http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 28/11/2019
สถิติผู้เข้าชม7,875,336
Page Views9,856,298
« December 2019»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    
สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(save the forest green)
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
เรื่องสั้น/เรื่องยาว - สกู๊ปพิเศษ -บทบรรณาธิการ
นานาอาชีพ-เบ็ดเตล็ดเกร็ด..น่ารู้
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42350726
http://www.thongthailand.com/articles/42028136/แก่นจันทน์พรรณไม้-บทพิสูจน์อดีตนักวิชาการป่าไม้-เพาะกล้าไม้
ซือวานโฮมสเตย์ที่พักคีรีโฮมสเตย์
 

หลงเสน่ห์อยุธยา 3 วุ่นวายในห้วงแห่งวังเวง โดยเอื้อยนาง

หลงเสน่ห์อยุธยา 3 วุ่นวายในห้วงแห่งวังเวง  โดยเอื้อยนาง

หลงเสน่ห์อยุธยา ๓

วุ่นวายในห้วงแห่งวังเวง

เอื้อยนาง 

 

          เพื่อนดึงฉันขึ้นรถหน้าเตารีดคันเดิม  มีสารถีหน้าเดิมที่ดูไร้อารมณ์  ไม่รู้สึกรู้สม  แต่กลับรู้ใจ  เพราะเขาสตาร์ทเครื่องพารถพุ่งออกจากที่ทันที  ขณะผู้โดยสารยังไม่หย่อนก้นลงนั่งด้วยซ้ำ

            เดี๋ยวซีคะ...

            เงื้อมือจะเคาะกระจกรถบอกเขาให้รอก่อน  กลับต้องหุบปากลงพลัน  เพราะใครบางคนที่ฉันกังวลถึง  และจะให้รถรอ  มาอยู่ที่เบาะหน้าเคียงข้างกับคนขับแล้ว  นั่นคือลูกตาลจากบ้านโปรตุเกส  นอนกลิ้ง  ติงไหว  ราวกับจะโยกส่ายไปตามจังหวะกระโดดกระดอนของเจ้ารถคันเล็ก  ที่กำลังพุ่งออกจากที่ราวกับติดจรวด

            อ้อ  อยู่นั่นเองเจ้าลูกตาล  ฉันรำพึงเพราะปรากฏภาพซ้อนของคนตัวเล็กผมสีน้ำตาลปรากฏขึ้นราง ๆ แทนผลกลม ๆ ของลูกตาลจากบ้านโปรตุเกส  เพื่อนของฉันนตะโกนแข่งกับเสียงรถมาว่า

            ใช่...  กลิ่นมันหอมจนฉันอดอุ้มขึ้นมาด้วยไม่ได้  ตอนขามาฉันนั่งข้างหน้าเลยยังวางอยู่ตรงนั้น


                                  

           
ฉันถอนหายใจคลายกังวล  มองเจ้าลูกตาลที่หันมาสบตา  แล้วกระซิบแสนเบาเพื่อสื่อถึงเขาเท่านั้น 
นึกว่าหลงอยู่ในฝูงชนซะแล้ว  แต่เพื่อนกลับหูไวได้ยินเลยประชดออกมาว่า

            ถ้าจะหลงก็คงเป็นเพราะความมืดมัวจากควันธูป เทียน บดบังมากกว่า  เธอดูซิว่าเขาเผาธูป เผาเทียน กันราวกับต้องการจะสร้างเมฆหมอกมาปกคลุมบ้านเมืองกระนั้น

            ก็นั่นนะซี   ฉันผสมโรง   ส่งสายตาขึ้นไปจับกลุ่มควันที่รวมตัวกันเป็นลำลอยสูงขึ้นเหนือหลังคาอาคารต่าง ๆ ที่มีมากมาย มลังเมลือง ในวัด  ทั้งโบสถ์  วิหาร  ศาลา  และแผงเพิง  เก่า  ใหม่  ปลูกสร้างเรียงรายรองรับแรงศรัทธาของผู้คนที่หลั่งไหลเข้าวัด

