http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  ข่าวสาร
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 01/12/2022
สถิติผู้เข้าชม13,066,651
Page Views15,279,825
« December 2022»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
ข่าวสาร
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42365202
 

อีเวนท์ติดปีกวัยอิสระ … โครงการ “สูงวัยหัวใจยังเวิร์ค” พัฒนาทักษะทางดิจิทัล เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต

อีเวนท์ติดปีกวัยอิสระ … โครงการ “สูงวัยหัวใจยังเวิร์ค”  พัฒนาทักษะทางดิจิทัล เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต

อีเวนท์ติดปีกวัยอิสระ … โครงการ “สูงวัยหัวใจยังเวิร์ค”

 พัฒนาทักษะทางดิจิทัล เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต

           ปัจจุบันสังคมไทยเข้าสู่ยุคสังคมผู้สูงวัยโดยสมบูรณ์ (Aged Society) จากรายงานข้อเสนอเชิงนโยบายสู่วิถีชีวิตแนวใหม่ของสังคมผู้สูงอายุด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลจัดทำโดย มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย  พบว่า

ผู้สูงอายุ ที่มีช่วงวัย 60 -70 ปี และ ผู้จะก้าวสู่วัยผู้สูงอายุ ช่วงวัย 50 – 59  ปี มีการเข้าถึงและใช้งานอินเทอร์เน็ต วันละ 5-6 ครั้ง  ครั้งละ 30  นาทีถึง 1 ชั่วโมง สะท้อนให้เห็นว่า อินเทอร์เน็ตเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ของทั้งสองกลุ่มวัย อีกทั้งพบว่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตมีความหลากหลาย  การใช้สื่อสังคมอออนไลน์ ได้แก่ ไลน์ เฟซบุ๊ก และยูทูป ลบภาพในอดีตที่มองผู้สูงอายุ กังวล ไม่คุ้นเคย ไม่สามารถใช้เทคโนโลยีได้ เปลี่ยนมาเป็นภาพผู้สูงอายุที่ยอมรับเทคโนโลยีมีการใช้เทคโนโลยีในการดำเนินชีวิตประจำวันมากขึ้น เช่น ใช้ติดตามข่าวสารหาข้อมูลเกี่ยวกับการดูแล สุขภาพ สร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิด กับคนในครอบครัว เพื่อน,ชุมชนออนไลน์, หาความบันเทิงจากสื่อออนไลน์มาใช้เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจกันมากขึ้น  

 

         เป็นที่มาที่กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ สนับสนุนภาคีเครือข่ายจัดทำโครงการ “สูงวัยหัวใจยังเวิร์ค” เพื่อพัฒนาทักษะและเพิ่มโอกาสในการเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ส่งเสริมทักษะการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สร้างสรรค์และผลิตชิ้นงานที่สามารถนำไปใช้เป็นต้นแบบในการเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้สูงอายุให้มีโอกาสในการสร้างอาชีพ และเป็นช่องทางในการสร้างพฤติกรรมเชิงบวกให้กับประชาชนทั่วไปได้เข้าใจสภาพของสังคมผู้สูงวัยในมิติด้านคุณค่าส่วนบุคคลและเชิงเศรษฐกิจของสังคม ภายในงานจึงจัดเสวนา “ผู้สูงวัยใช้สื่อออนไลน์อย่างไรให้เวิร์ค” โดยมี ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เป็นประธาน พร้อม Influencer สูงวัย จากโลกโซเชียล ได้แก่ คุณณัฐรดา สุขสุธรรมวงศ์, ทพ.สมชัย สุขสุธรรมวงศ์, คุณชุติมา แสนนนท์, คุณกาญจนา สร้อยสิงห์, คุณสุเทพ ประยูรพิทักษ์ ฯลฯ พร้อมเวิร์คช้อปฯ พัฒนาทักษะและเพิ่มโอกาสในการเรียนรู้ในการสร้างแนวทางการใช้เทคโนโลยีทางดิจิทัล งานจัดเมื่อวันอังคารที่ 21 ธันวาคม 2564 ณ แลนด์แล็บ ศูนย์การเรียนรู้ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี

