http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 28/11/2019
สถิติผู้เข้าชม7,875,367
Page Views9,856,329
« December 2019»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    
สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(save the forest green)
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
เรื่องสั้น/เรื่องยาว - สกู๊ปพิเศษ -บทบรรณาธิการ
นานาอาชีพ-เบ็ดเตล็ดเกร็ด..น่ารู้
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42350726
http://www.thongthailand.com/articles/42028136/แก่นจันทน์พรรณไม้-บทพิสูจน์อดีตนักวิชาการป่าไม้-เพาะกล้าไม้
ซือวานโฮมสเตย์ที่พักคีรีโฮมสเตย์
 

วรรณกรรมเยาวชน กิ่งคำปายกับยายทวด โดยเอื้อยนาง ตอน1. ยายทวดจ๋า

วรรณกรรมเยาวชน กิ่งคำปายกับยายทวด   โดยเอื้อยนาง  ตอน1. ยายทวดจ๋า

วรรณกรรมเยาชน
กิ่งคำปายกับยายทวด
โดย เอื้อยนาง 
ตอน 1.  ยายทวดจ๋า
                                                                             

        
ฟ้าเบื้องบนนอก
เริ่มไขประตูรับวันใหม่  เหล่าดวงดาวที่แข่งแสงกะพริบวิบวับอยู่ทั้งคืนเริ่มเลือนลา  ลับไป   เหลือเพียงพระจันทร์ดวงกลมโต ลอยคว้างเหมือนโคมไฟไร้แสง
         แสงแรกแห่งอรุณสมัย  ฉายรัศมีพาดขอบฟ้าทางทิศตะวันออกขึ้นมาเรื่อเรือง   กลุ่มเมฆสีเทาเงินดูคล้ายภูเขาสูงๆ ต่ำๆ รูปร่างแปลกๆ  ขลิบขอบด้วยเส้นแสงสีส้ม อมม่วงแดง  จอภาพเล็กๆ หน้าที่นั่งบอกข้อมูลการบินว่า  ขณะนี้ใกล้จะถึงเมืองซิดนีย์อันเป็นจุดหมายปลายทางแล้ว 
          ผู้หญิงฝรั่งร่างอ้วนที่นั่งอยู่ด้านขวามือของ กิ่งคำปาย ยังคงส่งเสียงกรนเบาๆ  ส่วนด้านซ้ายติดหน้าต่างมีหนุ่มเจ้าของขายาว  แขนยาว เกะกะจนไม่มีที่ทางพอสำหรับวาง ปล่อยให้มันตกหล่นมาบนแขนเธอ  ที่เบียดชิดสร้างความหงุดหงิดให้บ่อยๆ นั้น ตอนนี้ก็คออ่อน คอพับจนหัวห้อยไปติดหน้าต่างแล้ว และอีกหลายๆคนในเครื่องบินยังคงอยู่ในอาการ หลับใหล 
           กิ่งคำปายจึงพยายามหลับตาลงอีกครั้ง
มีเสียงดังกริ๊กเบาๆ เกิดขึ้นจากจี้ห้อยคอ อันเป็นตลับเงินเล็กๆ เก่าคร่ำคร่า สลักลวดลายพญานาค  พร้อมกลิ่นหอมกรุ่นละมุนโชยออกมา  ทำให้กิ่งคำปาย เด็กสาวผู้เป็นคนไทยคนเดียวบนเที่ยวบินนี้ต้องใช้มือทาบทับตลับเงิน  กดไว้แนบอก พลางพึมพำเบาๆ ก่อนจะเคลิ้มๆ หลับไปอีกครั้งว่า

            “ยายทวดอย่าซนนะนี่มันอยู่สูงว่าเมฆอีกนะจ้ะแล้วก็หลับไปอีก

            กิ่งคำปายเผลอหลับไปนานแค่ไหนก็ไม่รู้  มารู้สึกตัวอีกทีก็ด้วยถูกปลุกจากเสียงที่ประกาศบนเครื่องบอกว่า  เราไม่สามารถนำเครื่องลงที่ซิดนีย์ได้  เพราะสภาพอากาศไม่อำนวย  จะต้องบินวนไปก่อนแล้วค่อยวกกลับมาดูอีกที

            “ตายละ...