แสวงหาโชคลาภ  และความสงบเย็น  ปลดเปลื้องความทุกข์ร้อนที่หมักหมมสั่งสมในหัวอก จนโป่งพองกลัดหนองรอเวลาแตกปริ  ท่ามกลางความเจริญรุ่มรวย และรุดหน้าทางเศรษฐกิจ  รูปเคารพเล็กใหญ่ มากมาย  หลากหลายลัทธิประดิษฐานไว้เป็นซุ้ม  เป็นส่วน ให้ได้กราบไหว้บูชาตามอัธยาศัย  ในครรลองความเชื่อแห่งตน  แผง และตู้จำหน่ายเครื่องราง  ของขลัง  เครื่องช่วยความหวัง  เครื่องช่วยปกป้อง  คุ้มครองตัวตนของแต่ละคนตั้งอยู่มากมาย รุกล้ำแผ่ลามไล่ที่ต้นไม้ต้นไร่ให้หดหาย 


                                      

           
แผงสินค้าขายของที่ระลึก  เครื่องใช้  ของฝาก ล้วนสวยงามแปลกตาบ่งบอกถึงความคิดสร้างสรรค์ของผู้สรรสร้างมันขึ้นมา   ตั้ง วาง เสนอขายจนบริเวณวัดคับแคบคลาคล่ำแทบไม่มีที่จะย่ำเดิน

            เราน่าจะบูชาเหรียญมาบ้างนะ   ฉันเพิ่งนึกได้

            สายไปแล้วจ้ะ  เพื่อนบอก  ซึ่งก็จริง  เพราะรถหน้าเตารีดคันเก่งพาเราวิ่งเหาะลดเลี้ยวออกจากวัด  เลี้ยวซ้าย  วกขวา  ตรงไป...มองกลับหลังไม่เห็นแม้กลุ่มควัน หรือหลังอาคารมลังเมลืองแล้ว

            เอ๊ะ...เธอบอกเขาให้พาไปที่ไหน  ฉันเอะอะเมื่อเห็นรถวิ่งผ่านย่านใจกลางเมืองเก่า  ซากปรักหักพังที่ยังดูสง่า และขรึมขลัง ทรงเสน่ห์ให้อยากแวะเยือน

            ยังไม่ได้บอกเลย  เพื่อนทำหน้าตื่น  เพียงให้พามาหาเธอให้เจอก่อนแล้วค่อยว่ากัน

            ช่างเถอะ  เราสรุป  รถหน้าเตารีดที่แล่นรับจ้างทุกคันในเมืองนี้เป็นไกด์นำเที่ยวอยู่แล้ว  เราสองคนจึงวางใจ  นั่งไปเงียบ ๆ  สักพักเพื่อนก็ควักเสบียงออกจากถุงมายื่นให้  กินกันหิว  เป็นแซนด์วิชจากร้านสะดวกซื้อ และน้ำดื่มขวดเล็ก


            

            
มัวกินกันเพลิน ๆ เห็นรถพาข้ามสะพานก็เอะใจว่าเขาพาเราออกนอกเกาะเมืองผ่านสะพานสูงลิบลิ่วรถวิ่งฉิวจนลมเฉียดต้องหลับตา  ครั้นลืมตาขึ้นอีกทีฉันกลับพบว่าบ้านเรือนสองข้างถนนแปรเปลี่ยนไปเป็นบ้านเรือนแบบไปไทยใต้ถุนโปร่ง หลังคาจั่วแหลมแทรกซุกในต้นไม้ใหญ่

            หรือจะเป็นย่านเก่าแก่ของอยุธยา   หรือว่าจะเป็นผู้บ้านที่จัดแสดง  ดูผู้คน  การแต่งเนื้อแต่งตัว  ข้าวของเครื่องใช้ที่แตกต่าง  และถนนด้วยซีที่เป็นเพียงผิวดิน

            รถชะลอความเร็ว จากเหาะมาเป็นวิ่งธรรมดา  ไปตามถนนแคบ ๆ ที่ดูคล้ายกับแหวกผ่าเข้าในสวนหมากพลู และไม้ผล ไม้ดอกต้นสูง ๆ ที่มีบ้านเรือนโบราณเสาสูง ๆ ปลูกอยู่เรียงรายใต้เงาแมกไม้  หลังคาแหลม ๆ ของบ้านคล้ายเป็นส่วนหนึ่งของกิ่งก้าน ดอกใบ  แทรกซอนสลับสลอน