 

ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ บอกเล่าถึงแนวคิดในการส่งเสริมโครงการฯ นี้ว่าปัจจุบันสังคมไทยกำลังเปลี่ยนผ่านเป็นสังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์โดยมีสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นและจากรายงานข้อเสนอเชิงนโยบายสู่วิถีชีวิตแนวใหม่ของสังคมผู้สูงอายุด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งจัดทำโดยมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย พบว่าผู้สูงอายุ ที่มีช่วงวัย 60 - 70 ปี และ ผู้จะก้าวสู่วัยผู้สูงอายุ ช่วงวัย 50 - 59 ปี มีการเข้าถึงและใช้งานอินเทอร์เน็ต วันละ 5 - 6 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที - 1 ชั่วโมงและเมื่อพิจารณาค่าเฉลี่ยระยะเวลาการใช้งานแต่ละวันพบว่า ใช้งานเฉลี่ยวันละ 2 - 3 ชั่วโมง สะท้อนให้เห็นว่าอินเทอร์เน็ตเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ของทั้งสองกลุ่มวัย โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 50 - 45 ปี ที่กำลังจะก้าวสู่วัยผู้สูงอายุในอนาคต มีระยะเวลาใช้งานเฉลี่ยวันละมากถึง 4 - 5 ชั่วโมง

       กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จึงถือว่า กลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้สูงวัย เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่สำคัญ จึงดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุต่อเนื่องทุกปี ล่าสุดภายใต้ชื่อ “สูงวัยหัวใจยังเวิร์ค” มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาทักษะและเพิ่มโอกาสในการเรียนรู้ในการสร้างแนวทางการใช้เทคโนโลยีทางดิจิทัล, เพื่อให้ตอบสนองต่อทักษะการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น, เพื่อสร้างสรรค์และผลิตชิ้นงานสื่อที่สามารถนำไปใช้เป็นต้นแบบในการเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้สูงอายุให้มีโอกาสในการสร้างอาชีพ, เพื่อเป็นช่องทางในการสร้างพฤติกรรมเชิงบวกให้กับประชาชนทั่วไปได้เข้าใจสภาพของสังคมผู้สูงวัยในมิติด้านคุณค่าส่วนบุคคลและเชิงเศรษฐกิจของสังคม โดยเน้นกลุ่มเป้าหมาย ผู้สูงวัยอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยมีแนวคิดหลัก ส่งเสริมผู้สูงวัยหัวใจดิจิทัล อัพสกิลทักษะออนไลน์ เรียนรู้แบบเข้าใจ ทำได้ ใช้เป็น ผ่านกลยุทธ์การสนับสนุน เพราะเชื่อว่า การปรับตัวของผู้สูงวัยมีข้อจำกัดทางร่างกายและความกังวลที่เป็นอุปสรรค

 โครงการจึงเปิดรับนักศึกษาตัวแทนเยาวชนที่เชี่ยวชาญเทคโนโลยี เพื่อเป็น “Digital Buddy” ของผู้สูงวัย เป็นหน่วยสนับสนุนร่วมบ่มเพาะจนเกิดต้นแบบที่เป็นองค์ความรู้กลับคืนสู่สังคม นอกจากนี้กิจกรรมในโครงการ มีเปิดอบรมและสร้างต้นแบบผู้สูงวัยที่มีความประสงค์จะใช้ทักษะทางดิจิทัลและสื่อออนไลน์เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต ในวันที่ 12 – 14 ม.ค. 65 โดย จัดอบรมฟรี 4 หลักสูตร ได้แก่ ดิจิทัล D 101: YOLD Creator นักผลิตสื่อวัยเก๋า อบรมการผลิตสื่อสร้างสรรค์เพื่อลงบนแพลทฟอร์มออนไลน์ อาทิ ยูทูป, เฟสบุค อบรมการถ่ายภาพ ,การตัดต่อด้วยโทรศัพท์มือถือ, การพูดหน้ากล้องอย่างมั่นใจ, ดิจิทัล D102: YOLD Digital Marketer นักขายออนไลน์วัยเก๋าอบรมการ ตลาดออนไลน์ เฟสบุค, Tiktok, ดิจิทัล D 103: YOLD  Online Tutor ครูออนไลน์วัยเก๋าการเปลี่ยนความรู้และทักษะให้เป็นรายการด้วยการสอนออนไลน์ และ ดิจิทัล D104: YOLD Digital Literacy รู้ทันสื่อดิจิทัล, ต่อต้านข่าวลวง ข่าวปลอม สามรถติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่เฟสบุ๊คแฟนเพจสูงวัยหัวใจยังเวิร์ค

