http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  หน้าแรก
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 05/08/2021
สถิติผู้เข้าชม10,952,473
Page Views13,078,464
« August 2021»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    
lifestyle & review
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
 

แปลงดอกไม้บ้านห้วยสำราญ แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของอุดรฯ

แปลงดอกไม้บ้านห้วยสำราญ  แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของอุดรฯ

แปลงดอกไม้บ้านห้วยสำราญ

แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของอุดร

โดย สาวดอนเมือง เรื่อง-ภาพ


           ช่วงไม่กี่ปีมานี้กระทรวงเกษตรฯส่งเสริมให้เกษตรกรรวมตัวกันทำแปลงใหญ่เพื่อช่วยลดต้นทุนและมีอำนาจต่อรองทางการตลาด ตัวเกษตรกรเองก็ได้รับประโยชน์โดยตรง เพราะภาครัฐสนับสนุนในหลายๆด้าน 

           นายบุญแถม ยอดแก้ว อายุ 66 ปี  เป็นประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับบ้านห้วยสำราญ-ห้วยเจริญ  ต.หนองไฮ อ.เมือง จ.อุดรธานี  มีสมาชิก 104 ราย  รวมเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 645 ไร่ โดยแบ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางของกลุ่ม 3 ไร่  เพื่อปลูกโชว์ไว้ให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป ซึ่งถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่มีชื่ออีกแห่งของจ.อุดรธานี

           นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลชนะเลิศในระดับประเทศ และเข้ารับโล่พระราชทาน 3 รางวัลในงานราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ในปี พ.ศ. 2545 คือ 1 กลุ่มยุวเกษตรกรดีเด่น 2 สมาชิกยุวเกษตรกรดีเด่น และ3)ที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกรดีเด่น

           นายบุญแถมเล่าว่า สมัยก่อนตนและชาวบ้านแถวนี้ปลูกมันสำปะหลังเป็นหลัก แต่เนื่องจากราคาตกต่ำและไม่แน่นอน พอปี2523  เกษตรจังหวัดอุดรฯมาส่งเสริมให้ปลูกดอกไม้ในหมู่บ้านนี้ และนำพันธุ์ไม้ดอก”มัม”หรือเบญมาศต่างประเทศมาให้ทดลองปลูก

           ปีแรกไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเป็นพันธุ์ไม้ดอกจากต่างประเทศ ชาวบ้านไม่เคยปลูกมาก่อน ตลาดก็ไม่ต้องการ ขายไม่ได้ แต่ก็มีบางสายพันธุ์ที่ขายได้ จากนั้นจึงคัดสายพันธุ์ที่ตลาดต้องการ เรียกง่ายๆว่าพันธุ์มัม ออกดอกสวย ฟอร์มสวยและสด อีกทั้งแข็งแรง จึงปลูกจนถึงปัจจุบันนี้ นอกจากนี้ยังมีดอกไม้ชนิดอื่นๆด้วย อาทิ มะลิร้อยมาลัย เบญจมาศ ดาวเรือง ดอกพุด คัตเตอร์ และกุหลาบร้อยมาลัย จึงเลิกปลูกมันเพราะรายได้ดีกว่า


          สำหรับเบญจมาศมีหลายสีทั้งสีขาว สีเหลือง ตลาดต้องการมาก ขายดีในวันพระ ใช้ไหว้พระไหว้เจ้า ลูกค้าจะสั่งซื้อมาที่กลุ่มโดยตรง ขายกิโลกรัม(ก.ก.)ละ 30- 50 บาท ออกดอกเยอะช่วงหน้าหนาว ไปจนถึงเดือนมกราคม

           วิธีการปลูกก็ไม่ยาก เริ่มจากนำเมล็ดมาปลูกแล้วค่อยต่อยอดพันธุ์ โดยเก็บเมล็ดไว้ พอต้นตอออกหมดดอกแล้วก็ใส่ปุ๋ยเร่งให้ ออกยอดขึ้นมาใหม่ แล้วนำไฟใส่ เพื่อให้แตกกิ่งก้านขึ้นมาใหม่ เป็นการใช้วิธีการขยายพันธุ์ โดยใช้ยอด และใช้ไฟล่อให้แตกยอดขึ้นมาใหม่ เพื่อนำกิ่งนั้นไปทำพันธุ์ด้วยการชำ ซึ่งต้องใช้ยอดอ่อน ยาวประมาณ 5 -10 เซนติเมตรก็นำไปปักชำได้เลย ดอกไม้ชนิดนี้ชอบดินร่วนปนทราย