            รถคันเก่งมาจอดกึกที่ลานกว้างใต้ต้นก้ามปูใหญ่  หมู่เรือนไทยตั้งเรียงอยู่ไกลออกไปทางแม่น้ำที่มีเรือสำเภาลำใหญ่จอดอยู่ริมท่า  หมู่คนจำนวนหนึ่งทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ชาย หญิงนั่งอยู่รวมกันที่ลานคล้ายกำลังชุมนุมรอคอยอะไรบางอย่าง หรือใครบางคน

            ทุกผู้คนล้วนแต่งกายย้อนยุค  ผู้หญิงบางคนไม่นุ่งเสื้อ แต่กลับมีผ้าพันอกแทน  ทุกสีหน้ากำลังหมกมุ่นราวกับมีเรื่องเดือดร้อนในใหญ่หลวง  แต่ต่างนิ่งเงียบงัน  ที่สำคัญไม่มีใครสนใจเรา  ไม่มีใครมีปฏิกิริยาว่ามองเห็นเรา  ทั้ง ๆ รถหน้าเตารีดดูแปลก ราวกับสัตว์ประหลาดในที่นั้น  มันมาจอดกึกกลางวงที่พวกเขานั่งรายล้อม  เด็กและผู้หญิงบางคนกำลังสะอื้นกระซิกอยู่แผ่วเบา

            เจ้าหัวลูกตาลกระโดดลงจากรถไปก่อน  แล้วกวักมือเรียกอยู่ไหวๆ ฉันบอกเพื่อนให้คอยบนรถ  ซึ่งเธอก็ทำสีหน้าบอกให้รู้ว่าพออกพอใจจะทำอย่างนั้นมากกว่าอยู่แล้ว

            ฉันเคยไปหมู่บ้านชาวเขาทางเหนือ  ที่เขาจัดแสดงมาเหมือนกัน  แต่ไม่เห็นบรรยากาศมันจะลึกลับน่ากลัวอย่างนี้นี่นา...  เพื่อนบ่น  แต่ฉันไม่มีเวลาฟังแล้ว  ด้วยมือเล็ก ๆ ที่ทรงพลังของเจ้าหัวน้ำตาลยื่นมาฉุดดึงให้รีบเดินตาม

            ผู้คนที่นั่งอยู่เรียงราย คือ ทาส และบริวารของเจ้าของเรือนใหญ่  หลังกลางซึ่งตั้งเป็นประธานในหมู่เรือนท่ามกลางแมกไม้นั่นเอง  บัดนี้เจ้าพระยาเจ้าของบ้านนั่งคอตกอยู่บนตั่งใหญ่ใต้ถุนเรือนที่หันหน้าสู่แม่น้ำ  เครื่องใช้ที่บ่งบอกตำแหน่งฐานะวางตั้งอยู่บนโต๊ะเตี้ย ๆ กำลังได้รับการบรรจุลงหีบห่อเตรียมออกเดินทาง  ท่านเจ้าของผู้เคยเปี่ยมอำนาจ บารมี ซึ่งเหมือนมีดดาบที่มีสองด้านให้ผู้แบกถือต้องระมัดระวังเสมอ



                                

           
บัดนี้ชายผู้นี้มีอาการคล้ายคนหันดาบด้านคมมาเฉือนถูกตัวเองให้เจ็บปวดทั้งใจและกาย  แต่ไม่สามารถร้องขอหรือโวยวายโทษว่าผู้ใดได้  อำนาจและบารมีเป็นเรื่องที่หนักหน่วงเช่นนี้

            เหล่าทาสและบริวารที่ด้านนอก  และสมาชิกที่ห้อมตัวเขาอยู่ต่างเงียบงัน  เงียบแม้ดวงใจทุกดวงจะร้องไห้คร่ำครวญ

            ยามาดะ  นางามาซะ  เจ้าหัวลูกตาลหันมากระซิบบอก  ทำให้ฉันต้องเพ่งพิศและนึกออกราง ๆ ถึงประวัติศาสตร์อยุธยาช่วงหนึ่ง ในสมัยพระเจ้าปราสาททอง ต้นราชวงศ์ปราสาททอง   ที่ชาวญี่ปุ่นเข้ามาอยู่ในสยามจนสั่งสมอำนาจบารมีได้เป็นถึงออกญา  ออกญาเสนาภิมุข นั่นละหรือ