สังเกตเห็นว่าในการให้ทุนในแต่ละปี เราก็จะมีคนสูงอายุหรือกลุ่มผู้สูงวัย เพราะเราต้องการที่จะให้ทุกท่านสามารถที่จะใช้สื่อได้อย่างถูกต้อง มีทักษะในการรู้เท่าทันสื่อ แล้วก็สามารถที่จะเป็นผู้ผลิตสื่อที่ดีด้วย เพราะทุกวันนี้ เรารับข้อมูลและส่งต่อ จนเรียกว่าทุกคนเป็นสื่อ โดยกิจกรรมนี้ จะได้ประโยชน์ทั้งสองด้าน ด้านแรกทักษะในการรู้เท่าทันสื่อ วิเคราะห์แยกแยะได้ว่าข่าวไหนลองเอาไหนจริงอันไหนที่จะส่งผลกระทบทางบวก อันไหนส่งผลกระทบทางลบ เป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้ร่วมกัน ด้านสอง เมื่อเข้ารับการอบรมแล้ว ทุกคนสามารถที่จะสร้างสรรค์สื่อดี ๆ ได้ บอกเล่าเรื่องราวที่ท่านรู้สึกประทับใจ ถ่ายทอดไปสู่คนอื่นอย่างสร้างสรรค์ อนาคตเราอยากเห็น creator เป็นผู้สูงวัย มาถ่ายทอดองค์ความรู้ความเชี่ยวชาญของเขา แล้วเราก็อยากเห็นว่าผู้สูงวัยมีทักษะในการที่จะใช้สื่อออนไลน์ที่เป็นประโยชน์เช่น ขายสินค้าออนไลน์ เป็นนักการตลาดดัง ฯลฯ ต้องยอมรับความจริงว่าวันนี้ เรามีประชากรที่สูงอายุเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำอย่างไร ให้เขารู้สึกว่าไม่ได้เป็นภาระของสังคม การทำโครงการฯ เสมือนเปิดโอกาสให้ได้ใช้ความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่ และเกิดการพบปะกับรุ่นอื่นๆ มีการทำงานร่วมกัน จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกิจกรรมครับ

จากนั้น มีการเสวนาในหัวข้อ“ผู้สูงวัยใช้สื่อออนไลน์อย่างไรให้เวิร์ค” ผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ คุณณัฐรดา สุขสุธรรมวงศ์ จาก Tiktok : ครูตุ๊กตา tookta พา fit 59.0K followers , 746.2K likes, สอนออกกำลังกาย และโยคะ , PT&Yoga Teacher,ทพ.สมชัย สุขสุธรรมวงศ์ จาก Tiktok: Dr.Van_11.1K followers, 82.7K likes, นักธรรมเอก, ทันตแพทย์, ครูสอนออกกำลังกาย ,คุณชุติมา แสนนนท์ จาก Fanpage: แต่งให้สวย Style 50+ 108,797 Followers/Blogger &Influencer สายแฟชั่น วัย 50+ , คุณกาญจนา สร้อยสิงห์ จาก Fanpage: เพจ50 แล้วไง 120,000 Followers/นักสร้างแรงบันดาลใจ สายสุขภาพองค์รวม และคุณสุเทพ ประยูรพิทักษ์ ศิลปินนักร้อง นักดนตรี ได้พูดแนะนำไว้อย่างน่าฟัง และชี้ชัดว่า อายุเป็นเพียงตัวเลข ไม่ว่าอายุเท่าไหร่ก็เล่นโซเชียลได้ แต่ต้องเลือกเสพให้เหมาะกับตนเอง และต้องใช้สติในการถ่ายทอด และเลือกเสพสื่อให้มาก