             เด็กสาวอุทานเบาๆอย่างตกใจ คว้าตลับเงินขึ้นมาดูจึงรู้ว่ามันเปิดแง้มเหมือนเช่นทุกครั้งที่ยายทวดออกไปชมโลกภายนอก

             “ยายทวด ยายทวดจ๋า…”

             เธอเผลอเรียกด้วยเสียงดังเพราะความห่วงใยยายทวด  อาการร้อนรน  จนคนแขนยาวข้างๆเปิดเปลือกตาขึ้นแล้วหันมามองหน้า  คล้ายรำคาญนิดๆ   เด็กสาวได้แต่ยิ้มแหยๆ พลางเอ่ยขอโทษขอโพย แต่ก็ยังไม่วายชะเง้อชะแง้เหมือนจะแลหาใครสักคน   อย่างชนิดอาการไม่เป็นสุข   ด้วยว่ามีความห่วงใยยายทวดนักหนา

            ไม่บ่อยนักหรอก ที่กิ่งคำปายจะเป็นห่วงยายทวดมากมายขนาดนี้  แม้ว่ายายทวดจะเคยล่องหนหายตัว ออกจากตลับเงินใบน้อยลายพญานาคถิ่นพำนักของยายไปนับครั้งไม่ถ้วน   นับแต่กิ่งคำปายได้เป็นเจ้าของ ครอบครองจี้บรรจุของขลัง    มรดกที่ยาย สร้อยสายคำ ผู้เป็นยายของกิ่งคำปายเรียกว่า   ของฮักษา ใบนี้มา     
   
          แต่ครั้งนี้แตกต่าง    เพราะกิ่งคำปายกับยายทวดอยุ่บนเที่ยวบิน  จะไปออสเตรเลียเพื่อเยี่ยมป้า ผู้เป็นพี่สาวของแม่ และก็เป็นหลานของยายทวดน่ะเองแหละ

             “เอ็งไปเยี่ยมป้า และข้าจะไปตามหาอิ่นอ้อย

             ยายทวดประกาศบอกกิ่งคำปายด้วยเสียงเด็ดเดี่ยว  มุ่งมั่น  จริงจัง  เชิงขอร้องแกมบังคับ ให้เธอนำสายสร้อยที่มีจี้ห้อยคอตลับเงิน ลายพญานาค   มรดกตกทอดมาจากยายสร้อยสายคำ ซึ่งก็คือลูกสาวของยายทวด   เด็กสาวเพียงยิ้มบางๆ  ดักคอว่า

            “จะไปเที่ยวมากกว่ามั้งได้เป็นอิสระไม่ถูกกักขังแล้วนี่

            ใช่... ยายทวดเป็นอิสระนับแต่วินาทีแรกที่กิ่งคำปายเปิดตลับเงินนี้ที่ปิดอยู่เป็นนิตย์นับเป็นเวลาหลายสิบปีออกมา  วิญญาญที่ถูกกักขังของยายทวดก็ได้เวลาโลดแล่นสู่โลกภายนอก     และนับแต่วินาทีนั้น กิ่งคำปายก็มียายทวดทำตัวเป็นผู้พิทักษ์รักษา และติดสร้อยห้อยตามไปทุกหนทุกแห่ง บางครั้งก็เป็นเสมือนเพื่อนคู่หู บางครั้งเป็นพี่เลี้ยง  นำพาเธอไปพบประสบการณ์แปลกๆ ในที่ต่างๆ ที่ที่เธอและใครๆ ในโลกนี้ก็ไม่เคยไป

            “อิ่นอ้อย...อะไรของยายทวด และทำไมจะไปอยู่ไกลถึงขนาดนั้น

           “เรื่องมันยาว   พูดไปเอ็งก็ไม่เชื่อมันตั้งแต่ข้ายังอยู่ในท้องแม่   และพ่อของข้าซึ่งเป็นเจ้าราชวงศ์แห่งนครจำปาศักดิ์ เดินทางไปกับเรือฝรั่งเศส เนิ่นนานผ่านมาเกือบร้อยปีแล้วมั่ง

            ก็คงเป็นอย่างนั้นมั้ง กิ่งคำปายคิดคำนวณเวลา เพราะแค่ยายสร้อยสายคำรุ่นลูกของยายทวดก็อายุจวนๆ จะแปดสิบในอีกไม่กี่ปีนี้แล้ว  แต่อิ่นอ้อยนี่สิมันอะไรกัน

           “แล้วเอ็งจะได้รู้เองแหละ

           เสียงเหมือนแว่วๆแผ่วๆ มาให้ได้ยินอยู่ข้างๆหู ราวกับผู้ตอบจะรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่