            การดูแลดอกไม้นี้จะต้องรดน้ำให้สม่ำเสมอ ทุกวันๆละครั้ง ส่วนปุ๋ยนั้นพอต้นแทงยอดก็ใส่ปุ๋ยเลย ช่วงเริ่มปลูกได้ 7-8 วันก็เริ่มใส่ปุ๋ยสูตร 15 -15 ประมาณเดือนหนึ่ง ใส่อีก แต่ละรุ่นใส่ปุ๋ย 3 ครั้ง พอใกล้ออกดอกก็ใส่ ถัดมา 3 เดือนใส่อีก

            สำหรับการปลูกดอกเบญจมาศศัตรูก็มีเพลี้ย หนอน เชื้อรา ก็ต้องฉีดยาบ้าง อย่างไรก็ตามอยากจะเลิกใช้ปุ๋ยเคมีอยู่ แต่กลัวถ้าไม่ใส่ดอกมันจะไม่สวย ถ้ามีแนวทางที่ดีก็อยากจะเลิกใช้ มีคนแนะนำให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์อยู่เหมือนกัน

             ช่วงหน้าหนาวสวนจะปลูกเฉพาะดอกเบญมาส ถ้าหน้าฝนก็อีกสายพันธุ์หนึ่ง ฟอร์มดอกจะเล็กลง แต่ถึงฟอร์มจะไม่สวย ดอกไม้จะขายดีมาก ส่วนการเปิดสวนดอกไม้ของหมู่บ้านให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชมนั้น เปิดเมื่อปี  2562 

             นายบุญแถมบอกว่า ส่วนตัวมีแปลงปลูกดอกไม้ 10 ไร่ ผลผลิตไร่หนึ่งประมาณ 3 ตันในจำนวน 3 ตัน ถ้าคิดเป็นตัวเงินประมาณ 150,000 บาท ถ้าหักค่าใช้จ่ายแล้วก็เหลือครึ่งหนึ่ง

             ทั้งนี้ในส่วนของต้นพันธุ์นั้นทำเป็นโรงเรือนคลุมพลาสติกไว้ เพราะเบญมาศกลัวฝน ถ้าเจอฝนจะ เสียเลย แต่ถ้าขายดอกก็ปลูกกลางแจ้งอย่างเดียว ระบบน้ำใช้สปริงเกอร์ อยากประยุกต์ อย่างไรก็ตามกำลังอยากทดลองใช้ระบบน้ำหยดอยู่เหมือนกัน

             นายบุญแถมบอกด้วยว่า อยากจะขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นจากที่ปลูกอยู่ 10 ไร่ เพราะคนรู้จักแล้วว่าที่นี่เป็นหล่งปลูก และมีนักท่องเที่ยวมากันเยอะ ต่อไปอาจจะส่งดอกไม้ไปขายที่กรุงเทพ รวมทั้งประเทศลาวด้วย

             ในส่วนของการรวมตัวกันทำเกษตรแปลงใหญ่ นั้น นายบุญแถมมองว่า เป็นเรื่องที่ดีเพราะทำให้หน่วยงานต่างๆรู้ก็มาท่องเที่ยวกัน ซึ่งเมื่อเป็นแปลงใหญ่ก็ต้องไปจะทะเบียนเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน

            "ปลูกดอกไม้แม้จะเหนื่อย แต่ก็มีความสุข ได้อยู่กับดอกไม้ หากใครอยากจะปลูกดอกไม้แบบนี้ ให้ทดลองปลูกดู เพราะทุกวันนี้ ตลาดก็ยังต้องการอยู่ ถ้าเราเพิ่มอีกจำนวนหนึ่งคิดว่าตลาดน่าจะรองรับได้"

             นอกจากนี้เมื่อปี 2563 ทางสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.โดยสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.)  ได้ร่วมกับจังหวัดอุดรธานี  มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับบ้านห้วยสำราญ-ห้วยเจริญ ต.หนองไฮ ด้วยการพัฒนาพื้นที่ของชุมชนให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ของจังหวัดอุดรธานี โดยนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน คิดค้น“ปทุมมาห้วยสำราญ” ไม้ดอกหน้าฝนสายพันธุ์ใหม่มาปลูกที่นี่ พร้อมเปิดตัวไปเรียบร้อยแล้ว


             ที่ผ่านมา ทางจังหวัดและหลายหน่วยงานต่างเข้ามาสนับสนุน เพื่อโปรโมทให้แปลงดอกไม้ บ้านห้วยสำราญ-ห้วยเจริญ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของอุดรฯอีกแห่ง ซึ่งในช่วงปลายฝนต้นหนาว เป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้ามาชมความงามของดอกไม้หลากหลายชนิด


Tags : ททท.

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี 

ฝ่ายการตลาด คุณ บุณย์วรางค์ มนตรีพิศาล โทร.081-4971702  

ประจำกองบรรณาธิการ สาวดอนเมือง มณี บันลือ  อินทรีดำ ธงชัย อึ้งเข่งสุง

 
view