http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  ข่าวสาร
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 01/12/2022
สถิติผู้เข้าชม13,069,367
Page Views15,282,593
« December 2022»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
ข่าวสาร
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42365202
 

เสือกลิ่นสาบ ตอน26. บนความว่างเปล่า โดยอินทรี ดำ

เสือกลิ่นสาบ ตอน26. บนความว่างเปล่า  โดยอินทรี ดำ

เสือกลิ่นสาบ

ตอน 26. บนความว่างเปล่า

โดยอินทรี ดำ 

                ฟ้าหลังฝนสดใสอย่างคำกล่าว เช้าวันถัดมา มณีตื่นแต่เช้าเช่นเคย ล้างหน้าแปรงฟันแล้วก็ชงกาแฟคนจนซึ่งปราศจากคอฟฟี่เมทและน้ำตาล ร้อนฉ่า แล้วเดินออกไปยืนที่ระเบียงดินหน้าบ้านพัก มองตรงไปยังพุ่มไม้เบื้องหน้า แล้วลดสายตาลงมาถึงสระน้ำที่ออกสีขุ่นๆ เป็นน้ำใหม่ที่ไหลซึมมาจากห้วยสามสบ มณีเหลียวไปมองทางซ้ายมือตามเสียงเรียก ป้าทองหญิงชราเดินมาหาด้วยความงกๆเงิ่นๆ

                 “หัวหน้า เจ้าบ่ค่อยซำบาย ใคร่ไปโฮงยา(ร.พ.)ตี้(ที่)นาน้อย “ ป้าทองหยุดนิ่งแล้วหายใจหอบจนตัวโยน

                 “เป็นอะหยัง(อะไร)ไปเลาะ” มณีส่งภาษากลับไป

                 “บ่ได้เป็นหมอลุ้ จะได้ฮู้วาเป็นอะหยัง” ป้าทองหงุดหงินแกมหยอกเหมือนที่เคยพูดเล่นใส่กัน มณีหัวเราะแล้วพูดต่อ

                 “เอาบัตรคนไข้ บัตรประชาชน บัตรทอง มาก้อ”

                 ป้าทองไม่ตอบแต่ชูมือที่ถือบัตรต่างๆให้ดู

                  “งั้นก็ไปด้วยกันเลย เดี๋ยวจะให้สาขับรถไปส่งหน้อ” มณีพูดจบก็หันหลังกลับเข้าบ้านไปแต่งตัวอย่างรวดเร็ว แล้วกลับออกมาหาป้าทองซึ่งขึ้นไปนั่งรออยู่บนรถแล้ว

                 มณีมาอยู่ที่หน่วยปรับปรุงต้นน้ำภูพยับหมอกนานถึง 9 ปี มีความผูกพันกับชาวบ้านที่มาช่วยทำงานมาก มากจนเดินขึ้นไปกินข้าวได้ทุกหลังคาเรือน และหลายๆครั้งมณีก็ทำเช่นนั้น แม้ว่าข้าวปลาอาหารของชาวบ้านจะเป็นอย่างชาวบ้านจริงๆ บางบ้านมีเพียงน้ำพริกตาแดงที่ตำพอแหลก จิ้มด้วยผักลวกจากริมห้วยและเก็บหาจากที่รกร้าง แล้วปั้นข้าวเหนียวตามเหมือนที่ชาวบ้านเขากินกัน มณีเห็นรอยยิ้มของพี่น้องเสมอเมื่อเขาเดินลงไปนั่งกินข้าวด้วย และนั่นคือความรู้สึกที่ยากจะพรรณนา

                เมื่อถึงคราวเจ็บป่วยก็ขับรถไปส่งโรงพยาบาลพร้อมใบขอความอนุเคราะห์ให้ชาวบ้านอยู่ในสถานะ “คนไข้อนาถา” ไม่ต้องเสียเงิน  ในขณะเดียวกันมณีกับชาวบ้านได้ร่วมกันลงแรงทุกค่ำคืนเพื่อสร้างโรงเรียนให้บุตรธิดา และสร้างวัดเพียงเพื่อให้มีแหล่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจในพระพุทธศาสนา ดังนั้น เมื่อใครอยากจะให้มณีทำอะไรให้ ทุกคนก็เดินมาบอกกล่าว ไม่มีใครต้องเกรงกลัว และมีสิทธิเรียกร้องได้ทุกเวลา มณีเป็นข้าราษฎรเต็มตัวและเต็มเวลาเสมอ  

