดใหญ่ได้ 5ปีท้องลูกคนที่2 ก็กลับมาอยู่ที่จ.ปัตตานี บ้านเกิดของสามี แต่ช่วงนั้นยังไม่มีบ้านของตัวเอง อาศัยอยู่บ้านเพื่อนสามี และเห็นลุงของสามีเลี้ยงแพะบนภูเขาที่ใช้ทำพิธีทางศาสนาอิสลาม ขายได้ตัวละ 800 บาท ทำให้มีรายได้ส่งเสียลูก2-3คนเรียนหนังสือ ประกอบกับช่วงปี 2540 เป็นยุคฟองสบู่แตก ขณะที่ในหลวง รัชกาลที่9 ทรงมีพระราชดำริเรื่องหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เธอและสามีจึงนั่งดูวิถีชีวิตของผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านที่ทำนาและเก็บออม  โดยใช้วิธีแบ่งข้าวสารที่ได้กับเจ้าของที่ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ที่สำคัญเมื่อได้ผลผลิตก็มีความสุขแม้จะเหนื่อยแค่ไหนก็ตาม


                  เธอเล่าถึงช่วงชีวิตลำบากตอนทำงานก่อสร้างว่า  “ที่บ้านมีไข่ลูกเดียวอยู่ในครัว ต้องใช้วิธีทอดแล้วทำให้มันใหญ่ และต้องให้ลูกได้กินก่อน พ่อกับแม่ต้องนั่งดู พอกลับบ้านมาทำนา  เห็นชัดว่าคนที่ยึดหลักปรัชญาของในหลวงรัชกาลที่ 9 และหลักศาสนาอิสลามมันสอดคล้องกันและมันใช้กันได้ แล้วดิฉันเองเป็นคนที่ว่า ทำอะไรก็ได้อย่าให้เดือดร้อนคนอื่น เราจะเหนื่อยแต่เราก็ต้องขยัน ต้องซื่อสัตย์ และต้องอดทน  ดิฉันเป็นคนสู้  ขณะที่แฟนเสร็จจากงานก่อสร้างก็มารับจ้างกรีดยาง”

                 หลังจากเก็บเงินรายได้จากการกรีดยางพอสมควร สองสามีภรรยาก็ไปซื้อแพะมาเลี้ยง จนออกลูกมาหลายตัว โดยเลี้ยงแบบปล่อย ทำให้เกิดปัญหามาก ทั้งท้องอืด เป็นพยาธิ เป็นกลากเป็นตุ่ม ที่รักษาไม่ได้ ผูกไว้เชือกพันขา

ตายก็มี  เพราะไม่มีความรู้และไม่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงแพะ

                เมื่อปิดทองหลังพระฯ เข้ามาในพื้นที่บ้านท่าน้ำ จ.ปัตตานี เธอเป็นคนแรกที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเลี้ยงแพะคุณภาพ โดยเปลี่ยนจากการเลี้ยงแพะปล่อยแบบธรรมชาติ มาเป็นการเลี้ยงแบบถูกสุขอนามัย มีคอกมีรั้ว ให้อาหาร ยา วัคซีนที่ถูกต้อง และได้รับแพะพระราชทานพันธุ์แบล็กเบงกอลมาเลี้ยง

จากผลที่สุนีย์ปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงแพะมาเลี้ยงแบบขังคอก  ส่งผลให้ได้แพะที่อ้วนถ้วน แข็งแรง สะอาด และถูกหลักศาสนา จนคนพูดต่อ ๆ กันว่า จะหาแพะทำพิธีต้องมาบ้านท่าน้ำ

  นอกจากจะเลี้ยงในคอกตามหลักสุขลักษณะแล้ว เธอยังปลูกหญ้าอาหารเอง ผสมพันธุ์เองให้ได้ จนได้แพะตัวใหญ่ตามที่ตลาดต้องการ เลี้ยงง่าย โตเร็ว ท้องเร็ว

  ย้อนกลับไปในช่วงเข้าอบรมเรื่องการเลี้ยงแพะ และอบรมความรู้ในเรื่องต่างๆ  เพื่อนบ้านไม่เข้าใจและพูดไปต่างๆนานา แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการศึกษาหาความรู้ของเธอและสามี

                “เราไม่ได้สนใจคำพูดของเพื่อนบ้าน ไม่โกรธเขา และต้องขอบคุณเขาด้วย  เราเอาคำดูถูกนั้นมาเป็นแรงผลักดัน ว่า เออเราต้องทำให้ได้ ที่เราไปต้องไปอบรมแต่เช้ากลับค่ำเพราะ เราก็ไม่มีการศึกษา เราจบแค่ป.6 ต้องไปหาความรู้ ว่างๆแฟนก็จะเอาเอกสารพวกนี้มาอ่าน คือหาความรู้ให้ตัวเอง เพื่อที่จะได้มาดูแลแพะของเรา”