            ใช่เขาถูกสั่งให้ย้ายไปอยู่นครศรีธรรมราช  เจ้าลูกตาลตอบแล้วออกเดินสำรวจไปรอบ ๆ ส่องมองดูผู้คนที่นิ่งขึงราวกับมองไม่เห็นสิ่งใด  นอกจากตัวนายใหญ่ที่นั่งเป็นศูนย์กลาง  เขามองไม่เห็นเรา  แม้เจ้าลูกตาลจะไปแตะต้องสะกิดสะเกา

            เจ้าทำท่าคล้ายกำลังค้นหาใคร  คำถามนี้ฉันควรถามตั้งแต่เหตุการณ์ที่วัดหน้าพระเมรุแล้ว

            หาแม่ของผม  เขาว่าแต่ไม่หยุดเดิน

                             

           
เขาไม่หยุดเดินแม้ชายร่างใหญ่ที่ชื่อ ยามาดะ คนนั้นจะลุกขึ้นนำหน้าขบวนคนทั้งหลายในที่นั้นเดินลงไปที่เรือที่ลอยลำคอยอยู่ท่าน้ำ  แล้วหายไป  และฉันก็เดินกลับ

มาหาเพื่อนที่นั่งคอยบนรถหน้าเตารีด  ซึ่งบัดนี้สารถีหน้าเฉยก้าวลงมายืนบนพื้นชี้ไม้ชี้มือแนะนำสถานที่  ที่เขามาเรามาเที่ยวชม

            นี่ที่ คือ หมู่บ้านญี่ปุ่นไงครับ  ผมว่าที่นี่น่าจะไม่วุ่นวายเหมือนในวัด  ฉันพยักหน้าแลไปโดยรอบตามมือชี้ของเขา 

            แล้วก็ต้องตกตลึงใช้มือกุมขมับอีกครั้งหนึ่ง   เมื่อปรากฏทุกอย่างตรงหน้าเปลี่ยนไป  หมู่เรือนไทยในแมกไม้ไม่มีให้เห็นแล้ว  กลับมีอาคารที่ทำการแบบสมัยปัจจุบัน และสวนสวยแบบญี่ปุ่นผสมผสานไม้ไทยขึ้นมาแทน

            ก็ดี...ฉันไปซื้อบัตรก่อนนะ  เพื่อนของฉันคุณนัน  ว่าพลางก้าวเดินไปที่ซุ้มหน้าประตูจัดการซื้อบัตรผ่าน


                             

           
เสียงเรือเร็วดังมาจากทางด้านแม่น้ำ   ถัดจากสวน และส่วนที่เป็นแผงขายสินค้าาขายของที่ระลึกเข้าไป  เจ้าหัวลูกตาลกวักมือเรียกอยู่ไหว ๆ ฉันจึงเดินลิ่วไปหา  ไปยืนด้วยกันใต้อาคารสีขาวริมฝั่งเจ้าพระยาที่มีเรือลากจูงขบวนยาวไหลเอื่อย ๆ ไปตามแม่น้ำ  
โน่นไงหมู่บ้านโปรตุเกสบ้านของผม  เขาชี้มือไปอีกฟากฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา มองเห็นศาลาท่าน้ำฝั่งโน้นอยู่ลิบ ๆ เฉียง ๆ ขึ้นไป ต้นตาลสูงเด่นราวกับจะโบกมือเรียก อยู่ไหว ๆ  

เด็กชายคนนี้กำลังตามหาแม่ของเขาละหรือ

 แม่ของเขาอยู่บนต้นตาลนั้นหรือเปล่าหนอ    

 

 

Tags : เอื้อยนาง OUYNANG

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก เดือนละ 30,000 บาท ปีละ 300,000 บาท

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 10,000 บาท ปีละ 100,000 บาท

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 1,000 บาท ปีละ 10,000 บาท

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี ครั้งละ 5,000 บาท

ฝ่ายการตลาด จิราภรณ์ ขจรศักดิ์สุเมธ "เจี๊ยบ" 086-669-6018 

E-mail: jeabaod@gmail.com 

 
view