                 สามารับช่วงพาป้าทองไปโรงพยาบาล มณีเดินเข้าสำนักพัฒนาป่าไม้ที่ นน.2 ด้วยอารมณ์ดี เหตุการณ์ร้ายๆที่เคยทำให้มณีหม่นหมองได้แผ้วผ่านไปแล้ว เหมือนเมฆหมอกแห่งความน่าหวาดกลัวได้ปราสนาการไปสิ้น มณีไม่ติดใจว่าพี่ชัยทำไปด้วยเหตุผลใด หรือเพื่อใคร เพราะว่ามณีรู้อยู่แล้วว่า เขามีเหตุผลอะไร มณียังทำงานด้วยภาพของคนที่เคย”นิ่ง” และปล่อยวางมากขึ้น รู้ทั้งรู้ว่าผลร้ายตกอยู่แก่มณี แต่เมื่อทุกฝ่ายเข้าใจและรู้ความจริง มณีก็เหมือนได้รับการปลดปล่อย

                 “กาแฟแก้ว” มณีตะโกนสั่งเสียงดังอย่างเคย แล้วก็หัวเราะฮึฮึ ก่อนผลุบเข้าห้องทำงาน นั่งนิ่งๆ ชั่วอึดใจประตูก็เปิดออก สมชายตามเข้ามาพร้อมด้วยกาแฟแล้วนั่งแปะลงเก้าอี้ข้างหน้า

                 “พี่ ถามจริงๆ ท่านรองพูดอะไรกับพี่ก่อนกลับ” มณีสบตานิ่ง แล้วก็ตัดใจเล่าให้ฟัง

                 “เรื่องที่ท่านพูดกับผมคือ ประการที่หนึ่ง ท่านมาแล้ว ทำไมผมถึงลุกขึ้นโต้เถียงกับผู้จัดการบริษัท และประการที่สอง ท่านก็เล่าว่า พี่ชัย”

                  มณีนิ่งไปชั่วอึดใจ สมชายอดรนทนไม่ได้ถามว่า

                  “พี่ชัยเกี่ยวอะไรหรือพี่” ดวงตาตื่นโต หูตั้งชัน อาการอยากรู้เต็มพิกัด

                  “พี่ชัย โทรไปหาผู้จัดการบริษัททำไม้จำกัด แล้วขู่จะพาหัวหน้าไปจับ หากไม่เคลียร์เป็นเงินก้อนโตกับเขา”

                  สมชายหงายหลังผึ่งพิงติดพนักเก้าอี้ พึมพำเบาๆ

                  “ผมกับประเสริฐนึกกันแล้วว่าชอบกลๆ ทำไมมาเร่งเร้าให้ไปร่วมจับ ทั้งๆที่แกมีหน้าที่โดยตรง” สมชายส่ายหัวแล้วก็ลุกจากไป มณีพูดไล่หลังเบาๆ

                  “ไม่ต้องเล่าให้คนอื่นฟังนะ เว้นแต่กับประเสริฐ” สมชายพยักหน้ารับพร้อมคำว่า ครับ

                  ที่มณีไม่ได้เล่า ประการที่สาม เรื่องเรียกร้องเงินทอง อดีตป่าไม้เขตแพร่คนดังเขาโทษว่าเป็นมณีเป็นคนทำเลยทีเดียว แต่ท่านรองได้แก้ต่างไปแล้ว และไม่ได้เกี่ยวข้องเรื่องโทรศัพท์ไปขู่ก่อนนำทางไปจับกุมอีกต่างหาก

                  มณีนั่งนึกถึงตอนที่ถูกเรียกเข้ากรมเพื่อไปพบท่านอธิบดีกรมป่าไม้ พอเดินเข้ากองอนุรักษ์ต้นน้ำ ต้นสังกัดเดิม ก็พบกับรุ่นน้องชื่อสามารถ เป็นหัวหน้าโครงการพัฒนาป่าต้นน้ำดอยสามหมื่นได้ปรี่เข้ามาจับแขนแล้วลากไปคุยด้วยที่ริมระเบียงตึก

                  “พี่มณี ผมพูดตรงนะ เขาพูดกันให้แซดไปทั้งกองว่า พี่ไปขู่เรียกเงินจากบริษัททำไม้จำกัด แต่ผมไม่เชื่อ ถ้าเขาว่าพี่ปากหมาละก้อ ผมเชื่อ เรื่องมันเป็นยังไงพี่”

                  มณีสะอึกอีตรงที่สามารถบอกว่า “ปากหมา”  แต่ก็รู้สึกดีขึ้นตรงที่เขายังเชื่อมั่นว่า “แต่ผมไม่เชื่อ” มณีก็เลยเล่าให้ฟัง

                  “ขอบคุณสามารถที่ยังเชื่อคนอย่างผม ผมไม่เคยไปโทรขู่ใครเขาเลย ผมเกิดมาก็มีโรงสีของก๋งแล้ว มีทีวีดูก่อนใครในหมู่บ้าน ผมรับรองว่าไม่เคยทำเช่นนั้น”