           “สาธุขอให้ยายทวดอยู่แค่บนเครื่องบินนี้เถอะ

            กิ่งคำปายภาวนา  พลางใช้มือทาบทับตลับเงินบนหน้าอก หลับตาพยายามทำสมาธิส่งกระแสจิตเรียกหายายทวด แต่ก็ได้พบเพียงความว่างเปล่า รึว่ายายทวดออกไปเบื้องนอกนะ คงไม่กระมัง คิดพลางยื่นหน้าผ่านคนแขนยาวไปทางหน้าต่าง สอดสายตามองลอดช่องเล็กๆ ของเครื่องบินออกไป

            ฟ้าเบื้องนอกสว่างเรื่อเรือง ทะเลเมฆอยู่ต่ำลงไป มองเหมือนทุกหนทุกแห่งปูลาดด้วยปุยสำลีขาวหม่นปนเทา บ้างก่อตัวเป็นรูปร่างต่างๆ แปลกๆ หลายหลาก มากมาย  ดูกลุ่มโน้นซิรูปร่างเหมือนภูเขา ที่ประกอบด้วยโพรงถ้ำและเพิงผา รายล้อมด้วยแมกไม้สีเงินยวง กลุ่มโน้นเหมือนปราสาทแห่งเทพผู้สถิตบนสรวงสวรรค์ กลุ่มโน้นรูปร่างเหมือนผู้เฒ่าหนวดยาวขาวโพลนนั่งบนหลังช้าง เคียงข้างกับอีกคนขี่ม้ามีปีกเหยาะย่าง เหาะเหิน ไกลออกไปโน้นดูเหมือนยักษ์ปักหลั่น และตัวประหลาดประดามีในโลกแห่งจินตนาการ

             แต่....นั่นอะไรล่ะ บนพื้นแห่งพรมนั้น มีจุดเล็กๆ สองจุดสะท้อนแสงวิบๆ เคลื่อนที่ไหวๆ ไล่ตามกันมา  ใกล้เข้ามาๆ  จนมองเห็นเป็นรูปร่างคล้ายตุ๊กตาสองตัวลอยเลื่อนลดเลี้ยวซอกซอนตามภูผาแห่งปุยเมฆ

              “ยายทวด

                         

 

               กิ่งคำปายครางเบาๆ เมื่อร่างที่นำหน้าเข้ามาใกล้จนเห็นเด่นชัด  ชายสไบไหมแพรวาสะบัดพลิ้วเล่นลม  เช่นเดียวกับไรผมสีดอกเลาหลุดลุ่ยจากมวยที่เกล้าไว้กลางหัว และชายผ้านุ่งซิ่นไหมสอดดิ้นเงินปลิวสะบัดสะท้อนแสงวะวิบ

              “เออ..ข้าเองแหละวะ

              ผู้เป็นยายทวดส่งกระแสเสียงเง้างอด เย้ยเยาะเข้ามาแว่วๆ ในโสตประสาทของเธอ พลางก็โบกมือไหวๆ แล้วโยกตัวเอียง ทำมุมสี่สิบห้าองศาท่าเลี้ยวโค้ง ผืนแพรเหาะที่รองรับเท้าเปล่าเปลือยสะบัดโบกเหมือนนกกระพือปีก พายายทวดลิ่วลอยลดเลี้ยวเอนเอียงฉวัดเฉวียน เหมือนท่าที่กิ่งคำปายกับเพื่อนขี่มอเตอร์ไซค์กล้อไม่มีผิด

               นั่นแหละคือยายทวดของแท้ของกิ่งคำปายละ และอีกร่างที่เลื่อนล่องท่องตามหลังมานั้นจะเป็นใครไม่ได้นอกจากโมบายเพื่อนรักของกิ่งคำปายเอง  หล่อนยังคงสะพายห่อผ้าแพรที่ผูกติดด้านหลังเหมือนกระเป๋าเป้ มีร่างเล็กๆ ของลูกน้อยโผล่ให้เห็นแต่ส่วนหัวมองไกลๆ เหมือนลิงแบกลูกไว้บนหลัง

               โมบาย มากับยายทวดได้อย่างไรนะ ก็ไหนว่าหล่อนติดลูกอ่อนต้องหยุดเริงล่องท่องฟ้ากับยายทวดไประยะหนึ่งก่อน  อีกอย่างภายในตลับเงินใบน้อยมีเพียงสิ่งของของยายทวดที่เก็บรักษามากว่าร้อยปี ที่กิ่งคำปายพกพามาด้วยเท่านั้น  ไม่ยักรู้ว่ายายทวดสามารถพ่วงลูกน้องแม่ลูกอ่อนอย่างโมบายมาได้ด้วย