          ณัฐรดา สุขสุธรรมวงศ์ จาก Tiktok ครูตุ๊กตา tookta พา fit  ผลิตคอนเทนส์เสนอการออกกำลังกาย และโยคะ เพื่อคู่คิดด้านการออกกำลังกายเล่าว่า จุดเริ่มต้นที่มาทำคอนเทนส์ออนไลน์แม้อายุเข้าสู่เลข 6 แล้วเนื่องจากเคยมีประสบการณ์ดูแลตัวเองจากปัญหาเข่าเสื่อม เคยลดอาหารเพื่อไม่ให้น้ำหนักขึ้น กลายเป็นขาดสารอาหารไปด้วย จึงต้องหันมาดูแลตัวเอง  สำหรับช่วงเวลาเธออยู่กับโซเชียลทำการตัดต่อคลิปในแต่ละวันราวครึ่งถึง 1 ชั่วโมง เฉลี่ยแล้วจะเล่นในช่วงเวลาว่างประมาณ 7-8 ช่วงต่อวัน ช่วงละ 10 นาทีเพื่อเป็นการถนอมสายตา ป้องกันการนั่งนาน ๆ ที่จะก่อปัญหาหลังไหล่ค่อม เข่าเสื่อมตามมา  

      “  คอนเทนส์ที่ดิฉันแนะนำคือท่าออกกำลังกาย ป้องกันออฟฟิศซินโดรม เมื่อดิฉันดูแลรักษาตัวเองจึงอยากเรียนรู้สิ่งที่อยากรู้ และอยากบอกสิ่งที่เรารู้ออกไปให้มีประโยชน์อย่างไร ครั้งแรกเริ่มจากเขียนลงบล็อกในเฟสบุค ต่อมาใช้ติ๊กต็อกในการนำเสนอซึ่งรูปแบบเปลี่ยนไปจากการเขียนมาสื่อสารด้วยการพูด จึงต้องปรับตัวเยอะเพราะติ๊กต็อกถ่ายทอดเป็นภาพและเสียง ตอนเขียนอยากเขียนอะไรสามารถแยกเป็นหัวข้อ ๆ  ได้ แต่พอเป็นการพูด บางครั้งพูดไม่ทันเพราะสั้น ธรรมชาติติ๊กต็อกต้องไว จึงพัฒนาการเขียนแคปชั่นให้สั้นและกระชับแต่สื่อความหมายให้เข้าใจเหมือนเดิม ทำให้ได้พัฒนาด้านการใช้ภาษา แต่พยายามไม่ทิ้งทักษะการเขียน ”  

         ซึ่งการเริ่มชีวิตติ๊กต็อกเกอร์ในวัย 60 ไม่ใช่เรื่องช้าเกินไป เพราะคอนเทนส์ที่ครูตุ๊กตานำเสนอล้วนเป็นประโยชน์แก่ผู้สูงอายุในการดูแลตัวเอง และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้คนหนุ่มสาวเริ่มวัยทำงานหันมาดูแลตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อย

         สำหรับแง่มุมการใช้สื่อเป็นตัวเสริมสร้างรายได้ครูตุ๊กตามีแนวคิดคือ การทำทุกอย่างมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือเธอทำสื่อออนไลน์สิ่งที่เธอได้ที่สุดคือ ตัวเอง  เพราะเธอได้พัฒนาศักยภาพในตัวได้มากที่สุดเพื่อสื่อออกไปแล้วคนยอมรับ อีกทั้งป้องกันโรคอัลไซเมอร์เพราะได้พัฒนาสมอง แต่การลุ่มหลงทุกอย่างต้องมีลิมิตไม่ควรนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ควรลุกทุก ๆ 15 นาทีแล้วมาขยับตัว ขยับแขนขา อย่าจดจ่อกับแสงสีฟ้านานเกินไป

