http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 28/11/2019
สถิติผู้เข้าชม7,875,345
Page Views9,856,307
« December 2019»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    
สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(save the forest green)
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
เรื่องสั้น/เรื่องยาว - สกู๊ปพิเศษ -บทบรรณาธิการ
นานาอาชีพ-เบ็ดเตล็ดเกร็ด..น่ารู้
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42350726
http://www.thongthailand.com/articles/42028136/แก่นจันทน์พรรณไม้-บทพิสูจน์อดีตนักวิชาการป่าไม้-เพาะกล้าไม้
ซือวานโฮมสเตย์ที่พักคีรีโฮมสเตย์
 

คึดฮอดเมืองลาว ตอน 8 เจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก (ญาครูขี้หอม) โดยเอื้อยนาง

คึดฮอดเมืองลาว ตอน 8  เจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก (ญาครูขี้หอม) โดยเอื้อยนาง

คึดฮอดเมืองลาว
ตอน 8
 

เจ้าราชครูหลวง โพนสะเม็ก (ญาครูขี้หอม)

กษัตริย์แห่งนครจำปาศักดิ์
                                                เอื้อยนาง

 

          ไปไหว้พระธาตุศรีโคตรบูร  เมืองท่าแขกเก่าแล้วทำให้คิดถึง พระธาตุอิงฮัง  พระธาตุพนม   ที่มีลักษณะรูปทรงคล้ายกัน  และมีตำนานการก่อสร้างที่เอ่ยถึงในอุรังคนิทาน(ตำนานพระธาตุพนม)   เช่นกัน

            พระธาตุอิงฮังนั้นตั้งอยู่ฝั่งซ้าย ในแขวงสะหวันนะเขตปัจจุบัน  ส่วนพระธาตุพนมนั้นอยู่ฝั่งขวา  จังหวัดนครพนม

            ตำนานพระธาตุพนม  และอาณาจักรศรีโคตรบูร (สีโคดตะบอง-ลาว) เป็นสิ่งแสดง บ่งบอก ให้รู้ถึงความรุ่งเรืองทางพุทธศาสนา  และอาณาจักรในแถบลุ่มน้ำโขงตอนกลาง ตั้งแต่เวียงจันทน์ลงไปจนถึงในดินแดนเขมร  ประวัติศาสตร์ที่มองเห็นความเคลื่อนไหว อพยพไปมาของผู้คนบนสองฝั่งโขง  ที่มีพระพุทธศาสนานำพาจิตวิญญาณ

                                        


           
เพราะมนุษยน์นั้น  ประกอบด้วยสองสิ่ง  คือ  ร่างกาย  และจิตวิญญาณ ประกอบกันจึงจะเป็นสัตว์ประเสริฐกว่าสัตว์ทั้งปวงในโลก  ผู้นำทางจิตวิญญาณในความเชื่อ  ในศาสนาอาจแตกต่างตามยุคสมัย  แต่จารึกไว้ว่ามีมาแต่โบราณกาลแล้วค่ะ

            คึดฮอดเมืองลาวเที่ยวนี้ก็เลยจะพาไปรู้จักรพระสงฆ์ผู้ยิ่งใหญ่  ผู้นำพาผู้คนอพยพหนีจากภัยการเมืองที่วุ่นวายในเวียงจันทน์  อพยพตามลำน้ำโขงไปจนถึงแดนเขมร  และสุดท้ายท่านได้รับมอบราชอาณาจักรแห่งนครจำบาคนาคบุรีศรีให้ปกครอง  เพื่อยังความร่มเย็นเป็นสุขแก่ปวงชน  ท่านจึงเป็นพระสงฆ์ผู้เป็นกษัตริย์ทางโลกด้วย

            ท่านเป็นผู้มาบูรณะพระธาตุพนมในครั้งแรก ๆ และรักที่นี่มากได้สั่ง  ลูกหลาน  และญาติโยมไว้ว่า  เมื่อท่านดับขันธ์ไปแล้วให้นำอัฐิของท่านมาไว้ที่นี่  จึงปรากฏมีเจดีย์
ญาครูขี้หอม (นามที่ลูกหลาน  ลูกศิษย์ลูกหา  และญาติโยม ใช้เรียกท่าน)  และรูปหล่อเท่าองค์จริงไว้เป็นที่สักการบูชาให้ผู้มานมัสการพระธาตุพนมได้กราบไว้  ระลึกถึงท่าน  ตั้งอยู่ด้านทิศเหนือของพระธาตุพนม