              “เถอะ  ขอให้กลับเข้ามาก่อนแล้วจะสืบสาวเอาความ จะไปด้วยกันอย่างไร ไม่ใช่บ้านเรา ไม่ใช่เมืองไทยสักหน่อย  ลำพังยายทวดคนเดียวก็ยากจะควบคุมอยู่แล้ว  นี่พกยายโมบายจอมเซี้ยวไปอีกคนพร้อมลูกน้อยบนหลังอีก จะมิยุ่งยากกันไปใหญ่หรือไร

               อารมณ์กำลังกรุ่นๆ ด้วยห่วงใย และหงุดหงิด เด็กสาวเจ้าความคิดเผลอค้อนผู้ที่นั่งข้างหน้าต่าง  ส่วนเขาผู้นั้นยังคงทำหน้าเปิ่นแบบไม่รู้อีโหน่อีเหน่

               พลัน !! ท้องฟ้ากลับมืดครึ้มหม่นมัวลง  ไกลออกไปสุดสายตามีสายฟ้าเป็นลำยาวแวบวาบให้เห็นเป็นระยะๆ

              “โมบาย ยายทวดกลับมาก่อน

             เด็กสาวร่ำร้องในใจ  เพราะรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันที

            “ท่านสุภาพสตรี และบุรุษทุกท่าน.....

             ทันใดนั้นมีเสียงประกาศจากเครื่องดังขึ้น  บอกให้ผู้โดยสารและพนักงานทุกคนกลับที่นั่งรัดเข็มขัดโดยด่วน  เพราะมีหลายคนลุกจากที่ไปห้องน้ำ เมื่อเครื่องบินวนมาเหนือฟ้าเมืองซิดนีย์อีกครั้ง  แต่ลงไม่ได้กัปตันจึงตัดสินใจบินไปที่แคนเบอร์รา  ทุกคนบนเครื่องบินเงียบกริบ

             กิ่งคำปายชะเง้อชะแง้ มองลอดหน้าต่าง สอดส่ายสายตามองหายายทวด  ด้วยความเป็นห่วงจนลืมไปว่ามีอีกคนที่นั่งข้างหน้าต่าง  เขาเอนตัวหลบเธอจนตัวลีบ  เห็นสองร่างข้างนอกอยู่ไกลๆ  โบกมือไหวๆ

             “สนุกเต็มที่ละซิไม่ห่วงใยเหลนเลยนิ 

              กิ่งคำปาย ต่อว่าในใจ มองตามแพรเหาะสองผืนที่ไหลเลื่อนล่อง ลิ่วลอย เล่นลมไล่ล่ากันอยู่ลิบลิ่วๆ  สะบัดพลิ้วขึ้นลงตามโค้งคุ้งแนวเนินแห่งภูเขาเมฆ

               ทันใดนั้น เครื่องบินเอียงวูบ แล้วเหวี่ยงกลับหกคะเมน ผู้โดยสารบางคนกรีดร้อง และเกิดความสับสนวุ่นวาย  ประตูฉุกเฉินข้างหน้าเปิดผัวะ กระแสลมพัดวูบ เกิดเสียงดังอื้ออึงอลวนร่างของผู้คนและสิ่งของที่ตกกระจายกระเด็นกระดอน  กิ่งคำปายคล้ายถูกกระชากออกไปข้างนอกอย่างแรง มีแขนยาวๆ ของใครบางคนยื่นมาคว้าเอาไว้ แต่เธอยังร่วงลิ่วปลิวว่อน ลอยล่อง ไร้น้ำหนัก

 

                        **********************************************

           

 

Tags : วรรณกรรมเยาวชน เอื้อยนาง ออสเตรเลีย

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก เดือนละ 30,000 บาท ปีละ 300,000 บาท

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 10,000 บาท ปีละ 100,000 บาท

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า เดือนละ 1,000 บาท ปีละ 10,000 บาท

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี ครั้งละ 5,000 บาท

ฝ่ายการตลาด จิราภรณ์ ขจรศักดิ์สุเมธ "เจี๊ยบ" 086-669-6018 

E-mail: jeabaod@gmail.com 

 
view