                   มณีตอบสั้นๆ แต่สามารถเชื่อ ด้วยว่าตลอดเวลาที่ทำงานในสังกัดกองเดียวกัน ใครๆก็รู้กันทั่วไปว่า มณีทุ่มเททำผลงานเด่นเพียงใด ปีพ.ศ.2527 ยังได้รับเกียรติบัตรข้าราชการพลเรือนดีเด่นเป็นคนที่ 3 ของกรมป่าไม้ เป็นประกาศนียบัตรรับรองคุณภาพ คนอย่างมณีมีหรือจะเปลี่ยนแปลงอุดมการณ์  แต่อย่างไรก็ตาม  มณีเป็นคนตรง พูดคิดทำตรง จึงเหมือนว่าบางเรื่องไม่ควรพูดก็ทะลุกลางปล้อง ก็เลยมีทั้งคนชอบและคนที่ไม่ชอบ “แม่งปากหมา” มณีเคยเถียงเหมือนกันว่า “คนพูดตรงก็หาว่าปากหมา ไอ้เหี้ยเอ้ย” ใส่หน้าไปหลายคน 

                         

ค่ำคืนที่ไร้ดาวพราวฟ้า ดูเงืองหงอย

                    มณียังนั่งนึกถึงเรื่องราวในอดีตหลายเรื่องที่เคยถูกเพื่อน หรือพี่ พูดแล้วทำให้ภาพพจน์มณีไม่ดีนัก ถ้าคนๆนั้นไม่เคยรู้จักมณีมาก่อนเลย  มณีตื่นจากภวังค์เมื่อประตูเปิดออก สมชายเข้ามารายงานวิทยุจากสำนักงานป่าไม้เขตแพร่

                    “ขอให้ทุกสำนักงานตรวจสอบและรายงานด้วยว่า “ของกลาง” จากคดีต่างๆทุกคดีให้กับป่าไม้เขตทราบภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อสรุปรายงานกรมป่าไม้”   

                    “ผมตรวจสอบแล้ว ฝ่ายป้องกันของพี่ชัย รับเก็บรักษาของกลางไว้หลายรายการ ส่วนของกลางที่เก็บรักษาที่สำนักไม่มีเลย” สมชายรายงาน

                    “มีอะไรบ้างที่เป็นของกลาง” มณีถามเหมือนไม่ได้สนใจนัก

                    “ไม้ของกลางทุกคดี ออป.เก็บรักษาทั้งหมด แต่เครื่องเลื่อยโซ่ยนต์ จำนวน 5 เครื่อง ฝ่ายป้องกันและปราบปราม ฝ่ายพี่ชัยเก็บรักษาไว้ทั้งหมดครับ”

                    สมชายรายงานตามความเป็นจริงที่ปรากฏในเอกสาร มณีฟังแล้วก็ไม่ได้คิดอะไรนัก

                    “เอาวิทยุมา เดี๋ยวพี่จะสั่งการให้พี่ชัยรายงานกลับเข้ามาแล้วสำเนาหนังสือส่งป่าไม้เขตต่อไป” เรื่องก็จบเพียงนั้น

                    “เฮ สมชาย ทีมสายตรวจอยู่พอออกปราบปรามไหม” มณีถาม

                    “ครบครับ เว้นแต่ว่า ประเสริฐต้องเลี้ยงลูกอ่อน จะเอาแกไปด้วยหรือ” สมชายติง มณีก็เลยพูดเบาๆ

                   “งั้นก็ไปกันเท่าที่เหลือแล้วกัน เตรียมตัวออกเดินทางใน 15 นาที”

 ทางราดฝุ่นแดงแอ๋

                   วันว่าง สบายใจมากๆ มณีชอบมากที่ได้นั่งรถสายตรวจไปตามป่าเขาลำเนาไพร ขึ้นเขาแล้วก็ลงห้วย เจอกับสภาพถนนราดยางบ้าง ถนนราดฝุ่นแดงแจ๋บ้าง เป็นหลุมเป็นบ่อ รถโขยกเขยกไปตามสภาพบ้าง แต่กลับทำให้มณีได้รู้สภาพพื้นที่ทั่วทั้ง 1,640 ตารางกิโลเมตรเป็นอย่างดี