       “ โทษของโซเชียลคือ นั่งนาน ๆ แล้ว ก้นแก่ คือก้นจะมีจุดสูงสุดห้อยลงและคล้อยจากแกนกลางลำตัว ส่งผลให้ผู้สูงวัยกระโพกหักง่าย และไม่มีแรงเดิน ส่วนการจะเป็นรายได้ดิฉันมองว่า อย่าเพิ่งไปจินตนากรให้โฟกัสสิ่งที่เราได้กับตัวเอง ส่วนรายได้ที่ได้มาเป็นส่วนเสริม  แต่ถ้าเราคิดว่าต้องเป็นรายได้ เราจะเครียด ซึ่งจะมีรายได้หรือไม่มีรายได้ ให้คิดถึงเงินมาทีหลัง ให้คิดทำ พัฒนาตัวเองไปเรื่อย ๆ  แล้วเงินก็จะตามมาเอง ”

            ด้าน ทพ.สมชัย สุขธรรมวงศ์ จาก Tiktok: Dr.Van ที่มีผู้ติดตามมากถึง 11.1K followers  อีกทั้งเขายังเป็นนักธรรมเอก ทันตแพทย์ ครูสอนออกกำลังกาย จากการเป็นทันตแพทย์แล้วหันมาเล่นติ๊กต็อกสอนออกกำลังกายเพื่อส่งเสริมให้คนออกกำลังกาย โดย Dr.Van เล่าจุดเริ่มต้นแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาก้าวเข้าสู่โซเชียลเริ่มจากงานเขียนบทความการออกกำลังกายลงบนกระดาษซึ่งปัจจุบันก็ยังเขียนลงบนกระดาษเพื่อการฝึกเส้นประสาทมือ และปรับตัวให้เท่าทันโลกคือการพิมพ์ลงในคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ

        “ เริ่มแรกการเขียนบล็อกผมได้พัฒนาการเรียบเรียงบทความและมาลงเฟสบุคซึ่งเขียนเรื่องยาวได้  พอเพื่อนชวนเล่นติ๊กต็อกช่วงโควิด ซึ่งแต่ก่อนผมคิดว่าอายุเยอะแล้ว แต่ก็ลองทำลงติ๊กต็อกปรากฎคนไม่ดู แต่เดิมผมเป็นคนออกกำลังกายอยู่แล้ว ก็โชว์สิ่งที่เรามีเราเป็น พอผมจับแนวได้ก็ทำคลิปสั้น ๆ คลิปยาว ๆ ลงช่องทางอื่น ๆ คอนเทนส์ที่ทำคลิปมาจากคนนู้นคนนี้บาดเจ็บ เดินหกล้มแล้วประมวลมาทำเป็นคลิป และผมซีเรียสเรื่องผู้สูงวัยล้มง่าย สอนการลุกให้ถูกวิธี เพราะผู้สูงอายุมักขาเจ็บจากการลุกนั่ง เพราะหากบาดเจ็บทำให้เราเคลื่อนไหวไม่สะดวกอันนี้สำคัญ ผสมผสานกับการใช้ธรรมะมาใช้ในการออกกำลังกายด้วย 