            เจ้าราชครูโพนสะเม็ก

   เป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ลาวยุคที่แผ่ราชอาณาจักรครอบคลุมสองฝั่งแม่น้ำโขง  ท่านเป็นผู้ทำให้ราชอาณาจักรลาวในตอนนั้นที่มีอยู่แล้ว ๒ อาณาจักรคือล้านช้างหลวงพระบาง และล้านช้างเวียงจันทน์  กลายเป็น ๓  อาณาจักรอิสระ เพราะเพิ่มอาณาจักรจำปาศักดิ์ขึ้นมาอีก

            เจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็กเป็นที่รู้กันในชื่ออื่น ๆ เช่น  ญาครูขี้หอม  หลวงพ่อขี้หอม  พระครูยอดแก้วโพนสะเม็ก  เป็นต้น  ท่านเป็นพระสงฆ์ที่มีบทบาทสำคัญในชุมชน  และการเมืองสองฝั่งโขงยุคสมัยของพระเจ้าสุริยวงศาธรรมมิกราชครองกรุงเวียงจันทน์  มีตำนานและเรื่องราวอันแสนพิสดารของท่านเล่าขานกันมาปากต่อปากจนมีการจดบันทึกในพงศาวดารทั้งของลาวและสยาม

           
                         

             เจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็กกำเนิดที่บ้านกะลึม  เมืองพาน(ปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอบ้านผือ  จังหวัดอุดรธานี)  เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๑๗๔  (ตรงกับสมัยพระเจ้าสุริยวงศาธรรมมิกราชแห่งล้านช้างเวียงจันทน์)  ได้บวชเป็นสามเณรกับพระครูลืมบอง อายุได้ ๑๓-๑๔ปีจึงได้เข้าไปอยู่ในเวียงจันทน์กับพระครูยอดแก้ว  ศึกษา  ท่องบ่นสวดมนตร์ต่าง ๆ จนถึงพระปาฏิโมกข์   วินัยสงฆ์ทั้งหมด  จดจำได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ

            ท่านพระครูยอดแก้วได้สอนเนื้อหาในพระไตรปิฎกตั้งแต่ธรรมบทภาคแรกถึงภาคแปดเณรก็จำได้ทั้งหมด  พระครูจึงได้นำหีบหนังสือจากหอไตรทั้งหมดยกมาให้เณรเรียน  เณรก็เรียนรู้ได้ทั้งหมด  มีความรู้แตกฉานในพระธรรมวินัยตั้งแต่ยังเป็นเณร  จนกิตติศัพท์เลื่องลือไปถึงพระเจ้ากรุงเวียงจันทน์  ทรงเลื่อมใสและจัดผ้าไตรมาถวาย  ยกย่องให้เป็นซาจัว (ซา-พระราชา,จัว-เณร)

            ครั้นซาจัวอายุครบ ๒๐ ปี  พระเจ้ากรุงเวียงจันทน์  และพระครูยอดแก้วผู้อาจารย์จึงจัดพิธีอุปสมบทให้อย่างพิเศษยิ่งใหญ่  หนึ่งปีต่อมา  พระภิกษุใหม่ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบนี้จึงเลื่อนขึ้นเป็นพระครู  จำพรรษาที่วัดโพนสะเม็ก  คนทั้งหลายจึงเรียกพระครูโพนสะเม็กแต่นั้นมา

            พระครูโพนสะเม็กสะสมบารมีเป็นที่พึ่งของคนทั่วไป  ได้รับความรัก  ความศรัทธามากมายจึงได้เลื่อนขึ้นเป็นเจ้าราชครู  คนทั้งหลายยังเรียกท่านว่า  เจ้าราชครูโพนสะเม็ก


                          


           
ปี พ.ศ. ๒๒๓๓  พระเจ้าสุริยวงศาธรรมมิกราชเสด็จทิวงคต  พระโอรส คือ  เจ้าองค์หล่อยังทรงพระเยาว์ (ชนมายุ ๑๓ พรรษา)  พระนางสุมังคลามเหสีกำลังทรงพระครรภ์  พระยาแสนเมืองเสนาบดีฝ่ายขวา  ทำการชิงราชสมบัติ  ผู้จงรักภักดีคุ้มครองเจ้าองค์หล่อหนีไปพึ่งญวณ  ส่วนพระนางสุมังคลาพร้อมคนสนิทหนีมาพึ่งเจ้าราชครูโพนสะเม็ก (ตอนนั้นได้เลื่อนเป็นพระครูยอดแก้ว)ด้วยท่านมีลูกศิษย์ ลูกหา ญาติโยมเยอะ เป็นที่พึ่งได้  และพระนางไม่ยินยอมตกเป็นมเหสีของพระยาเมืองแสน
   เจ้าราชครูโพนสะเม็กจึงจัดการให้พระนางพร้อมบริวารจำนวนหนึ่งไปอยู่ที่  ภูสะง้อหอคำ  เมื่อพระนางคลอดพระโอรสออกมา  ได้นามว่า  เจ้าหน่อกษัตริย์