                   ในแต่ละช่วงเวลาป่าแต่ละประเภทให้สีสันที่แตกต่างกันไป บางแห่งก็สวยงามด้วยความเขียวขจีไปทั้งผืนป่าทั้งที่เป็นฤดูร้อน แต่ป่าบางประเภทเช่นป่าเต็งรังก็ร้อนระอุด้วยว่ากำลังทิ้งใบจนเกลี้ยงต้น อย่างไรก็ตาม มณีมีความสุขที่เห็นความแตกต่าง ยิ่งส่วนไหนเป็นลำห้วยลำธาร มีน้ำไหลเซาะแก่งหินด้วยแล้ว มณีชอบที่จะสั่งให้หยุดพัก ลงไปแช่เท้าในน้ำใสๆ และที่ขาดไม่ได้คือเก็บหินสวยๆ รูปร่างแปลกๆกลับสำนักงาน เพื่อใช้ในการตบแต่งสวนหย่อมจนสายตรวจเย้ากันเล่นด้วยสำนวนน่าฟัง "หินก้อนนี้ก็สวยนะ" เพราะว่านั้นหมายถึงว่าพวกเขาต้องช่วยกันขุดแล้วก็ยกขึ้นรถ เมื่อถึงสำนักงานก็ต้องยกลงไปเก็บไว้

                    “ทางไหนพี่ นี่บ่ายแล้วนะครับ” สมชายถามเหมือนทุกครั้งที่รถจ่ออยู่ปากทาง

                    “ขวา ไปนาน้อย แต่เลี้ยวเข้าไปทางบ้านกอกแล้วกัน หากมีเวลาก็ต่อไปออกถนนสายห้วยแกต-ขุนสถาน”

ลำธารเล็กๆในยามแล้งคือความชุ่มฉ่ำที่เหลืออยู่

                     มณีตอบเบาๆ  สมชายหักพวงมาลัยไปตามคำสั่ง รถยนต์ปีศาจขาววิ่งเลาะเลียบไปตามไหล่เขา จนถึงเนินเหนือห้วยเขียด สมชายหักขวาเข้าไปยังถนนราดฝุ่นแดงแอ๋ บ้านจำเลา-บ้านกอก-บ้านเปา คือเป้าหมาย  ถนนหนทางไม่ราบเลียบ แต่ก็ไม่ลำบากมากนัก มณีมองซ้ายมองขวาได้เห็นสภาพพื้นที่ป่าที่โล้นเลี่ยนเตียนโล่งก็ได้แต่ถอนใจ พื้นที่ป่าเขต สปก.4-01  มีป่าเหลืออยู่เป็นหย่อมเล็กหย่อมน้อย ระดับความสูงเพียง450 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง แต่เมื่อผ่านบ้านกอกเข้าเขตบ้านเปาอันเป็นหมู่บ้านที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 700 เมตรอากาศเริ่มเย็น ป่าไม้ที่เหลืออยู่บนขุนเขาหนาทึบ แต่มีแหว่งเป็นหย่อมๆ จากการทำไร่เลื่อนลอย

                     ค่ำลง ค่ำลง พะวงไม่วาย ใช่แล้ว ไม่วายที่จะหิวข้าวกันแล้ว ไม่ได้เตรียมเสบียงมาด้วย ร้านค้าอาหารไม่มีขายจะทำอย่างไร ตัดสินใจให้วิ่งดิ่งไปออกห้วยแกต-ขุนสถาน เพื่อออกไปยังถนนเวียงสา-ร้องกวาง ระหว่างทางไม่พบการกระทำผิดตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 เลย ไม่พบแม้กระทั่งเกวียนลากไม้สักลำ ในที่สุดก็ได้ไปนั่งกินข้าวเคล้าเสียงเพลงจากตู้เพลงที่ร้านจวน อำเภอเวียงสา กินกันจนอิ่มหนำสำราญก็บ่ายหน้ากลับฐานที่ตั้ง

                     “ว่างเปล่า เลยพี่” สมชายพึมพำตามแบบฉบับ ขาบู๊ ออกตรวจก็คิดว่าอยากจะเจอ

                     “อือ ก็ดี แสดงว่าไม่มีการกระทำผิด หรือไม่ก็การปรามได้ผล”

                      มณีต่อยอดเหมือนแก้ตัว “การปราบปรามนี่ ถ้าสถิติการจับกุมสูงก็ถูกมองว่า การป้องปรามไม่ได้ผล แต่ถ้าสถิติการจับกุมต่ำกลับมองว่า การป้องปรามได้ผลดี ซึ่งแท้ที่จริงมันขี้เกียจมากกว่า หรือไม่ก็หมกฝุ่นใต้พรม”

                     “แล้วจะเอาไงพี่ เอาใจไม่ถูกเลยเจ้านายทั้งหลายนี่” สมชายบ่น

                     “ก็กลับไปนอน นี่ก็ปาเข้าไปห้าทุ่มแล้ว นอน ปล่อยวาง ซะบ้างก็น่าจะดี” มณีเปรยแล้วก็หลับพับไปดื้อๆ  

                  

    

 ไร่เลื่อนลอย ทำลายป่าต้นน้ำ

Tags : เสือกลิ่นสาบ ตอน26. บทพิสูจน์ความจริงที่เกิดขึ้น

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี เชิญได้โดยตรงที่ โทร.081-9416364

ติดต่อ 135 ม.12 ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม 73140

 
view