         “ การใช้สื่อออนไลน์ของผมเพื่อผ่อนคลายความเครียดด้วยการหันมาดูติ๊กต็อก ซึ่งอุปสรรคจากการสร้างคอนเทนส์ลงโซเชียลผมยังมองไม่เห็นปัญหา แต่เราต้องพัฒนาเนื้อหา รูปแบบในการนำเสนอควรมีลูกเล่นเพื่อไม่น่าเบื่อ เป็นโจทย์ที่ต้องคิด สำหรับการเสพสื่อออนไลน์อย่าโดนหลอก และอย่าเป็นเหยื่อการเมือง ฟังได้เพื่อให้เข้าใจสภาวะบ้านเมือง แต่อย่าไปตัดสิน   เวลาเสพสื่อต้องดูแหล่งที่มา ถ้าเป็นข่าวที่รัฐบาลนำเสนอเชื่อถือได้ แต่ข้อมูลจากเพจส่วนตัวของใครคนใดคนอื่นเมื่อฟังแล้วต้องวิเคราะห์และแยกแยะ อย่าแชร์อะไรปุปปั๊บ ซึ่งผมมองว่าการเล่นโซเชียลเป็นเรื่องดีสำหรับผู้สูงอายุ เหมือนเราเรียนหนังสือตลอด สมองก็ไม่เสื่อมเช่นเรียนรู้เทคนิคการตัดต่อ ส่วนจะมีรายได้ไหมต้องดูที่ตัวเอง อย่างน้อย ๆ ตัวเองได้พัฒนาสมองตลอดเวลา ”

        หน่อย-ชุติมา แสนนนท์ จาก page แต่งให้สวย Style 50+ อินฟูเอนเซอร์สายแฟชั่น วัย 50+  แต่งสวยสไตล์ 50 พลัส  มาบอกเล่าการแต่งตัวสไตล์ 50+ อย่างไรให้ดูเก๋ ซึ่งก่อนจะก้าวมาเป็นอินฟูเอนเซอร์อดีตนักตรวจสอบบัญชีผู้เคร่งครึมมีความสุขเพียงการแต่งสูทโทนดำขาว พอเมื่ออายุ 50 เริ่มตระหนักถึงวัยที่อยากปลดปล่อยและเปลี่ยนตัวเองมาแต่งตัวสนุก ๆ ดูบ้าง ก็พบว่าเธอทำได้จึงลุกขึ้นมาทำเพจเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นฉีกกฎเดิม ๆ แล้วหันมารักและดูแลตัวเอง และทำชีวิตให้กระชุ่มกระชวยด้วยการแต่งตัว

         “ บางคนอาจไม่กล้าลุกขึ้นมาแต่งตัวมากเพราะคิดว่าอายุมากแล้ว ซึ่งหน่อยหันมามองตัวเองว่าเราก็อายุมากแล้ว แต่งตัวแต่ชุดสูทสีทึม ๆ เพื่อให้เหมาะกับอาชีพ ทำไมเราไม่หันมาปรับเปลี่ยนตัวเอง ทำให้ชีวิตดูมีสีสันขึ้นบ้าง จึงลุกขึ้นมาปรับเปลี่ยนตัวเอง พอเปลี่ยนการแต่งตัวปรากฎคนชอบ ฟีดแบคดีมาก จึงเริ่มทำเพจเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ซึ่งปีแรกผลตอบรับจากแฟนเพจดีมาก ๆ จนได้รับรางวัลโซเชียลอวอร์ด คิดว่าเรามาถูกทางแล้ว ผู้หญิงวัย 40 บวกห่วงเรื่องรูปร่าง การแต่งตัว เห็นเราเป็นไอดอล โซเชยีลทำให้เราได้แบ่งปันและเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิง มีการพูดคุยกับแฟนเพจตลอด มีการถ่ายแฟชั่นเซ็ท หน่อยอยากแนะนำผู้สูงอายุว่า โทษของโซเชียลมีอยู่แล้ว ในทางกลับกันประโยชน์ของมันในวัย 50 กว่า ๆ หน่อยเชื่อว่า ผู้สูงอายุโดนทอดทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียว อาจรู้สึกเหงา ก็ให้ลุกขึ้นมาเรียนรู้โซเชียล และสร้างรายได้ ได้ จริงๆ อายุ 50 กว่าๆ มีข้อดีอยู่ในตัว เช่น ทำอาหาร ดูแลสุขภาพ ให้นำมาแบ่งปัน พอมีเงินเยอะลูกหลานก็วิ่งมาหาเอง ที่สำคัญเกิดความสุขขึ้นกับตัวเองซึ่งถือข้อดีที่สัมผัสได้จากตัวเองและทุกคนทำได้ ”