            เหตุการณ์ในเวียงจันทน์ช่วงนี้วุ่นวาย  พระยาเมืองแสนถูกฆ่าตาย  เจ้าองค์หล่อได้สืบราชสมบัติแทนพระบิดา  ผู้อยู่เบื้องหลังแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย  เจ้าราชครูฯซึ่งมีบริวารมากไม่อยากเป็นฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด  จึงได้อพยพกันออกจากเวียงจันทน์  นำพระนางสุมังคลา  พร้อมเจ้าหน่อกษัตริย์ไปอยู่บ้าน งิ้วพันลำโสมสนุก  ส่วนตนเองพร้อมผู้ติดตาม  ๓,๐๐๐ คน เดินทางเรื่อยไปจนถึงแดนเขมร

            ระหว่างการเดินทางนี้เอง  ท่านราชครูฯและสานุศิษย์ได้สร้างบ้านเมือง  ก่อตั้งวัดวาอารามหลายแห่ง  เพราะมีผู้ศรัทธาสวามิภักดิ์มากมาย  ไปพัก    ที่ใดก็มีผู้ติดตามมาตั้งบ้านเรือนขึ้นพักพิงอยู่ด้วย  ครั้นท่านย้ายต่อไปก็มีทั้งผู้พอใจจะติดตาม  และยังอาศัยทำมาหากินอยู่ที่เดิม  ไปมาหาสู่กันในยามต้องการ  จึงมีบ้านเมือง ชุมชนลาวเกิดขึ้นตามมาตลอดสองฝั่งโขง และลำน้ำสาขา นี่เองท่านจึงได้มีโอกาสมาบูรณะพระธาตุพนมดังกล่าว

            ศรัทธาบารมีของประชาชนที่มีต่อเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็กนับวันยิ่งมากขึ้น  จนกระทั่งท่านได้รับนิมนต์ขึ้นเป็นพระราชา  ปกครองเมืองนครจำบากนาคบุรีศรี  ซึ่งช่วงนั้นมีแต่  กษัตรีเป็นผู้ปกครองเมืองอยู่  พระครูเข้าจัดการบ้านเมืองเรียบร้อยแล้วจึงให้คนไปเชิญเสด็จ  เจ้าหน่อกษัตริย์  จากบ้านงิ้วพันลำโสมสนุกมาครองนครจำบากนาคบุรีศรี  ทรงพระนามว่า  เจ้าสร้อยศรีสมุทรพุทธางกูร   เปลี่ยนชื่อนครจำบากนาคบุรีศรีเป็น  นครจำปาศักดิ์  แต่นั้นมา  และราชอาณาจักรลาวก็มี อาณาจักรจำปาศักดิ์เพิ่มขึ้นอีกรวมเป็น ๓ อาณาจักรดังกล่าว



                             

           
อาณาจักรจำปาศักดิ์ได้แผ่ขยายออกไปมากมายโดยการส่งผู้คน ศิษยานุศิษย์ของท่านพระครูฯออกไปสร้างเมืองใหม่ ๆ ทั้งสองฟากลำน้ำโขง  และยังมีสัมพันธไมตรี
กับเขมรโดยการไปขอพระราชธิดาแห่งกรุงเขมรมาเป็นมเหสีของเจ้าสร้อยศรีสมุทรฯ  ส่วนเจ้าราชครูฯก็ดำรงตำแหน่งทางฝ่ายสงฆ์บำรุงพุทธศาสนา  หล่อพระพุทธรูป  สร้างวัดวาอารามหลายแห่ง  รวมถึงได้บูรณะพระธาตุพนมด้วย

            ปัจจุบันยังมีผู้เคารพเลื่อมใส  และรำลึก  ท่านอยู่ไม่น้อย  หากใครได้ไปนมัสการพระธาตุพนม  คงได้เห็นรูปหล่อเท่าองค์จริงของท่านยืนสง่า  เหลืองอร่ามอยู่ทางด้านทิศเหนือของพระธาตุพนม  วัดพระธาตุพนม  ริมฝั่งแม่น้ำโขง  เป็นหลักฐานให้รำลึกถึงผู้นำจิตวิญญาณของปวงชนชาวพุทธสืบมา

๐๐๐๐๐๐

 

             

             

 

 

Tags : OUYNANG เอื้อยนาง

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก เดือนละ 30,000 บาท ปีละ 300,000 บาท

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 10,000 บาท ปีละ 100,000 บาท

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 1,000 บาท ปีละ 10,000 บาท

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี ครั้งละ 5,000 บาท

ฝ่ายการตลาด จิราภรณ์ ขจรศักดิ์สุเมธ "เจี๊ยบ" 086-669-6018 

E-mail: jeabaod@gmail.com 

 
view