                   ทั้งนี้ไม่ใช่แค่การอบรมหาความรู้เรื่องการเลี้ยงแพะเท่านั้น แต่หากหน่วยราชการไหนมาจัดอบรมด้านเกษตร สุนีย์และสามีก็จะไปร่วมอบรมตลอด อย่างเช่นเรื่องการทำปุ๋ย จากนั้นก็สมัครเป็นจิตอาสาของหน่วยราชการต่างๆและถือเป็นความโชคดีที่ทางปศุสัตว์มีงบประมาณในการส่งเสริมการเลี้ยงแพะ เธอจึงเขียนโครงการและหาสมาชิกเข้ากลุ่มได้ 10 คน ทำให้ได แม่พันธุ์ 4 ตัวพ่อพันธุ์ 1 ตัว พอชาวบ้านเลี้ยงไปแล้วมีปัญหาก็เลิกเลี้ยงกัน เหลือแต่เธออยู่เจ้าเดียว จากนั้นก็มีโครงการไทยเข้มแข็งมาสนับสนุนอีก  ทำให้ชาวบ้านเริ่มเห็นชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของครอบครัวนี้หลังจากเลี้ยงแพะ กระทั่งเป็นต้นแบบให้ครอบครัวอื่นหันมาเลี้ยงแพะกันมากขึ้น

                 “เราไม่ต้องไปยืมเงินเป็นหนี้เป็นสินใคร และสามารถส่งลูกเรียนจนจบปริญญาตรี โดยยึดหลักที่ว่าเราประหยัดเราใช้กินจ่ายที่จำเป็นจริงๆ เพราะเคยลำบากมาก่อน  หลายปีมานี้ก็มีเงินเก็บสะสม ได้สร้างบ้าน มีรถมีอะไรใช้ ถึงจะไม่ใช่รถใหม่รถหรูก็ตาม  เพราะแพะทำพิธีตัวหนึ่งขายได้ตัวละ5000-9000 บาท ราคาขึ้นอยู่กับความพอใจ ขายเป็นตัวบ้าง คนที่มาซื้อไปเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไปเลี้ยงต่อ เราก็แนะนำวิธีเลี้ยงให้เขาด้วย”

                 ทุกวันนี้สุนีย์ขายแค่แพะทำพิธีเท่านั้น เพราะตลาดมีความต้องการมาก และได้ราคาดีกว่าด้วย ไม่ได้ขายแพะที่ชำแหละเนื้อ ตอนนี้ชาวบ้านจึงรวมกันตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแพะบ้านท่าน้ำ จากที่มีสมาชิก ๘ คน ขยายเป็น ๒๘ คน มีแพะรวมกัน ๒๔๐ กว่าตัว โดยสุนีย์ ได้รับเลือกให้เป็นประธานวิสาหกิจชุมชนแพะบ้านท่าน้ำ สำหรับตัวเธอเองนั้นมีรายได้จากการเลี้ยงแพะเพื่อทำพิธี เดือนละ ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท นอกจากนี้ยังปลูกพืชผักสวนครัวไว้กินในครอบครัว และขายที่เหลือบางส่วน ทั้งยังเลี้ยงหอยขม และทำปุ๋ยไส้เดือนขาย รวมถึงยังรับจ้างกรีดยางด้วย


                สุนีย์พูดถึงช่วงที่ต้องเจอปัญหาอุสปสรรค และต้องฟันฝ่าความยากลำบากทั้งหลายแหล่ว่า “ถ้ามีปัญหาในชีวิตส่วนมากจะใช้ยึดหลักศาสนา และหลักปรัชญาของในหลวงรัชกาลที่9  จะใช้สองหลักนี้ล้วนๆเลย คือจะเงียบแล้วจะถอยมาก้าวหนึ่ง เพื่อมานั่งคิด ในชีวิตนั้นทุกอย่างมีทางแก้ ไม่มีปัญหาไหนที่ไม่มีทางแก้ แต่เราต้องค่อยๆแก้ และค่อยๆคิดค่อยๆไป เพียงแค่นั้นเอง  จะไม่ผลีผลาม จะไม่กระโดดก้าวไปลุยเลย”