          สำหรับ กาญจนา สร้อยสิงห์ นักสร้างแรงบันดาลใจ สายสุขภาพองค์รวม จากอดีตแม่บ้านที่เมื่อคลอดลูกคนที่ 2 แล้วเธอมีน้ำหนักมากถึง 75 กิโลกรัม จึงอยากเปลี่ยนตัวเองมาออกกำลังกาย ในระยะเริ่มแรกการออกกำลังกายตามเทรนเนอร์ต่าง ๆ ยังไม่ใช่ Passion ของเธออย่างแท้จริง ผ่านไป 5 ปีเธอจึงเริ่มค้นหาตัวเองในเรื่องการออกกำลังกาย จึงหันไปฝึกโยคะกับครูชาวอินเดีย ปรากฎเธอค้นพบทางสงบในจิตใจ จากเดิมกาญจนาเป็นผู้ที่ไม่ติดโซเชียลเลย และเคยตั้งกฎไม่เล่นโทรศัพท์มือถือเลย 2 วันต่อสัปดาห์ภายใต้แนวคิด“ใช้เขา ไม่ใช่เขาใช้เรา”  แต่ เมื่อค้นพบตัวเองเธอจึงหันมาเป็นยูทูปเปอร์ทำเพจของตัวเองให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเองและผู้อื่น แชร์ประสบการณ์การดูแลตัวเองแบบองค์รวม  

            “ ดิฉันเล่นโซเชียลเพื่อการเรียนรู้ตัวเอง เช่น เมื่อก่อนไม่ชอบฝึกโยคะ ไม่ชอบปั่นจักรยานเพราะรู้สึกว่าเหนื่อย ร้อน แต่พอไม่มีเทรนเนอร์ไม่มีคนบังคับแล้วดิฉันได้อยู่กับตัวเอง และฟังเสียงในหัวว่าเราชอบทำอะไร ชอบเล่นอะไร พอถามใจตัวเองเรากลายเป็นลุ่มหลงต่อศาสตร์โยคะ เช่น  ครูอินเดียแม้เราฟังภาษาเขาไม่ออกแต่เราสื่อด้วยการสัมผัสท่วงท่าการเล่นของเขาผ่านการเล่นมาแล้ว 5 ปี จากไม่เป็นมาเรียนรู้พัฒนาร่างกาย และพบว่าร่างกายเรามีกลไกที่พิเศษ ไม่ใช่เราทำไม่ได้ แต่แค่เราไม่อยากทำ แต่พอรู้ว่าตัวเองชอบอะไร ก็เลยลุกมาเล่นโซเชียลเลือกทำคอนเทนส์ พัฒนาจากเพจในเฟสบุค ดิฉันใช้สื่อค้นหาความรู้ให้ตัวเอง มีคนพูดว่าอินฟูเอนเซอร์ตอนนี้มีแต่เด็ก ๆ ทำไมล่ะเรามีความสุขจากสิ่งที่เราทำ ฉันจะทำ ดิฉันอายุ 56 แล้วไม่เคยบอกว่าตัวเองแก่เราย้อนกลับไปทำสิ่งที่ใช่ สิ่งที่เราชอบได้ ให้กลับไปหาสิ่งนั้น ความรู้อยู่ที่ปลายนิ้วทั้งหมดแรงลุกแรงกระตุกคือใจตัวเอง เราสู้ไหว อันนี้คือแรงบันดาลใจ กระจกที่คุณส่อง คุณเห็นใคร ถ้าส่องกระจกเห็นตัวเอง นี่คือแรงฉุดให้เราไปต่อ เราจะสาวและสวยไปด้วยกัน เราจะไม่ยอมแพ้ต่อกาลเวลา

        ดิฉันอยากฝากบอกไปถึงผู้สูงอายุด้วยกันว่าอายุไม่สำคัญในการใช้สื่ออนไลน์ แต่เราจะทำอย่างไรให้อยู่บนโลกออนไลน์อย่างมีความสุข ดิฉันมีเพื่อนอยู่บนโลกออนไลน์ พอเราได้รู้จักกันมันสื่อให้เรารู้ว่าอายุเท่าไหร่ก็ไม่ปิดกั้นให้ใช้ให้เกิดประโยชน์และเรียนรู้กับมัน และเรียนรู้ไปเรื่อยๆ และเราจะค้นพบประโยชน์อย่างแท้จริง”