                เธอย้ำอีกว่า ช่วงฟันฝ่าอุปสรรคนั้น ได้ใช้หลักศาสนาเป็นเครือ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ โดยขอพรจากพระอัลเลาะห์ ขอให้พระองค์มอบสมองที่ชี้ทางสว่างให้ และขอให้ท่านคุ้มครอง

                “ในหลวง รัชกาลที่9 ทรงสอนว่าศาสนาไหนก็สอนให้ทุกคนเป็นคนดีหมดอยู่ที่ตัวเรา อย่าใช้ชีวิตแบบผลีผลาม ค่อยๆเป็นค่อยๆไปเพราะเราคนจน เราไม่มี เงินจะไปลงทุนใหญ่ๆ ต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป แล้วให้ขยัน ซื่อสัตย์  อดทน เกิดความท้อถอยได้แต่เราอย่าท้อ ถอยมาก้าว ตั้งหลัก แล้วค่อยไปใหม่ สำหรับครบครัว ลูกคือกำลังใจ  พ่อแม่ทุกคนอยากให้ลูกอยู่ดีกินดีมีการศึกษาดีๆ จึงต้องทนทำทุกอย่างที่ลำบาก”

              อย่างที่เกริ่นไปแต่แรกว่า  สุนีย์เป็นผู้หญิงที่ผ่านร้อนผ่านหนาว และมีประสบการณ์ชีวิตหลากหลาย  ที่สำคัญเป็นคนที่หมั่นศึกษาหาความรู้ตลอด รวมทั้งมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  ด้วยบุคคลิกดังกล่าว จึงมีเพื่อนฝูง เพื่อนบ้าน และคนรู้จักมาปรึกษาหารือและปรับทุกข์อยู่บ่อย ซึ่งเธอก็ให้คำแนะนำเป็นอย่างดี

                “เพื่อนบ้านจะมีปัญหาแตกต่างกันอย่างเช่น ทะเลาะกับสามีก็มาระบายให้เราฟัง  บางคนลูกเยอะเงินไม่พอใช้  บางคนเป็นโรคโควิด-19    ด้วยประสบการณ์ที่ดิฉันเคยผ่านการอบรมมา เป็นคนใส่หมวกหลายใบ เป็นทั้งอสม.ด้วย เคยไปอบรมมาทุกอย่างในช่วงหลายสิบปี เราจะต้องเป็นผู้ฟังที่ดี ให้เขาได้ระบายก่อน และถามว่าจะให้ช่วยอะไรไหม พร้อมให้คำแนะนำ โดยยึดหลักศาสนาและหลักปรัชญาของในหลวง รัชกาลที่9  ชีวิตคนเราเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นของธรรมดา ต้องปลง อะไรที่มันหนักอย่าไปแบก ปล่อยวางลง” 

                 “ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ไข กับลูกก็จะสอนแบบนี้ อย่ากลัวในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพื่อนบ้านมีปัญหามาปรับทุกข์ทุกวัน  แต่ละกรณีก็เหมือนกับเราที่เคยเจอมาก่อน  อย่าไปมองคนที่เขาเหนือกว่าเรา เราต้องมองคนที่ลำบากกว่าเรา มันจะทำให้เราต่อสู้ต่อไป อย่างเคสที่เป็นโรค HIV  จะแนะให้เขาทำจิตใจให้สบาย ให้ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ คนเราเกิด แก่ เจ็บ ตาย เขากำหนดชีวิตไว้หมดแล้ว คำของคนอย่าไปแคร์  โรคทุกโรคมันมาอาศัยเราอยู่ เราต้องปลงในชีวิต”

                “สุนีย์” นับเป็นหญิงแกร่งอีกคนที่น่าชื่นชม ซึ่งแม้จะเกิดมาในครอบครัวยากจน แต่ก็ไม่เคยย่อท้อในชะตาชีวิต เพียรพยายามทำอาชีพสุจริตทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมาเลี้ยงดูลูก 3 คน  จนตอนนี้เธอส่งลูกสองคนเรียนจบปริญญาตรี มีการมีงานทำที่ดี  ขณะเดียวกันเธอเองก็มีชีวิตความเป็นอยู่สุขสบาย อีกทั้งยังได้ใช้ความรู้ความสามารถช่วยเหลือผู้คนรอบข้าง

          000000000

 

 

Tags : ภาวิณีย์ เจริญยิ่ง

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี 

ฝ่ายการตลาด คุณ บุณย์วรางค์ มนตรีพิศาล โทร.081-4971702  

ประจำกองบรรณาธิการ สาวดอนเมือง มณี บันลือ  อินทรีดำ ธงชัย อึ้งเข่งสุง

 
view