           ปิดท้ายที่สุเทพ ประยูรพิทักษ์ ศิลปินนักร้อง นักดนตรี ใช้สื่อโชเซียลดูความบันเทิงและธรรมะเพื่อการผ่อนคลาย  ปัจจุบันในวัย 72 ปีมองเห็นการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีด้านเสียงเพลงมาโดยตลอด จากเทป ซีดี มาฟังเพลงบนยูทูป ทำให้เขาต้องปรับตัว และเรียนรู้ในการใช้สื่อออนไลน์อย่างสร้างสรรค์

           “ ยุคนี้ยุคดิจิตอลมีผลต่ออาชีพ สมัยก่อนอยากฟังเพลงต้องไปฟัง ณ สถานที่นั้นแต่ตอนนี้ฟังเพลงผ่าน

ติ๊กต็อก ผ่านยูทูป กับโซเชียลทีแรกผมดูก่อน แล้วค่อยพิจารณา  สิ่งที่คนอื่นทำแล้วมีผลเสียอย่างไร จากพิจารณาด้วยการเข้าไปส่อง แล้วค่อยกระเทิบมาลองทำดูบ้าง กับสื่อโซเชียลผมสามารถหาความรู้ได้เยอะ ได้ลองสิ่งใหม่ ๆ เช่นในวัย 72 ปี ผมก็ฟังเสียงสวดมนต์ในยูทูปจนหลับ อันนี้คือความสงบของเรา ผู้ใหญ่บางคนนอนไม่หลับผมก็แนะนำ ผมอายุเท่านี้แล้ว ต้องดูว่าตัวเองทำได้แค่ไหน ส่วนวัยของคุณควรทำอยู่ตรงไหน และรู้จักใช้สื่ออย่างไรให้ได้ผล  ต้องดูเรื่องวัยด้วยเลือกคอนเทนน์ที่เราชอบ เช่น เรียนภาษาอังกฤษ จีน เราเลือกได้  

             สำหรับพิษภัยจากสื่อออนไลน์ เราเป็นผู้ใหญ่ วุ้นในตาแห้งหากดูมาก ๆ ต้องระวังสุขภาพด้วย จิตอย่าหมกมุ่น ใช้สื่อให้เป็นและใช้ให้เกิดประโยชน์ ใช้สื่อออนไลน์ต้องรู้เท่าทัน ต้องพิจารณาอะไรคืออะไร ต้องคิดอย่างมีสติ อย่าโดนหลอก  ข่าวเท็จต้องฟังแล้ววางตัวเองอยู่ตรงกลาง เพื่อสังคมจะได้อยู่กันได้ อย่าขึ้นสูงและไม่ยอมลงเพราะคิดว่าเก่ง ตรงนี้เสีย   ใครพูดเพราะคนจะเชื่อฟังอันนี้อันตราย แสงสวยเพลงเพราะต้องพิจารณาเยอะ ๆ และใช้สื่ออย่างถูกทาง ” สุเทพ ประยูรพิทักษ์ นักร้อง และนักดนตรีกล่าว

             ผู้สูงวัยที่สนใจ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://forms.gle/iMA6c262MZa2r5Hn6นักศึกษาตัวแทนเยาวชนที่สนใจร่วมเป็น “Digital Buddy” ของผู้สูงวัย สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://forms.gle/FdFiEPGHKdKzCU5BA

ช่องทางการติดต่อสื่อสารโครงการ

Facebook:            สูงวัยหัวใจยังเวิร์ค

Youtube:              สูงวัยหัวใจยังเวิร์ค

TikTok:                สูงวัยหัวใจยังเวิร์ค

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี เชิญได้โดยตรงที่ โทร.081-9416364

ติดต่อ 135 ม.12 ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม 73140

 
view